เช็คเงื่อนไข ถอดหน้ากากในที่โล่งได้ กลางเดือน มิ.ย. 65

เตรียมนำร่องถอดหน้ากากอนามัยบางพื้นที่

ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลง และกระแสข่าวการระบาดของโรคฝีดาษลิงในแถบยุโรปและอเมริกา ที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกแถลงการณ์เตือนพร้อมยืนยันการค้นพบผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงใน 18 ประเทศ (ข้อมูลวันที่ 25 พฤษภาคม 2565) แม้ประเทศไทยยังไม่ค้นพบผู้ที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าว ก็ได้ออกประกาศเตือนและตั้งศูนย์ปฎิบัติการภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขขึ้นมาเพื่อดูแลเรื่องดังกล่าวโดยเฉพาะ แต่ถึงอย่างนั้นก็มีข่าวดี เมื่อกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตรียมประกาศให้ทุกคนปลดหน้ากากอนามัยกลางเดือนมิถุนายน พร้อมกำหนดเงื่อนไขที่ควรรู้ไว้ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตาม Promotions.co.th ไปดูกัน


กลางมิถุนายนนี้ สธ. จ่อนำร่องถอดหน้ากากบางพื้นที่จริงหรือ


เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2565 นายแพทย์เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงสถานการณ์โควิด-19 ภายในประเทศไทยที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้มั่นใจว่าสามารถปรับโรคโควิด-19 ให้เข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นตามกำหนดเวลาที่วางแผนไว้ พร้อมขอให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่นำร่องกิจกรรมในการใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ COVID-19 อย่างปลอดภัยเพื่อสร้างความมั่นใจกับประชาชน

นอกจากนี้ ประมาณกลางเดือนมิถุนายน 2565 ทางกระทรวงสาธารณสุขจะนำร่องปรับคำแนะนำในบางพื้นที่ โดยกำหนดให้สวมหน้ากากอนามัยใน 3 กรณี คือ

  • กลุ่มผู้ป่วยหรือกลุ่มเสี่ยง 608
  • อยู่ในสถานที่ปิด อากาศถ่ายเทไม่สะดวก
  • กิจกรรมที่มีคนร่วมกันจำนวนมาก

เตรียมปรับมาตรการดูแล หลังโควิดเข้าสู่โรคประจำถิ่น


หากสามารถปรับโรคโควิด-19 เข้าสู่การเป็นโรคประจำถิ่นได้ตามแผนที่วางไว้ ทำให้หลาย ๆ หน่วยงานที่ดูแลเรื่องระบบบริการสาธารณสุขต้องวางแผนการดำเนินงานใหม่ อาทิ

  • ปรับการดูแลในรูปแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักที่บ้าน (OPSI) ส่วนผู้ป่วยที่มีอาการปานกลางถึงอาการรุนแรง จะรักษาแบบผู้ป่วยใน (IPD) ในโรงพยาบาล เน้นการเข้าถึงการรักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดความเสี่ยงการเสียชีวิต หลังพบว่า โควิดสายพันธุ์โอมิครอนมีความรุนแรงลดลงอย่างมาก ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการคล้ายไข้หวัด ทั้งมีการฉีดวัคซีนโควิดที่ครอบคลุมมากขึ้น
  • วางระบบดูแลรักษาติดตามอาการของผู้ที่มีภาวะลองโควิดในทุกแผนกที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มช่องทางการให้คำปรึกษาส่งต่อระหว่างสถานพยาบาล การเก็บข้อมูลผู้ป่วยแบบรายสัปดาห์หรือรายเดือน
  • ปรับลดมาตรการต่าง ๆ ให้สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติภายใต้วิถีชีวิตใหม่ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับโรคโควิดได้ อย่างยังคงสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าเมื่อเข้าไปในสถานที่ปิดระบายอากาศไม่ดี มีคนรวมตัวกันหนาแน่น ไม่สามารถเว้นระยะห่างได้
  • สถานประกอบการและกิจการต่างๆ ยังต้องเข้มการจัดการสิ่งแวดล้อม ทำความสะอาด จัดการขยะตามหลักสุขาภิบาล เพื่อให้เป็นสถานที่ที่มีความปลอดภัยจากโรคร้ายอื่น ๆ
ถอดหน้ากากในที่โล่งได้ กลางเดือน มิ.ย. 65
การสวมหน้ากากยังช่วยลดโอกาสป่วยโควิด-19 ก่อนเข้าสู่โรคประจำถิ่น

เช็คข้อปฏิบัติง่าย ๆ ที่ช่วยลดเสี่ยงโควิด-19 ก่อนเข้าสู่โรคประจำถิ่น


แม้ภาพรวมสถานการณ์โควิด-19 ในตอนนี้จะดีขึ้น ถึงขั้นที่ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเล็งนำร่องถอดหน้ากากอนามัยในพื้นที่สาธารณะช่วงกลางเดือนมิถุนายนนี้ แต่ระหว่างนี้ผู้คนยังต้องปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโควิดอยู่เช่นเดิม ประกอบด้วย

(1) สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ร่วมกิจกรรมนอกบ้าน

(2) ล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ รวมถึงบริเวณพื้นผิวที่มีการสัมผัสบ่อย ๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ กุญแจบ้าน หรือลูกบิดประตู เป็นต้น

(3) เว้นระยะห่างเมื่อไปในที่มีคนหนาแน่น เช่น วัด ตลาด ร้านอาหาร หรือห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

(4) งดกิจกรรมการสัมผัสใกล้ชิดหรือใช้สิ่งของร่วมกัน

(5) เลี่ยงการรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มร่วมกันเป็นเวลานาน

(6) เข้ารับวัคซีนให้ครบตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข ส่วนผู้ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ถือเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ควรรับวัคซีนให้เร็วที่สุดเพื่อให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันโรค เป็นการลดโอกาสการติดเชื้อ ลดอาการป่วย

(7) อาบน้ำ สระผม และเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ เมื่อกลับถึงบ้าน

และนี่คือวิธีดูแลตนเองแบบง่าย ๆ ที่ช่วยให้ห่างไกลจากโรคโควิด-19 และโรคร้ายอื่น ๆ แน่นอนว่าถึงการก้าวเข้าสู่โรคประจำถิ่นผู้คนสามารถปลดหน้ากากได้ แต่ถึงอย่างนั้นมาตรการป้องกันโควิดรูปแบบอื่นยังคงใช้อยู่ หรืออาจถูกปรับเปลี่ยนให้เข้ากับสถานการณ์มากขึ้น

อ้างอิงข้อมูล : สำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข


READ MORE :