อัปเดต ฝีดาษลิงระบาดกี่ประเทศ WHO เตือนทั่วโลกเฝ้าระวัง

รายงานผู้ติดเชื้อโรคฝีดาษลิงเพิ่มอีก 3 ประเทศ แต่ในไทยยังไม่พบ

นอกจากโรคโควิด-19 ที่ระบาดมาตั้งแต่ปี 2019 แล้ว ขณะนี้ทั่วโลกยังต้องจับตามองโรคฝีดาษลิง (Monkeypox) ที่พบผู้ติดเชื้อแล้วในหลายประเทศ โดยโรคฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่นแถบตอนกลางและตะวันตกของทวีปแอฟริกา และเป็นโรคที่ติดต่อจากสัตว์ไปสู่คนโดยการสัมผัสเลือดหรือผื่นของสัตว์ที่ติดเชื้อหรือของผู้ป่วย สามารถแพร่กระจายเชื้อโรคได้ผ่านลิงและสัตว์ฟันแทะ เช่น หนูและกระรอก มีระยะฟักตัว 7-21 วัน และมีลักษณะอาการจะมีผื่นคล้ายโรคอีสุกอีใส มีไข้ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และปวดกล้ามเนื้อ ในขณะนี้นอกจากทวีปแอฟริกาแล้วยังพบการแพร่ระบาดในประเทศแถบอเมริกาและยุโรป ทางด้านองค์การอนามัยโลกได้มีการเตือนเฝ้าระวังแต่ยังยืนยันว่าสามารถควบคุมได้ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีรายงานว่าพบผู้ป่วยโรคฝีดาษลิงเพิ่มอีก 3 ประเทศแล้ว

อัปเดตล่าสุด WHO ยืนยันโรคฝีดาษลิงระบาดแล้ว 18 ประเทศ

แต่เดิมพบการติดเชื้อในคนของโรคฝีดาษลิงครั้งแรกในโลกเมื่อปี 1970 ที่ประเทศคองโก และเป็นโรคติดต่อในแถบแอฟริกา แต่ในปัจจุบันโรคฝีดาษลิงพบการระบาดนอกแอฟริกาที่ประเทศโซนอเมริกาและยุโรป ทั้งหมด 15 ประเทศที่องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกมายืนยันการระบาด ได้แก่ อังกฤษ สเปน โปรตุเกส อิตาลี เบลเยียม ฝรั่งเศส เยอรมนี สวีเดน สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย อิสราเอล เนเธอร์แลนด์ สวิตเซอร์แลนด์ และกรีซ โดยมีผู้ป่วยติดเชื้อกว่า 100 ราย ซึ่งอังกฤษพบผู้ป่วยสะสมมากที่สุด 56 คน (ข้อมูลวันที่ 20 พ.ค. 65) อัปเดตล่าสุด รายงานการระบาดของโรคฝีดาษลิงพบผู้ป่วยติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีก 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเนีย ทำให้ขณะนี้โรคฝีดาษลิงระบาดแล้วใน 18 ประเทศ

ผู้คนใส่หน้ากากอนามัยที่สนามบิน
คัดกรองผู้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยงก่อนเข้าไทย ป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคฝีดาษลิง

ในไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อ สุวรรณภูมิคัดกรองคุมเข้ม

ในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อโรคฝีดาษลิงหรือผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเข้าประเทศ โดยตั้งแต่วันที่ 24 พ.ค. 65 สนามบินสุวรรณภูมิได้เริ่มคัดกรองนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง เน้นเที่ยวบินที่มาจากประเทศอังกฤษ สเปน โปรตุเกส และในบางประเทศแถบแอฟริกากลาง ทั้งนี้รายชื่อประเทศที่ต้องคัดกรองความเสี่ยงก่อนเข้าไทยอาจปรับลดหรือเพิ่มขึ้นได้ในกรณีพบการระบาดของโรคฝีดาษลิงภายในประเทศนั้น ๆ

มาตรการคัดกรองโรคฝีดาษลิง เฝ้าระวังจากประเทศเสี่ยง

สำหรับมาตรการคัดกรองโรคฝีดาษลิงที่สนามบินสุวรรณภูมิ นอกจากการคัดกรองโควิด-19 เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้เกิดการแพร่กระจายเชื้อโรคภายในประเทศไทยจากผู้ที่มาจากประเทศเสี่ยง โดยผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศจะได้รับบัตรเตือนสุขภาพ (Health beware card) และมี QR Code ให้สแกนเพื่อรับคำแนะนำ หากเดินทางมาจากประเทศเสี่ยงที่มีการระบาดของโรคฝีดาษลิง และมีอาการลักษณะเป็นตุ่มคล้ายอีสุกอีใส มีไข้ รวมถึงอาการเข้าข่ายอื่น ๆ ให้รีบไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและแจ้งประวัติเสี่ยง เพื่อที่จะได้รับการรักษาตามอาการและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อได้ทันก่อนจะติดต่อไปสู่ผู้อื่น

สธ. ประกาศให้ “โรคฝีดาษวานร” เป็นโรคติดต่อเฝ้าระวัง

ทางด้านกระทรวงสาธารณสุข ประเทศไทย ได้เห็นชอบให้โรคฝีดาษหรือโรคฝีดาษวานร (Monkeypox) เป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากยังไม่พบผู้ป่วยติดเชื้อในไทยหรือมีผู้ติดเชื้อต้องสงสัยเข้าประเทศ และการระบาดยังไม่แพร่เป็นวงกว้าง รวมถึงผู้ป่วยติดเชื้อฝีดาษลิงในยุโรปยังเป็นสายพันธุ์ West African ซึ่งมีความรุนแรงน้อย อัตราการเสียชีวิตประมาณ 1% แต่จะมีอาการรุนแรงในเด็กและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง โดยประเทศไทยได้มีการเตรียมความพร้อมเฝ้าระวังการระบาด โดยจะคัดกรองผู้ที่เดินทางเข้าประเทศ มีการสังเกตอาการดังนี้ มีไข้เกิน 38 องศาเซลเซียส ร่วมกับการมีอาการป่วยอย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิ เจ็บคอ ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต ปวดหลัง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และมีผื่นตุ่มนูน รวมถึงการมีประวัติเดินทางมาจากประเทศเสี่ยงหรืออาศัยอยู่ในประเทศที่การระบาดของโรคฝีดาษวานร มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับสัตว์ป่า สัตว์ฟันแทะ ลิง และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยน้ำที่นำเข้าจากแอฟริกา รวมทั้งมีประวัติใกล้ชิดหรือทำกิจกรรมกับผู้ป่วยเข้าข่ายหรือยืนยันติดเชื้อ นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังผู้ป่วยโรคผิวหนัง โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่รักษาในโรงพยาบาลหรือคลินิก พร้อมทั้งเตรียมทีมสอบสวนโรค ห้องปฏิบัติการตรวจหาเชื้อ เวชภัณฑ์ และอุปกรณ์ทางแพทย์ เพื่อเฝ้าระวังและรับมือการระบาดของโรคฝีดาษวานรต่อไป

อ้างอิงจาก https://pr.moph.go.th

เรียกได้ว่าโรคฝีดาษลิงหรือโรคฝีดาษวานรเป็นโรคที่ต้องติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อให้รู้ทันการระบาดและป้องกันไม่ให้ติดเชื้อ อย่างไรก็ตามสามารถดูแลตัวเองได้ด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ ล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ เลี่ยงการสัมผัสสารคัดหลั่ง สวมใส่หน้ากากอนามัย และไม่เดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง

READ MORE>>>