Home Promotions.co.th News 4 ข้อควรรู้ + ขั้นตอนการสมัคร “Home Isolation” เริ่มต้นยังไง?

4 ข้อควรรู้ + ขั้นตอนการสมัคร “Home Isolation” เริ่มต้นยังไง?

เมื่อไหร่ก็ตามที่ได้ยินคำว่า กักตัวอยู่บ้าน ในปีที่ผ่านมา เราทุกคนคิดกันถึงคำว่า “อยู่บ้าน หยุดเชื้อ เพื่อชาติ” แต่ในปีนี้ มันไม่ใช่การหยุดเชื้อ และมีคำว่า Home Isolation เพิ่มขึ้นมา ซึ่งมันมีความหมายว่า ผู้ที่ทำตามมาตรการนี้ มีการติดเชื้อจาก Covid-19 โดยที่ไม่สามารถไปโรงพยาบาลได้ เนื่องจากเตียงไม่พอ

A. Home Isolation คืออะไร?

เมื่อมีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ไม่ใช่เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น โดยมีในต่างประเทศที่ ไม่สามารถหาวัคซีนอย่างเพียงพอสำหรับประชากรได้ ทำให้เกิดวิกฤติ เตียงในโรงพยาบาลไม่เพียงพอต่อความต้องการ และต้องมาใช้เตียงที่บ้านของผู้ป่วยเอง เหล่านี้ เรียกว่า Home Isolation

การทำ Home Isolation เกิดขึ้นเมื่อมีวิกฤติเตียงผู้ป่วยไม่พอ

คำว่า Home Isolation จากความหมายของ CDC ก็คือ การแยกผู้ป่วยที่ติดเชื้อออกจากผู้คน เพื่อไม่ให้บุคคลที่ติดเชื้อสามารถแพร่เชื้อต่อได้ โดยผู้ที่ต้องมี Isolation ก็คือ ผู้ที่ติดเชื้อโควิด ซึ่งยังมีอาการไม่หนัก และผู้ที่ไม่ได้แสดงอาการป่วย แต่พบเชื้อนั่นเอง

อย่างไรก็ดีสำหรับเมืองไทยนั้น ไม่ได้มีเพียงแค่ Home Isolation โดยที่หลายคนจะได้ยินเกี่ยวกับ Commnity Isolation เนื่องจากเรามี หลายชุมชนเช่น หมู่บ้าน แคมป์คนงาน ที่เป็น Cluster การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ซึ่งหลักการก็จะเหมือนกันกับ โฮมไอโซเลชั่นนั่นเอง

กักตัวอยู่บ้าน VS Home Isolation

การกักตัวอยู่บ้าน และ การทำ Isolation นั้นมีความแตกต่างกัน แต่ความหมายคล้ายคลึงกัน การกักตัวอยู่บ้าน ที่เรารู้จักกันดีก็คือ การงดออกนอกบ้าน การงดกิจกรรมต่างๆ เพื่อหลีกเลี่ยงการติดเชื้อ แต่ การทำ Home Isolation นั่นก็คือ ได้รับเชื้อหรือติดเชื้อโรคเรียบร้อยแล้ว และต้องกันตัวเองให้ออกห่างจากผู้คน

ทำไมต้องทำ?

เตียงผู้ป่วยในโรงพยาบาลเต็ม จึงจำเป็นต้องทำ Isolation

เนื่องจากสถานการณ์โควิดในประเทศไทย ยังคงอยู่ในระดับวิกฤติ และ ทางกระทรวงสาธารณสุขออกมายืนยัน แล้วว่า มีเตียงไม่พอ ต่อความต้องการของประชาชน จึงต้องมีการแถลงการ แยกตัวที่บ้าน และ แยกตัวในชุมชน ซึ่ง มีความจำเป็น เพื่อลดความหนาแน่นของผู้ป่วยในโรงพยาบาล


B. อยากเข้า Home Isolation จะต้องเริ่มยังไง?

1. ตรวจ RT-PCR แล้วมีผล Detected / Positive

การที่ใครคนหนึ่งจะเข้ารับการรักษา เมื่อมีการติดเชื้อได้ ต้องมีผลยืนยันว่าติดเชื้อจริง และการตรวจการติดเชื้อ จำเป็นต้องมีการตรวจแบบ PCR Swab Test เสียก่อน (Antigen Test ไม่นับ) โดยสามารถหา ตรวจได้ฟรีในสถานที่ที่จัดไว้ หรือ การซื้อ ชุดตรวจ และ การรับบริการตรวจโควิดที่บ้าน เพื่อแสดงผล ในการเข้า Home Isolation

Promotions.co.th ร่วมมือกับ Doctor Story ให้บริการตรวจเชื้อ Covid-19 นอกสถานที่ถึงที่บ้านคุณ ด้วยชุดทดสอบแอนติเจนแบบรวดเร็ว (ATK) และ แบบ RT-PCR เพื่อผลลัพธ์ที่แม่นยำ 
สามารถเช็คบริการจาก Doctor Story ผ่าน Promotions.co.th ได้โดยการติดต่อไลน์ด้านล่างนี้

เพิ่มเพื่อน

2. แจ้งขอเข้าระบบ รักษาตัวที่บ้าน โทร 1330 ต่อ 14

เมื่อพบผลตรวจ เป็นบวกด้วยการทดสอบแบบ RT-PCR Covid Test แล้ว ต้องติดต่อ 1330 ต่อ 14 หรือ แอดไลน์ที่ @comcovid-19 เพื่อทำการลงทะเบียน เข้าขั้นตอนในการสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นข้อมูลจากกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข

3. เมื่อเข้าระบบแล้ว จะต้องกักตัวอยู่บ้าน โดยจะมีความช่วยเหลือดังนี้

ข้อมูลจาก สปสช ณ วันที่ 11 กรกฎาคม 2564 https://www.nhso.go.th/news/3161

ผู้ติดเชื้อจะได้รับการแจกเครื่องวัดไข้ วัดออกซิเจนในเลือด ยาฟ้าทะลายโจร รวมถึงส่งอาหาร 3 มื้อ รวมถึงมี Video Call ติดตามอาการวันละ 2 ครั้ง และส่งต่อโรงพยาบาลเมื่ออาการเปลี่ยนแปลงระหว่างรอเตียง โดยจะมีการจ่ายยา ฟาวิพิราเวียร์ เพื่อประคับประคองอาการ ระหว่างรอ


C. จะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร?

ข้อมูลจาก Hfocus.org
หลักการ และ หลักเกณฑ์การพิจารณา ผู้ป่วยที่จะเข้าโปรแกรม Home Isolation ได้นั้น จะมีดังนี้
  1. เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ (Asymptomatic cases)
  2. มีอายุไม่เกิน 60 ปี
  3. เป็นผู้ที่มีคามแข็งแรง
  4. อยู่คนเดียว หรือ มีผู้อยู่ร่วมที่พักไม่เกิน 1 คน 
  5. ไม่มีภาวะอ้วน 
  6. ไม่มีโรคร่วม เช่น โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง โรคหัวใจหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง หรือ เบาหวานที่คุมไม่ได้
  7. และผู้ป่วยยินยอมแยกตัวในที่พักของตัวเอง

สำหรับการดำเนินการในส่วนของสถานพยาบาลนั้น จะต้องมีการประเมินผู้ติดเชื้อด้วยแพทย์เท่านั้น โดยต้องมีการลงทะเบียนผู้ติดเชื้อที่เข้าเกณฑ์ พร้อมทั้งมีการแนะนำข้อปฎิบัติให้กับผู้ติดเชื้อ นอกจากนั้น ยังต้องมีการระบบรับส่งผู้ป่วยไปสถานพยาบาล หากมีอาการรุนแรง พร้อมติดตามอาการ วัดระดับ Oxygen ในเลือด ด้วย

D. วิธีการปฎิบัติตัว เมื่ออยู่ในระบบ Home Isolation

ข้อมูล กรมการแพทย์
  1. ห้ามออกจากที่พักและ ห้ามคนเยี่ยมที่บ้าน
  2. เว้นระยะห่างทุกคน 2 เมตร
  3. แยกห้องพัก ของใช้ส่วนตัว เปิดหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท
  4. ห้ามรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น
  5. ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา หากไม่ได้อยู่คนเดียว
  6. ล้างมือด้วยสบู่ เจลแอลกอฮอล์ให้บ่อย
  7. แยกซักเสื้อผ้า
และสิ่งที่จำเป็นคือต้องสังเกตอาการตัวเอง วัดอุณหภูมิทุกวัน หากมีอาการแย่ลงเช่น หอบ เหนื่อย ไข้สูงลอย ไม่ลง ไม่สามารถปฎิบัติภารกิจรายวัน หรือ ใช้ชีวิตประจำวันตามปกติได้ ให้รีบติดต่อ โรงพยาบาลที่รักษาตัวอยู่ และการเดินทางไป รพ. ให้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ไม่ใช้รถสาธารณะ

ข้อมูลจาก กรมการแพทย์


E. ทำไมไม่ใช้ Hospitel แทน Home Isolation?

เพราะ Hospitel (ฮอสพิเทล) คือหอผู้ป่วยเฉพาะกิจ ที่มีการเปลี่ยนจากห้องของโรงแรม หรือ ห้องที่ไม่เคยเป็นรูปแบบเตียงคนไข้มาก่อน ให้เป็นหอผู้ป่วยแบบเฉพาะ แต่อย่างไรก็ดี การทำ Hospitel มีข้อจำกัดดังนี้

  1. ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของโรงพยาบาล
  2. ต้องลงทะเบียนกับกรมการแพทย์
  3. ต้องมีการตรวจเช็คร่างกายอย่างน้อยวันละ 2-3 ครั้ง
  4. หากมีอาการ แพทย์จะต้องพิจราณาย้ายไปโรงพยาบาลเพื่อรักษา 
  5. โรงพยาบาลจำเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยมาที่ Hospitel เอง

และเนื่องจาก Hospitel นั้น มีจำนวนจำกัดเช่นเดียวกัน และ การหาเตียง ฮอสพิเทลนั้น ในปัจจุบัน ที่มีการติดเชื้อมาก อาจมีค่าใช้จ่ายที่หลายคนอาจไม่สามารถจัดการได้ Home Isolation จึงเป็นตัวเลือกที่เร็วกว่า และ ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า