เช็คเงินเยียวยานักเรียนโรงเรียนรัฐบาลได้ไหม รับเงินอย่างไร

ตรวจสอบสิทธิ์เยียวยานักเรียน ผ่านช่องทางไหน

จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ทวีความรุนแรงและกินระยะเวลานานต่อเนื่องมานานนับปี แม้รัฐบาลเร่งออกมาตรการยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อ ไม่ว่าจะเป็นการล็อคดาวน์จังหวัดพื้นที่เสี่ยง ปรับเปลี่ยนการให้บริการหลาย ๆ กิจการ หรือขอความร่วมให้สถานศึกษาปรับมาใช้วิธีเรียนออนไลน์ ส่วนภาคเอกชนก็ขอให้ Work From Home แทน ด้วยหวังลดการเดินทางของประชากรทุกเพศ ทุกวัย แต่ดูเหมือนผู้ติดเชื้อใหม่และผู้เสียชีวิตยังคงไม่ลดลง ทั้งมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น จึงมีการคาดการณ์ว่า กว่าประชาชนจะกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติอาจต้องใช้เวลาอีกพอสมควร

และเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 รัฐบาลได้เร่งออกมาตรการเยียวยามากมาย อาทิ โครงการคนละครึ่ง หรือโครงการเยียวยาประกันสังคม ม.33 ม.39 และม.40 โดยล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบมาตรการให้ความช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้แก่ผู้ปกครอง สำหรับนักเรียนในระบบการศึกษาไทยภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 โดยให้การสนับสนุนค่าใช้จ่ายเพื่อลดภาระให้แก่ผู้ปกครอง ด้วยการจ่ายเงินเยียวยานักเรียนคนละ 2,000 บาท ทำให้เกิดคำถามตามมาว่า หากมีลูกหลายคนจะได้เงินเท่าไหร่ รอนานขนาดไหนถึงได้รับเงิน รวมถึงมีวิธีเช็กสิทธิเงินเยียวยานักเรียนหรือไม่ 

ใครบ้างที่ได้-ไม่ได้ เงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท

  • นักเรียนที่ตรวจสอบสิทธิ์นี้ได้ คือ นักเรียนที่มีชื่อในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่สถานศึกษารายงานและยืนยัน/รับรอง จากระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (Data Management Center: DMC) ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2564 เท่านั้น
  • หากนักเรียนศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัดอื่น ๆ อาทิ สังกัดโรงเรียนเอกชน กรุณาติดต่อต้นสังกัด หรือสถานศึกษาของตัวนักเรียนเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม โดยจะไม่สามารถตรวจสอบข้อมูลได้จากระบบนี้
  • นักเรียนอายุน้อยกว่า 3 ปี และมากกว่า 20 ปี หลังวันที่ 15 พฤษภาคม 2564 จะยังไม่ได้แสดงชื่อในรอบนี้
  • หากตรวจสอบสิทธิ์และพบว่ามีสิทธิ์ แต่ย้ายสถานศึกษาแล้ว เงินเยียวยาจะถูกโอนให้สถานศึกษาใหม่

มีลูกหลายคนได้รับเงินเยียวยานักเรียนเท่าไหร่ ?

  • รัฐบาลจ่ายเงิน 2,000 บาท ตามจำนวนนักเรียนในครอบครัว อาทิ มีบุตรที่อยู่ในระบบการศึกษา ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 จำนวน 3 คน ได้รับเงินเยียวยา จำนวน 6,000 บาท

ใครเป็นคนได้รับเงินเยียวยานักเรียน

สำหรับประเด็นนี้สามารถแบ่งเกณฑ์ผู้ปกครองหรือบุคคลที่ได้รับเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท ไว้ดังนี้

  • กรณีนักเรียนอยู่กับพ่อแม่ ผู้ปกครองก็คือพ่อแม่
  • กรณีนักเรียนอยู่กับญาติ ผู้ปกครองก็คือญาติที่นักเรียนอาศัยอยู่ด้วย ซึ่งครูประจำชั้นต้องทราบข้อมูลดังกล่าวด้วย
  • กรณีนักเรียนอยู่กับมูลนิธิหรืออยู่บ้านพักเด็ก ทางโรงเรียนก็สามารถจ่ายเงินเยียวยาให้กับนักเรียนโดยตรง

เงินเยียวยาที่ได้รับ ใช้จ่ายกับอะไรได้บ้าง

  • ค่าธรรมเนียมการเรียน
  • ค่าบำรุงการศึกษา
  • ค่าอินเทอร์เน็ต
  • ค่าไฟฟ้า

วิธีจ่ายเงินเยียวยานักเรียน

  • เมื่อ สพฐ. ได้รับเงินจัดสรรก็จะโอนเงินไปยังบัญชีของสำนักงานเขตฯ ภายในวันเดียวกัน จากนั้นสำนักงานเขตฯ โอนต่อไปยังโรงเรียนภายใน 3 วัน
  • จากนั้นโรงเรียนจะดำเนินการโอนเงินหรือจ่ายเงินถึงมือผู้ปกครองภายใน 3 วัน

เริ่มโอนเงินเยียวยานักเรียน วันไหน

หลังกระทรวงศึกษาธิการได้รับเงินเยียวยานักเรียนมาจากกระทรวงการคลัง จะเร่งดำเนินการกระจายเงินทันที โดยมีกำหนดการคร่าว ๆ ดังนี้

  • นักเรียนในสังกัดคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน : โอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครอง ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน เป็นต้นไป
  • นักเรียนในสังกัดคณะกรรมการอาชีวศึกษา (สอศ.) : ผู้ปกครองรับเงินที่วิทยาลัย ตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน เป็นต้นไป
  • นักเรียนในสังกัดคณะกรรมการส่งเสริการศึกษาเยาวชน (สช.) : ผู้ปกครองรับเงินสดที่โรงเรียน หรือรับเข้าบัญชี ตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน เป็นต้นไป

รับเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท ผ่านช่องทางไหน

  • หากผู้ปกครองมีบัญชีธนาคารก็สามารถโอนเงินเข้าบัญชีผู้ปกครองได้โดยตรง
  • หรือให้โรงเรียนบริหารจัดการผ่านครูประจำชั้น โดยการจ่ายเงินสดให้ผู้ปกครอง พร้อมให้ผู้ปกครองลงลายมือชื่อและแนบสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือสำเนาทะเบียนบ้าน เพื่อเป็นหลักฐานในการจ่ายเงิน

วิธีเช็คสิทธิเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท โรงเรียนรัฐบาล

นักเรียนในสังกัด สพฐ. สามารถตรวจสอบสิทธิ์ได้ที่เว็บไซต์ student.edudev.in.th โดยให้กรอกเลขประจำตัวประชาชนของนักเรียน เลขประจำตัวนักเรียน พร้อมตัวเลขที่ปรากฎอยู่บนเว็บไซต์

เช็คสิทธิเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท โรงเรียนรัฐบาล
เช็คสิทธิเงินเยียวยานักเรียน 2,000 บาท โรงเรียนรัฐบาล

อ้างอิงข้อมูล : กรมประชาสัมพันธ์, ประชาสัมพันธ์ สพฐ.


READ MORE :