Home Promotions.co.th News Finance 5 อย่างควรรู้ เมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้ ผ่านมาแล้ว 3 เดือน

5 อย่างควรรู้ เมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้ ผ่านมาแล้ว 3 เดือน

มันอาจถึงเวลาที่ต้องกลับไปผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ผ่อนสินเชื่อเหมือนเดิมแล้ว เพราะมาตรการพักชำระหนี้ของธนาคารต่างๆ กำลังจะสิ้นสุด และมักจะสิ้นสุดราวๆ ปลายเดือน มิถุนายน 2563 นี้ เนื่องจากมีคนจำนวนมากได้รับมาตรการช่วยเหลือในเดือน เมษายน ที่ผ่านมา คำถามคือ เมื่อครบกำหนดพักชำระหนี้แล้ว ครบ 3 เดือนแล้ว ต้องทำอะไรต่อ?

หากจำกันไม่ได้ว่า การพักชำระหนี้เป็นอย่างไร? เรามาย้อนดูกัน 

มาตรการพักชำระหนี้ 3 เดือนที่ผ่านมาเป็นยังไงนะ?

  • พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย หรือ อย่างใดอย่างหนึ่ง จากแต่ละธนาคาร โดยมักเริ่มตั้งแต่ 1 มีนาคม หรือ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา
  • หนี้ที่พักชำระเช่น หนี้บ้าน หนี้รถ หนี้ไฟแนนซ์รถยนต์ หนี้บัตรเครดิต สินเชื่อส่วนบุคคล ฯลฯ
  • ธนาคารหลายแห่งปรับลดอัตราดอกเบี้ย บางแห่งยืดอายุสัญญาเงินกู้ และ บางแห่งลดดอกเบี้ยให้เลยทันที
  • เมื่อมีการหยุดจ่ายไป ดอกเบี้ยยังคงเดินอยู่ ซึ่งในช่วงที่ทำเรื่องพักชำระหนี้ก็จะทราบข้อมูลจุดนี้กัน
  • การหยุดจ่าย พักชำระหนี้ ไม่ได้มีผลต่อคะแนนเครดิตใดๆ เนื่องจากเป็นมาตรการของทางธนาคารและสถาบันการเงินเอง

ต้องจ่ายเงินที่ตกลงกันไว้เมื่อครบกำหนดพักชำระ

มาตรการทั้งหมด อาจสามารถสรุปได้ดังนี้

  1. ครบพักชำระหนี้เดือนที่ 3 แล้ว ในเดือนที่ 4 บางธนาคารอาจให้จ่ายปกติเหมือนช่วงก่อนพักชำระ เช่นจ่ายอยู่เดือนละ 15,000 ก็ต้องกลับมาจ่ายเท่าเดิม
  2. ครบพักชำระหนี้เดือนที่ 3 แล้ว ในเดือนที่ 4 ต้องจ่ายเงินต้นในเดือนนั้นรวมถึง ดอกเบี้ยที่หยุดไป 3 เดือน ในบางสถาบันการเงิน
  3. เมื่อครบกำหนดพักชำระ บางธนาคารอาจเอาดอกเบี้ยหารเฉลี่ยทุกเดือน หรือมีการปรับสัญญาเงินกู้ใหม่ หรืออาจให้มีการรีไฟแนนซ์หนี้ได้
  4. บางธนาคารอาจมีการยืดระยะเวลา หรือ ผ่อนผัน การพักชำระต่ออีกทอดหนึ่ง (คาดว่า อาจเป็นธนาคารออมสิน)

คนจำนวนมาก อาจไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ 

เมื่อต้องหยุด lock down ทำงานอยู่กับบ้าน ประชาชนจำนวนมากตกงาน เนื่องจากห้างปิด สถานบริการปิด ร้านอาหารปิด ท่องเที่ยวปิด ซึ่งข่าวล่าสุดจาก Post Today แจ้งว่ามีผู้ตกงานราว 8.4 ล้านคน เนื่องจากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว บริการ และเกษตรกรรม และนั่นเป็นเหตุผลที่คนจำนวนมาก หากให้ดีคร่าวๆ น่าจะเกิน 10 ล้านคน ไม่สามารถที่จะมีเงินมาจ่ายได้ เมื่อมาตรการพักชำระหนี้สิ้นสุด

ทางออกสำหรับผู้ที่ไม่มีเงิน หลังจบพักชำระหนี้

คาดว่ายังมีคนอีกจำนวนมากที่ยังไม่มีกำลังในการผ่อนชำระหนี้ ที่ถูกพักอยู่ได้ ดังนั้นสิ่งต่างๆ เหล่านี้น่าจะเป็นทางออก โดยสมมติว่าทางรัฐบาลและสถาบันการเงินไม่ได้มีการออกมาตรการอะไรเพิ่มเติม

  • รีไฟแนนซ์หนี้

ไม่ว่าจะเป็นการรีไฟแนนซ์รถยนต์ บัตรเครดิต โอนหนี้ รีไฟแนนซ์บ้าน โดยการติดต่อกับธนาคารเจ้าของหนี้ ธนาคารอาจให้มีการเปลี่ยนสัญญาเงินกู้ เพิ่มระยะเวลาในการผ่อน ลดค่างวด ฯลฯ

  • ปรับโครงสร้างหนี้

เมื่อรู้ตัวว่า ไม่สามารถจ่ายได้ สิ่งที่ทำอย่างแรกคือไม่ควรหนี และ ไม่ควรเงียบหายไปโดยไม่ได้แจ้ง เพราะจะตีเป็นหนี้เสียทันที กระทบคะแนนเครดิต ดังนั้น การเผชิญหน้ากับธนาคารในช่วงเวลาวิกฤติแบบนี้ เป็นสิ่งที่ดีที่สุด เพราะธนาคารเข้าใจ และไม่มีธนาคารไหนอยากให้ลูกค้าเดือดร้อนแน่นอน

  • ขายทรัพย์สิน

บางบ้านอาจมีการจำนำทรัพย์สินไปแล้วในช่วงโควิด แต่บางบ้านยังเก็บไว้เป็นไม้ตายสุดท้าย ไม่ว่าทรัพย์สินเหล่านั้นจะเป็นบ้าน รถ ทอง ฯลฯ การขายและนำเงินไปใช้หนี้ หรือ นำไปลงทุน (หากมีความมั่นใจ) และนำเงินมาใช้หนี้เป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่ว่ารถคันนั้น หรือ บ้านนั้นยังติดหนี้แบงค์อยู่หรือไม่? การขายทรัพย์สินเพื่อใช้หนี้ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่เจ็บปวด แต่ต้องทำ

คุยกับธนาคารเจ้าของหนี้ ค่อยตัดสินใจ

อย่างที่บอกไปคือ การใช้หนี้ที่ตัวเองเป็นผู้ก่อขึ้นมา โดยไม่หนีหนี้ เผชิญหน้ากับเจ้าหนี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะสามารถช่วยกันหาทางออกได้ แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าปรึกษาหาทางออกกับทางธนาคาร เพราะธนาคารก็ไม่อยากได้ NPL หรือ หนี้เสีย และ ลูกหนี้ ก็ไม่อยากมีคะแนนเครดิตไม่ดี

ทางออกที่ดีที่สุด และเสี่ยงน้อยที่สุดไม่ใช่การ ขายบ้าน แต่การเปลี่ยนสัญญา หรือการรีไฟแนนซ์รถยนต์ เพราะหากไม่มีรถยนต์อยู่ก็ดีกว่าไม่มีบ้านอยู่ ก่อนที่จะตัดสินใจทำอะไรลงไป ลองอ่าน ความรู้เกี่ยวกับ รีไฟแนนซ์รถยนต์ และ การจำนำทะเบียน เพื่อประกอบความรู้ในการตัดสินใจสู้กับมาตรการพักชำระหนี้ที่สิ้นสุดลง

 

Exit mobile version