อัตราการว่างงาน 2564 พุ่งสูงหลักล้าน ใบสมัครว่อน 80 ใบ ต่อตำแหน่ง

แม้ว่าสถานการณ์โควิดในประเทศไทยจะมีผลกระทบในหลายด้าน สิ่งที่ดูเหมือนจะกระทบมากที่สุดเห็นจะเป็นในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอัตราการว่างงานที่มีการคาดการณ์ว่าน่าจะพุ่งสูงขึ้นแตะหลักล้านคนในปลายปี 2564 นี้ ทำให้หลายฝ่ายมีความกังวลถึงเรื่องดังกล่าว

สำรวจอัตราการจ้างงาน ปี 2564 จาก NSO

ระหว่างเดือนมกราคม 2564 จนถึง เดือนมีนาคมที่ผ่านมานั้น สำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้มีการสำรวจอัตราการจ้างงาน และ ว่างงานในประเทศไทย สำหรับผู้ที่มีอายุ 15 ปี ขึ้นไป พบว่า ผู้ที่มีงานทำมีจำนวนที่ 37.58 ล้านคน แต่สำหรับ ผู้ที่ว่างงานนั้นมีมากถึง 0.76 ล้านคน (ราวๆ 760,000 คน ไม่นับรวมผู้ที่อยู่นอกกำลังแรงงาน)

ข้อมูลจาก nso.go.th บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การสำรวจภาวะการทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 1 พ.ศ. 2564

ซึ่งอัตราการว่างงานคิดเป็นร้อยละ 2.0 และการจ้างงานลดลงถึง 2.2% โดยการว่างงานนั้น ถูกแยกออกเป็น สองส่วนดังนี้

  • ผู้ที่เคยมีงานทำมาก่อนและว่างงานช่วงปี 2564 5.13 แสนคน
  • ผู้ที่ไม่เคยทำงานมาก่อนและมาถึงวัยทำงานช่วงปี 2564 2.45 แสนคน

จะเห็นได้ว่า คนที่เคยมีงานทำมาก่อน ตกงานและไม่ได้ทำงานเนื่องจากการปลดคนทำงาน อาจด้วยสภาพเศรษฐกิจ การเงิน ฯลฯ ที่อาจเกี่ยวเนื่องกับโควิดโดยตรง และล่าสุด TDRI ได้มีการสำรวจ เกี่ยวกับผลกระทบจากโควิดที่มีต่ออัตราการจ้างงาน ผ่าน Thaipbos.or.th สามารถสรุปประเด็นหลักๆสำคัญได้ดังนี้

  1. อัตราการประกาศรับสมัครงานน้อยลง โดยคาดว่า ครึ่งปี 2564 หลังจะมีการจ้างงานลดลง 50%
  2. จำนวนใบสมัครต่องานเพิ่มขึ้น เป็น 80 ใบสมัคร ต่อตำแหน่งที่เปิดรับ
  3. งานที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ การท่องเที่ยว ธุรกิจบริการ สินค้าอุตสาหกรรม และขายปลีก

กลับกัน อังกฤษมีตำแหน่งว่างงานเยอะขึ้น

เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจสำหรับหลายคน ที่กลับพบว่า บางประเทศอย่างในประเทศอังกฤษนั้น มีอัตราการจ้างงานที่สูงขึ้น มากกว่าก่อนโควิด เนื่องจาก คนวัยทำงานส่วนใหญ่ ต้องการหา Work Life Balance หรือ ต้องการหาเวลาให้กับชีวิตตัวเองมากขึ้น

ข่าวจาก Warrington Worldwide กล่าวเอาไว้ว่า ผู้คนวัยทำงาน ต้องการหางานที่เป็นแบบ Part-time Job หรืองานไซด์ไลน์มากกว่าเดิมเนื่องจากต้องการที่จะใช้ชีวิตคู่ไปกับการทำงาน และไม่อยากเป็นเรื่องของการเข้า office อีกต่อไป ซึ่งในปัจจุบันพบว่า มีตำแหน่งว่างงานมากถึง 1 ล้านตำแหน่งในอังกฤษ ซึ่งสูงที่สุดในประวัติการณ์

มีการรายงานจาก npr.org ไว้ว่า หนึ่งในสาเหตุของการออกจากงาน ต้องการเปลี่ยนงาน หรือหา work life balance ของกลุ่มแรงงานก็คือ การค้นพบตัวเองเมื่อต้องทำงานนอกสถานที่ หรือทำจากที่บ้านแบบ work from home ซึ่งทำให้ตัวเองรู้ว่าแท้ที่จริงแล้ว เป็นคนแบบไหน และต้องการอะไร


เทรนด์การทำงานเปลี่ยนแปลงในหมู่นักศึกษา

ไม่นานมานี้ มีการศึกษาและเก็บสถิติของนักศึกษาที่จบใหม่ ในไต้หวัน ซึ่งพบว่า นักเรียนนักศึกษาที่ยังอยู่ในวัยเรียน ต้องการงานที่เป็น parttime มากกว่าเดิมมากถึง 85% ของจำนวนนักเรียนทั้งหมด

ซึ่งคาดว่าทั้งหมดนี้ น่าจะเป็นผลกระทบของความขัดสนในยุคโควิด พร้อมกับการเห็นช่องทางใหม่ๆ ของนักเรียนที่มองเห็นงานไซด์ไลน์ ซึ่งสามารถรับรายได้ระหว่างเรียน โดยที่รายได้ส่วนใหญ่อาจเป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองโดยรายได้ส่วนใหญ่ 60% นำไปใช้จ่ายเกี่ยวับอาหาร และเกี่ยวกับ entertainment (เช่นการซื้อมือถือใหม่ ฯลฯ)