อย. อนุมัติวัคซีนโควิดเด็กอายุ 5 – 11 ปี หลังอนุมัติใช้ในเด็ก 12 ปีขึ้นไป

ระยะเกือบ 2 ปีแล้วที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับเชื้อไวรัสโคโรนา หรือ โควิด-19 ที่มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลก อีกทั้งยังพรากชีวิตมนุษย์ไปหลายราย ในช่วงที่ผ่านมาพบทั้งผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อจำนวนมาก อีกทั้งเชื้อโควิด-19 ยังมีการกลายพันธุ์เพิ่มความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ  ซึ่งพบได้ทั้งผู้ติดเชื้อแบบแสดงอาการและผู้ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ เรียกได้ว่าเป็นเชื้อที่มีความน่ากลัวอย่างมาก ล่าสุด! ค้นพบเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ โดยองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ออกมาประกาศจับตาไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ B.1.1.529 หรือเรียกว่า “โอไมครอน” พบในประเทศแอฟริกาใต้ มีลักษณะของการกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม (spike protein) มากถึง 32 ตำแหน่ง  หลบหลีกวัคซีนได้มากขึ้น  หากฉีดวัคซีนโควิดแล้วก็สามารถติดเชื้อโควิดได้

ถึงแม้ว่าประชาชนจะมีการป้องกันและได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 แล้วก็ตาม ยอดผู้เสียชีวิตและติดเชื้อยังมีให้เห็นทุกวัน โดยส่วนใหญ่วัคซีนได้ฉีดให้กับเด็กและวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไปจำนวน 2 โดส และบูสเข็ม 3 อีก 1 เข็ม แต่…ยังไม่มีการฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 ให้เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 12 ปี ล่าสุด! มีข่าวดี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาอนุมัติฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 5 -11 ขวบ หลังจากอนุมัติใช้ในเด็ก 12 ปีขึ้นไป โดยมีรายละเอียด ดังนี้

อย. อนุมัติไฟเซอร์สำหรับฉีดในกลุ่มเด็ก 5-11 ปี

ข่าวดี อย. อนุมัติไฟเซอร์สำหรับฉีดในกลุ่มเด็ก 5 – 11 ปีแล้ว 

เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564 นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เผย อย. อนุมัติฉีดวัคซีนป้องกันเชื้อโควิด-19 สำหรับเด็ก โดยเป็นวัคซีนโคเมอร์เนตี (COMIRNATY VACCINE) ของบริษัท ไฟเซอร์ จำกัด สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 5 – 11 ปี เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากเดิมวัคซีนไฟเซอร์สามารถฉีดได้ในเด็กกลุ่มอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น

โดยการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ในเด็กอายุ 5 – 11 ปี จะเป็นฉีดเข้าทางกล้ามเนื้อ และใช้ขนาดวัคซีนลดลงเหลือ 10 ไมโครกรัม หรือคิดเป็น 1 ใน 3 ของจำนวนการฉีดในกลุ่มผู้มีที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป โดยฉีดทั้งหมด 2 เข็ม เว้นเข็มละ 21 วัน

โคเมอร์เนตี (Comirnaty)

โคเมอร์เนตี เป็นวัคซีนสำหรับฉีดเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป เพื่อป้องกันโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ทำไมถึงใช้ชื่อ “โคเมอร์เนตี (Comirnaty)”

Comirnaty ออกเสียงว่า koe-mir’-na-tee (โค-เมียร์-นา-ที) หรือในประเทศไทยเรียกว่าโคเมอร์เนตี เป็นการผสมระหว่างคำว่า Covid-19 immunity (ภูมิคุ้มกันโควิด-19) และคำว่า mRNA ซึ่งคล้องกับคำว่า community (ชุมชน) เมื่อนำมารวมกันแล้วชื่อนี้จะแสดงถึงเทคโนโลยีที่ใช้ในการผลิตวัคซีน เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันต้านโรคโควิด-19 และชุมชน

ผู้ที่ไม่ควรฉีดโคเมอร์เนตี

  • ผู้ที่แพ้ตัวยาสำคัญ หรือส่วนผสมอื่นชนิดใดชนิดหนึ่งของวัคซีนนี้ ผู้แพ้ควรปรึกษาแพทย์ เภสัชกร หรือพยาบาลของท่านก่อนที่ท่านจะได้รับวัคซีน

คำเตือนและข้อควรระวัง

  • ผู้ที่มีอาการแพ้รุนแรง หรือมีปัญหาทางการหายใจหลังจากที่ฉีดวัคซีนอื่นใด หรือหลังจากที่ท่านได้รับโคเมอร์
    เนตีในอดีต
  • รู้สึกกระวนกระวายเกี่ยวกับขั้นตอนการฉีดวัคซีน หรือเคยหมดสติชั่วคราวหลังจากการฉีดยาด้วยเข็มฉีดยาใด ๆ
  • มีอาการเจ็บป่วย หรือการติดเชื้อรุนแรงที่มีไข้สูงร่วมด้วย
  • ท่านสามารถรับวัคซีนได้หากท่านมีไข้ต่ำ หรือมีการติดเชื้อที่ทางเดินหายใจส่วนบน เช่น ไข้หวัด
  • ปัญหาที่เกี่ยวกับการมีเลือดออกเกิดจ้ำเลือดได้ง่าย หรือใช้ยาที่ป้องกันการเกิดลิ่มเลือด
  • มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอเนื่องมาจากโรค เช่น การติดเชื้อ HIV หรือใช้ยา เช่น คอร์ติโคสเตอรอยด์ ที่ส่งผลต่อ
    ระบบภูมิคุ้มกัน

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น

ผลข้างเคียงที่พบบ่อยมาก: อาจเกิดขึ้นมากกว่า 1 ใน 10 ราย

  • บริเวณที่ฉีดวัคซีน ปวด บวม
  • ปวดกล้ามเนื้อ
  • ท้องเสีย
  • เหนื่อย
  • หนาวสั่น
  • มีไข้
  • ปวดศีรษะ
  • ปวดข้อ

สำหรับข่าวที่อย.อนุมัติวัคซีนโควิดเด็กอายุ 5 – 11 ปี หลังจากอนุมัติใช้ในเด็ก 12 ปีขึ้นไป ถือเป็นข่าวดีที่เด็กอายุ 5 – 11 ปี จะได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 โดยช่วยป้องกันการติดเชื้อ ป้องกันการเจ็บป่วย ลดความรุนแรงของโรค และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากเชื้อโควิดได้ เพราะฉะนั้นหากผู้ปกครองพาเด็กไปฉีด อย่าลืมสังเกตอาการความผิดปกติให้ดี เพื่อได้รับการรักษาอย่างทันเวลา ถึงแม้ว่าจะมีการฉีดวัคซีนโควิดแล้วก็ควรดูแลตัวเอง โดยการสวมใส่หน้ากากอนามัย พกเจลทำความสะอาดมือ เว้นระยะห่าง เป็นต้น เพื่อความปลอดภัยและลดการแพร่เชื้อ


อ่านเพิ่มเติม