8 อย่างที่ควรรู้ เกี่ยวกับ Delta Variant (สายพันธุ์เดลต้า)

เรารู้จักกับ Alpha Variant ซึ่งเป็นสายพันธุ์ ของ Covid-19 ที่เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศอังกฤษ แต่เรามักได้ยินข่าวเกี่ยวกับสายพันธุ์ เดลต้า (Delta Variant) ที่มาจากอินเดีย อยู่ บ่อยๆ ด้วยความที่ติดง่ายและเสียชีวิตในระยะเวลาอันสั้น เราขอสรุป ข้อมูลเกี่ยวกับสายพันธุ์นี้ไว้ 8 หัวข้อด้วยกัน

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับ โควิด สายพันธุ์ เดลต้า

1. สายพันธุ์ เดลต้า แพร่กระจายเร็วที่สุด (Contagious)

ในวันที่ 22 กรกฎาคม มีผู้ป่วยจากใน UC Davis Health ที่ตรวจพบว่าติดเชื้อโควิดด้วยสายพันธุ์ Delta มากถึง 80% และในสัปดาห์เดียวกัน สายพันธุ์นี้ คิดเป็น 80% ของเคสใหม่ใน อเมริกา ซึ่งทำให้เกิดความกังวลอย่างมากมาย ทั้งสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนแล้ว และ ยังไม่ได้ฉีด

รวมถึงมีหลักฐานชัดเจนว่า Delta Variant สามารถทำให้ผู้ที่ฉีดวัคซีนครบแล้ว ติดเชื้อได้เช่นเดียวกันกับผู้ที่ยังไม่ได้ฉีด

2. ผู้ติดเชื้อมีอาการเหมือนกันกับ สายพันธุ์อื่นๆ

อาการของการติดเชื้อ สำหรับผู้ที่ได้รับ สายพันธุ์ เดลต้าไปแล้วนั้น จะเหมือนกันกับอาการติดเชื้อโควิดทั่วๆไป แต่จะแบ่งตัวเร็วกว่า เพิ่มจำนวนเชื้อเร็วกว่า ทำให้แพร่กระจายเร็ซกว่า และผลลัพธ์ก็คือ ป่วยเร็วกว่า ซึ่งเราจะเห็นว่าหลายคนที่ติดเชื้อสายพันธุ์เดลต้านั้นมักมีอาการทรุดเร็ว

3. มีผลกระทบกับคนที่ยังไม่ได้รับวัคซีนมากกว่า

มีการรายงานว่า ผู้ที่ติดเชื้อโควิดโดยเฉพาะสายพันธุ์ เดลต้า ที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนใดๆ มีการมานอน Admit ที่โรงพยาบาลมากกว่าผู้ที่ไม่ได้ฉีด โดยในกลุ่มนี้มีมากถึง 97% และผู้ที่ฉีดวัคซีนมีแค่เพียง 3% ซึ่งบอกให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า การฉีดวัคซีนป้องกันการป่วยหนัก ถึงขึ้น Admit ในโรงพยาบาล

4. Delta ไม่อาจทำให้คนฉีดวัคซีนแล้วอาการหนักได้

ผู้ที่ได้รับวัคซีนโควิดครบแล้ว หากมีการติดเชื้อสายพันธุ์นี้ มักจะมีอาการคล้ายกับการเป็นหวัดเท่านั้น และไม่ค่อยมี อาการป่วยหนัก ถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล และ เสียชีวิต และถ้าหากมีอาการหนักจริง มีเพียงแค่ 0.04% ของผู้ที่ได้รับวัคซีนครบแล้ว

ฉีดครบแล้วหากติดเชื้อ อัตราการตายเท่ากับไข้หวัดใหญ่ (Influenza)

หากเปรียบเทียบกันกับการเสียชีวิต ของไข้หวัดใหญ่ก็จะพอๆกัน โดยข้อมูลของ cdc.gov บอกเอาไว้ว่า ผู้ที่ติดไข้หวัดใหญ่ (ที่ไม่ใช่โควิด 19) 100,000 คน จะมีผู้เสียชีวิต 15.2 คน หรือ ทั้งหมดประมาณ 0.0152%

5. สายพันธ์เดลต้า มีความรุนแรงในบางกลุ่มบุคคล

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มบุคคลที่ไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณสุขได้ ซึ่งจะทำให้มีการระบาดรุนแรง และมีอัตราการเสียชีวิตที่น่าตกใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศยากจน ที่วัคซีนโควิด ไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ และดูเหมือนว่า บ้านเราน่าจะเริ่มเป็นหนึ่งในกลุ่มเหล่านั้น

6. หลายประเทศเร่งฉีดวัคซีน เพราะกลัว Delta

ในการระบาดตอนแรกที่หลายคนกลัวสายพันธุ์ Alpha ที่มาจากอังกฤษ แตการแพร่ระบาดและอัตราการเสียชีวิตนั้นไม่ได้มากเท่า เมื่อมีการก่อกำเนิดขึ้นของสายพันธุ์ Delta ที่คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างรวดเร็ว ทำให้หลายประเทศเร่งฉีดวัคซีน และจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ สำหรับการฉีดป้องกันสายพันธุ์นี้

Yale Medicine กล่าวเอาไว้ว่า สิ่งที่ปกป้องผู้คนจากสายพันธุ์ Delta ได้ดีที่สุด ก็คือ การฉีดวัคซีน และการยกตัวอย่างนั้น มีแค่วัคซีนสองตัวเท่านั้น ก็คือ Pfizer และ Moderna

7. ยังคงต้องใส่ หน้ากากอนามัยต่อ แม้จะฉีดวัคซีนแล้ว

การใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการติดเชื้อยังคงต้องทำต่อ แม้ว่า จะมีการฉีดวัคซีนครบโดสแล้วก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ล่าสุด CDC ได้มีการออกคำแนะนำว่า ควรใส่แมสก์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าต้องอยู่ในพื้นที่ปิด แบบพื้นที่ Indoor ทั้งผู้ใหญ่ที่ได้รับวัคซีน และ เด็กด้วย

8. ไม่ใช่ Delta เท่านั้น สายพันธุ์ อื่นๆ กำลังตามมา

หากบอกว่า Delta น่ากลัวแล้ว เรายังมีสายพันธุ์อื่นๆ ตามมานันก็คือสายพันธุ์ Lambda Variant ที่มาจากอเมริกาใต้ ซึ่งทางที่ดีที่สุด คือเช่นเคย ต้องมีการฉีดวัคซีนครบทุกคน เพราะหากมีผู้ที่ยังไม่ฉีดวัคซีน สายพันธุ์ใหม่ๆ ก็จะออกมาเรื่อยๆ เนื่องจากบุคคลที่ไม่ได้ฉีด ก็จะไม่มีภูมิคุ้มกันนั่นเอง


การตรวจเจอสายพันธุ์เดลต้านได้นั้น ก็จะต้องมีการตรวจแบบ RT-PCR และนำผลลัพธ์ไปคัดแยกสายพันธุ์ของเชื้อต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งปัจจุบัน ในประเทศไทย มีสายพันธุ์นี้อยู่มากถึง 70% เข้าไปแล้ว (ข้อมูล ณ วันที่ 4 กรกฎาคม 2564 จาก Bangkok Post) และนั่นทำให้เห็นถึงจำนวนผู้ติดเชื้อ และจำนวนผู้เสียชีวิตมากถึงปัจจุบัน