สรุปครบ พื้นที่สีแดงเข้ม มีจังหวัดใดบ้าง กิจการไหนเปิดได้

ads

ล็อกดาวน์เข้มป้องโควิด-19 เริ่ม 20 ก.ค. นี้

เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2564 ที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบค. มีมติเห็นชอบยกระดับมาตรการป้องกัน COVID-19 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุด 10 จังหวัด โดยให้มีผลบังคับใช้ในวันที่ 12 กรกฎาคม 2564 เป็นระยะเวลา 14 วัน เพื่อลดและควบคุมจำนวนผู้ติดโควิด-19 แต่ดูเหมือนสถานการณ์โควิด-19 ระลอกใหม่ในประเทศไทย ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น หลังยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ทะลุหลักหมื่น ส่วนยอดผู้เสียชีวิตแตะ 100 คน เรียกว่าปรากฏการณ์นิวไฮที่เกิดขึ้น ทำให้ที่ประชุม ศบค. ได้ยกดับมาตรการล็อกดาวน์ พร้อมแบ่งโซนสีใหม่ในแต่ละจังหวัด เพื่อจัดการการระบาดของไวรัสโควิด-19

ต่อมา เมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 2564 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่คำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 10/2564 เรื่อง พื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด พื้นที่ควบคุมสูงสุด พื้นที่ควบคุม และพื้นที่เฝ้าระวังสูง ตามข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

พื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด มีจังหวัดไหนบ้าง

สำหรับพื้นที่สีแดงเข้มที่ถูกยกระดับล็อกดาวน์ เพื่อสกัดกั้นเดินทางข้ามเขต พร้อมของดเว้นภารกิจที่ต้องเดินทางออกนอกบ้านเว้นมีเหตุจำเป็น ประกอบด้วย

กรุงเทพมหานคร นราธิวาส สงขลา
ฉะเชิงเทรา ปทุมธานี สมุทรปราการ
ชลบุรี ปัตตานี สมุทรสาคร
นครปฐม พระนครศรีอยุธยา
นนทบุรี ยะลา

ประชาชนและกิจการในพื้นที่สีแดงเข้ม ทำอะไรได้บ้าง


ประชาชน

(1) ห้ามออกนอกเคหสถาน เวลา 21.00 – 04.00 น. ยกเว้นบุคคลที่ได้รับอนุญาต

(2) เลี่ยง จำกัด หรืองดเดินทางออกนอกเคหสถานโดยไม่จำเป็น ยกเว้นเดินทางเพื่อซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (อาหาร ยา) เดินทางไปพบแพทย์ หรือการรับวัคซีนโควิด-19

(3) Work From Home 100% ทั้งส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชน ยกเว้นบริการที่เกี่ยวข้องกับสาธารณสุข การควบคุมโรค ระบบสาธารณูปโภค การจราจร การบรรเทาสาธารณภัย การรักษาความสงบเรียบร้อย หรืองานที่ได้กำหนดเวลา/นัดหมายล่วงหน้าไว้แล้ว หากจำเป็นต้องทำงานนอกที่พักให้ปฏิบัติมาตรการให้เว้นระยะห่าง สวมใส่หน้ากากอนามัย

(4) ให้จัดการอบรม สัมมนา หรือการประชุมออนไลน์เป็นหลัก

(5) ตั้งจุดตรวจ ด่านตรวจ หรือจุดสกัด เพื่อสกัดกั้นไม่ให้เกิดการเคลื่อนที่จากพื้นที่สีแดงเข้มไปยังจังหวัดอื่น

(6) ให้จำกัดจำนวนผู้โดยสารที่ใช้บริการขนส่งสาธารณะหรือยานพาหนะประเภทต่าง ๆ โดยไม่เกิน 50% ของความจุผู้โดยสาร มีผลบังคับใช้วันที่ 21 กรกฎาคม 2564

(7) ห้ามจัดกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มกันของบุคคลจำนวนมากกว่า 5 คน

กิจการต่าง ๆ

ซูเปอร์มาร์เก็ต
ปรับเปลี่ยนเวลาเปิดปิดกิจการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการแพร่กระจายเชื้อโควิด-19

(1) ร้านอาหารและเครื่องดื่ม เปิดได้จนถึงเวลา 20.00 น. ห้ามนั่งในร้าน ให้ซื้อกลับบ้านเท่านั้น

(2) ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า เปิดบริการได้เฉพาะซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านยา พื้นที่ฉีดวัคซีน หรือบริการทางการแพทย์ของรัฐ จนถึง 20.00 น.

(3) โรงแรม สามารถเปิดให้บริการได้ตามปกติ แต่งดจัดประชุม สัมมนา หรือการจัดเลี้ยง

(4) ร้านสะดวกซื้อ ตลาดสด เปิดบริการได้ตั้งแต่เวลา 04.00 น. จนถึง 20.00 น. ของทุกวัน

(5) โรงเรียนสถาบันศึกษา ฝึกอบรม ให้เรียนออนไลน์

(6) สำหรับโรงพยาบาล สถานพยาบาล คลินิกแพทย์รักษาโรค ร้านขายยา ร้านค้าทั่วไป โรงงาน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกรรมการเงิน ธนาคาร ตู้เอทีเอ็ม ธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม ไปรษณีย์และพัสดุภัณฑ์ ร้านจำหน่ายอาหารสัตว์ รา้ยเวชภัณฑ์ เครื่องมือช่าง อุปกรณ์ก่อสร้าง จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ดจำเป็น แก๊สหุงต้ม เชื้อเพลิง ปั๊มน้ำมัน ปั๊มแก๊ส รวมทั้งบริการส่งสินค้าและอาหารตามสั่ง (Delivery Online) ยังคงเปิดดำเนินการได้ตามความจำเป็น ภายใต้มาตรการคุมโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

อย่างไรก็ดี มาตรการคุมเข้มพื้นที่สีแดง มีผลบังคับใช้เป็นระยะเวลา 14 วัน คือ ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 2 สิงหาคม 2564 พร้อมมีการประเมินสถานการณ์ทุก 7 วัน แต่ในกรณีขนส่งสาธารณะ มีผลบังคับใช้ในวันที่ 21 กรกฎาคม 2564

ที่มา : ราชกิจจานุเบกษา


READ MORE :