คนกรุงต้องระวัง ! พบ 66 พื้นที่ มีค่าฝุ่น PM 2.5 เกินมาตรฐาน

ads

เช็กพื้นที่เสี่ยง #ฝุ่นPM25 ก่อนออกจากบ้าน พร้อมวิธีรับมือ

นับตั้งแต่เริ่มต้นเดือนมกราคม 2564 มาจนถึงวันนี้ ไม่ได้มีเพียงการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่เราต้องเฝ้าระวัง และคอยตั้งคำถามกับตัวเองว่า “ติดหรือยังนะ ?” ทุกคนยังต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่ส่งผลต่อสุขภาพอย่างมาก กับปัญหาฝุ่น PM 2.5 หรือฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ซึ่งถือเป็นปัญหาหนักอกหนักใจของชาวกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหลายจังหวัดในประเทศไทย ที่มาแต่ละครั้งก็สร้างผลกระทบยืดยาวหลายเดือน เพราะไม่ว่าจะมุมไหน ใกล้หรือไกลใจกลางเมือง ก็ล้วนแล้วแต่มีค่าฝุ่นในระดับที่ไม่น่าอยู่อาศัย และเป็นอันตรายต่อสุขภาพ

โดยที่ผ่านมา หน่วยงานต่าง ๆ ก็พยายามวิธีรับมือฝุ่น PM 2.5 มาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการให้คำแนะนำประชาชนที่พักอาศัยอยู่ในบริเวณที่มีมลพิษทางอากาศเกินมาตรฐาน และล่าสุด กองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ได้ ผลการตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5) วันที่ 23 มกราคม 2564 เวลา 07.00 น. ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมง พบว่าเกินค่ามาตรฐาน จำนวน 66 พื้นที่

เช็กพื้นที่อันตรายจากฝุ่น PM 2.5 ที่นี่

เขตหนองแขม เขตตลิ่งชัน เขตคลองสามวา เขตหลักสี่ สวนหลวง ร.9 (เขตประเวศ)
เขตทวีวัฒนา เขตภาษีเจริญ เขตบางกะปิ เขตบางซื่อ สวนจตุจักร (เขตจตุจักร)
เขตประเวศ เขตยานนาวา สวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (เขตบางคอแหลม) เขตจตุจักร สวนวชิรเบญจทัศ (เขตจตุจักร)
เขตจอมทอง เขตหนองจอก เขตมีนบุรี สวน 60 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ (เขตลาดกระบัง) สวนลุมพินี (เขตปทุมวัน)
เขตบางขุนเทียน เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย เขตพระนคร เขตบางพลัด สวนกีฬารามอินทรา (เขตบางเขน)
เขตบางบอน สวนทวีวนารมย์ (เขตทวีวัฒนา) เขตบางรัก เขตดอนเมือง สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ (เขตจตุจักร)
เขตบางแค เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางเขน สวนพระนคร (เขตลาดกระบัง) เขตห้วยขวาง
เขตบางกอกใหญ่ เขตราษฎร์บูรณะ เขตคันนายาว สวนเบญจกิติ (เขตคลองเตย) สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน (เขตดอนเมือง)
เขตบางนา เขตสาทร เขตดุสิต สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา (เขตบางกอกน้อย)
สวนธนบุรีรมย์ (เขตทุ่งครุ) สวนบางแคภิรมย์ (เขตบางแค) เขตบึงกุ่ม สวนสันติภาพ (เขตราชเทวี)
เขตทุ่งครุ เขตวัฒนา สวนหนองจอก (เขตหนองจอก) เขตวังทองหลาง
เขตบางกอกน้อย เขตบางคอแหลม สวนหลวงพระราม 8 (เขตบางพลัด) เขตสะพานสูง
เขตคลองสาน เขตสายไหม เขตสวนหลวง เขตลาดพร้าว
เขตคลองเตย เขตลาดกระบัง เขตพญาไท สวนเสรีไทย (เขตบึงกุ่ม)

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าฝุ่น PM 2.5 มีอะไรบ้าง ?

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าฝุ่น PM 2.5
ปัจจัยที่มีผลต่อค่าฝุ่น PM 2.5

สำหรับใครที่สงสัยว่า ทำไมบางช่วงค่าฝุ่น PM 2.5 ก็เพิ่มสูงขึ้นในหลายพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้สภาพอากาศโปร่ง ไร้ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 มาตลอดหลายเดือน ซึ่งเรื่องนี้เรามีคำตอบมาฝาก

เกิดจากกิจกรรมของมนุษย์

กิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราทุกคนล้วนส่งผลต่อการเกิดฝุ่นประเภทนี้ไม่มากก็น้อย อาทิ การเพิ่มปริมาณการใช้รถที่เป็นเครื่องยนต์ดีเซล การปล่อยควันพิษจากโรงงานอุตสาหกรรม และการเผาขยะในที่โล่งแจ้ง เป็นต้น

สภาวะอากาศและฤดูกาล

ฝุ่น PM 2.5 ในกรุงเทพฯ นั้นเกิดขึ้นทุกปี เพียงแต่ว่าแต่ละครั้งที่เกิดฝุ่นพิษ อาจจะมีดีกรีค่าฝุ่นที่มาก-น้อยต่างกัน และเวลาที่เกิดอาจจะมีความช้า-เร็วแตกต่างกันไปในแต่ละปี โดยปกติแล้วฝุ่น PM 2.5 จะเกิดขึ้นในช่วงเปลี่ยนฤดูกาลประมาณเดือนตุลาคม-กุมภาพันธ์ของทุกปี

แต่ด้วยสภาวะโลกร้อนปัจจุบันทำให้เวลาเริ่มต้น-สิ้นสุดของฤดูกาลมีการเปลี่ยนแปลง ผนวกกับปริมาณการใช้พลังงานของผู้คนในเมืองที่มากขึ้น ซึ่งปัจจัยทางธรรมชาติและวิถีการใช้ชีวิตในยุคปัจจุบันนี้ล้วนส่งผลต่อการเกิดฝุ่น PM 2.5 ค่อนข้างเร็วและมากกว่าที่เคยเป็นมา

ทิศทางลม

กระแสลมในแต่ละวันมีผลต่อค่าฝุ่นที่จะเกิดขึ้นในแต่ละพื้นที่ ในปัจจุบันก็มีแอปพลิเคชันและเว็บไซต์หลายแห่งให้บริการตรวจวัดพื้นที่ฝุ่น PM 2.5 ทั้งในกรุงเทพฯ และเขตที่มีค่าฝุ่นสูงในจังหวัดต่าง ๆ


วิธีการรับมือฝุ่น PM 2.5

สวมหน้ากากป้องกันฝุ่น
สวมหน้ากาก N95 ป้องกันฝุ่น PM 2.5
สวมหน้ากาก N95 ป้องกันฝุ่น PM 2.5

หน้ากาก N95 เป็นหน้ากากที่สามารถป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ แต่หากเลือกใช้หน้ากากอนามัยแบบทั่วไปที่ไม่ใช่หน้ากาก N95 แนะนำให้สวมใส่ซ้อนทับกัน 2 ชั้น หรือสวมหน้ากากอนามัย 1 ชั้น ก่อนซ้อนด้วยกระดาษเช็ดหน้าพับครึ่ง 1 แผ่นด้านใน วิธีนี้ก็ได้เช่นกัน

หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง

แนะนำให้ลดกิจกรรมที่ต้องออกแรงกลางแจ้ง อาทิ การออกกำลังกาย เนื่องจากการออกกำลังกายอาจเพิ่มอัตราการหายใจมากขึ้นกว่าปกติ 10-20 เท่า ซึ่งจะนำมลพิษเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจได้มากขึ้น

เตรียมยาให้พร้อม

สำหรับผู้เป็นโรคที่มีความเสี่ยง ได้แก่ โรคระบบทางเดินหายใจ ระบบหัวใจและหลอดเลือด ระบบผิวหนัง ระบบตา รวมถึงผู้ที่มีอาการภูมิแพ้ อาทิ แพ้ฝุ่น แพ้อากาศ ควรเตรียมพกยาที่จำเป็นต้องใช้ติดตัวไว้เสมอ

ผู้ที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ควรเลี่ยงออกจากบ้าน

กลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ที่อาจจะมีอาการป่วยได้ง่ายกว่าคนทั่วไป ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ และผู้มีโรคประจำตัว ควรหลีกเลี่ยงการออกจากบ้าน รวมถึงหลีกเลี่ยงการเปิดประตูและหน้าต่างทิ้งไว้


READ MORE :