Home Promotions.co.th News Finance ธปท. เสนอ 8 ทางเลือก ปรับโครงสร้างหนี้ สู้ภัยโควิด-19

ธปท. เสนอ 8 ทางเลือก ปรับโครงสร้างหนี้ สู้ภัยโควิด-19

อย่ารอจนเป็นหนี้เสีย !

หลังเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ส่งผลให้คนไทยได้รับผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเรื่องสุขภาพ การใช้ชีวิต และสภาพคล่องทางการเงิน เนื่องจากมีกิจการหรือธุรกิจหลายประเภทจำต้องหยุดกิจการทั้งหมดหรือบางส่วนเป็นการชั่วคราวอันเนื่องมาจาก #โควิด19 ทำให้ขาดรายได้มาจุนเจือตนเองและครอบครัว

ซึ่งตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ก็ไม่ได้นิ่งเฉย สรรหามาตรการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติ COVID-19 ทั้งทางตรง-ทางอ้อม อาทิ การขอให้สถาบันการเงินออกมาตรการพักชำระหนี้ อาทิ…

โดยมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ของแต่ละสถาบันการเงิน ก็มีความแตกต่างกันออกไป อย่างการปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 60% เป็นระยะเวลา 12 เดือน / พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 24 เดือน หรือปรับลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำของสินเชื่อบัตรเครดิต เป็นต้น

และอย่างที่ทราบกันดีว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทย จะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่สภาพเศษฐกิจยังคงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ในการฟื้นฟู ทั้งส่วนผู้ประกอบการและคนทำงาน ประกอบกับมาตรการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ที่ออกมาก่อนหน้านี้อาจไม่เพียงพอ จนมีแนวโน้มว่าจะลูกหนี้จะผ่อนต่อไม่ไหว

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เสนอ 8 ทางเลือก เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ อีกทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการและคนทำงานสามารถดำเนินชีวิตหรือธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยหวังลดโอกาส “ลูกหนี้ดี” กลายเป็น “ลูกหนี้เสีย”


8 ทางเลือก ปรับโครงสร้างหนี้ สู้ภัยโควิด-19 มีอะไรบ้าง ?


8 ทางเลือก ปรับโครงสร้างหนี้ สู้ภัยโควิด-19

1. ยืดหนี้

เป็นการยืดหรือขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป เพื่อช่วยให้ภาระการผ่อนสอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง อาทิ มีกำหนดผ่อนชำระหนี้สินเชื่อ เป็นเวลา 10 ปี เมื่อผ่อนมาแล้ว 6 ปี แต่รู้สึกว่า ไม่สามารถผ่อนชำระยอดเดิมไหว ก็ขยายระยะเวลาชำระหนี้ออกไป ทำให้ยอดผ่อนชำระต่อเดือนปรับลดลง

2. พักชำระเงินต้น

ช่วยลดภาระการผ่อนชั่วคราว โดยปกติค่างวดที่ผ่อนชำระประกอบด้วย 2 ส่วน คือ เงินต้นกับดอกเบี้ย โดยอาจพิจารณาพักชำระเงินต้น เป็นเวลา 3–6 เดือน แต่เมื่อสถานการณ์ดีขึ้น ลูกหนี้อาจนำเงินก้อนมาโปะ เพื่อลดหนี้ก่อนถึงกำหนดตามสัญญา

3. ลดอัตราดอกเบี้ย

เมื่ออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง ย่อมทำให้ค่างวดที่จ่ายแต่ละเดือนแบ่งไปตัดลดเงินต้นได้มากขึ้น และเมื่อเงินต้นลด ภาระดอกเบี้ยก็จะลดลงเช่นกัน

4. ยกหรือผ่อนปรนดอกเบี้ยผิดนัดชำระหนี้

ซึ่งจะทำให้ค่างวดที่ผ่อนเข้ามาสามารถตัดเงินต้นได้มากขึ้น เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม และให้ความสำคัญกับความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นด้วย

5. เพิ่มเงินทุนหมุนเวียน

เพื่อเสริมสภาพคล่องของภาคธุรกิจต่าง ๆ ภายในประเทศ การเพิ่มเงินทุนหมุนเวียนจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหล่อเลี้ยงธุรกิจในยามประสบวิกฤติโควิด-19 ให้มีโอกาสฟื้นกลับอย่างรวดเร็ว

6. เปลี่ยนประเภทหนี้ 

สำหรับหนี้ที่อัตราดอกเบี้ยแพง ควรถูกเปลี่ยนประเภทเป็นหนี้ที่อัตราดอกเบี้ยถูกลง อาทิ เปลี่ยนจากหนี้สินเชื่อดอกเบี้ยสูง มาเป็นสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า

7. ปิดจบด้วยเงินก้อน

เพื่อลดภาระดอกเบี้ย หากคุณมีความสามารถหาเงินก้อนมาโปะได้ ไม่ว่าจากเงินออม ยืมญาติ หรือจากการขายทรัพย์สิน ต่อให้เงินก้อนดังกล่าวไม่มากเท่ายอดหนี้ที่มีอยู่ ก็สามารถเจรจาขอส่วนลดให้เพียงพอต่อการปิดหนี้จบทั้งบัญชีได้

8. รีไฟแนนซ์

การรีไฟแนนซ์หรือขอปิดสินเชื่อจากเจ้าหนี้เดิม และย้ายไปใช้สินเชื่อของเจ้าหนี้ใหม่ที่ให้เงื่อนไขดีกว่า อาทิ อัตราดอกเบี้ยถูกลง เป็นต้น

ที่มา : ธนาคารแห่งประเทศไทย


READ MORE :
Exit mobile version