ปรับเวลาเปิดเทอม 2563 ใหม่ ! เด็กยุคโควิด-19 หยุดน้อยกว่าเดิม

ads

เตรียมพร้อม รับเปิดเทอม

การปรับเวลาเปิดภาคเรียน ปีการศึกษา 2563 ของกระทรวงศึกษาธิการ หลังประเทศไทย ต้องเผชิญสถานการณ์แพร่ระบาดเชื้อ #โควิด19 เพื่อหวังยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เป็นผลให้ช่วงเวลาเปิดเทอม 2563 จากเดิมวันที่ 15 พฤษภาคม ถูกขยับมาเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม 2563 แทน ประกอบกับตลอดเดือนมิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทย ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่อง ทางกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันเปิดเทอม วันที่ 1 กรกฎาคมนี้

และแน่นอนว่า แม้สถานการณ์โควิด-19 ในไทย จะมีแนวโน้มที่ดี แต่ภาครัฐก็ยังขอความร่วมมือประชาชน และทุกภาคส่วน โดยระบุว่า “การ์ดอย่าตก” เมื่อเป็นเช่นนี้ การเรียนการสอนภายในโรงเรียนจำต้องมีการปรับเปลี่ยนไปจากเดิม เพื่อให้มั่นใจว่า ปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของ #COVID19


การจัดการเรียนการสอนของสถานศึกษา ในยุคโควิด-19


สำหรับสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้งโรงเรียนเอกชน โรงเรียนนานาชาติ และสถานศึกษาอาชีวศึกษา ที่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติได้ โดยไม่ต้องสลับวันมาเรียน มีจำนวนกว่า 31,000 โรงเรียน ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ที่มีจำนวนนักเรียนมาก ไม่สามารถจัดการเรียนการสอนแบบปกติ หรือให้นักเรียนทุกคนมาเรียนพร้อมกันได้ มีจำนวนทั้งสิ้น 4,500 โรงเรียน ก็ต้องสลับกันมาเรียน

และเบื้องต้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้วางรูปแบบการเรียนการสอนสำหรับ 4,500 โรงเรียน  โดยแต่ละสถานศึกษาสามารถจัดการเรียนการสอนแบบผสมผสานได้หลายรูปแบบตามความเหมาะสมกับบริบท ประกอบด้วย

(1) เรียน 5 วัน หยุด 9 วัน (อาทิตย์เว้นอาทิตย์)

(2) สลับเรียนเช้า-บ่าย

(3) สลับวันคี่/วันคู่

(4) สลับเรียน

(5) เรียนผสม

ทั้งนี้ ในส่วนของนักเรียนที่ไม่ได้มาเรียน ก็สามารถเรียนออนแอร์และเรียนออนไลน์ที่บ้านได้เช่นกัน ส่วนตารางเรียน ตลอดจนวิชาส่งการบ้าน ส่งรายงาน หรือใบงาน ก็ขึ้นอยู่กับแนวทางปฏิบัติของสถานศึกษานั้น ๆ เป็นผู้กำหนด


แนวทางปฏิบัติของสถานศึกษาระหว่างเปิดเทอม 2563


สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เมื่ออยู่ในสถานศึกษา
สวมหน้ากากอนามัย

(1) ต้องมีการคัดกรองสุขภาพ ซึ่งโรงเรียนต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่จุดรับ-ส่งนักเรียน เพื่อจะได้ดูว่านักเรียนมีอาการป่วยหรือไม่

(2) บุคลากรครู เจ้าหน้าที่ของโรงเรียน และนักเรียนทุกคน ต้องสวมหน้ากากอนามัยหรือหน้ากากผ้าตลอดเวลา

(3) ติดตั้งจุดบริการล้างมือ หรือที่วางเจลแอลกอฮอล์ตามสถานที่ต่าง ๆ ภายในโรงเรียน

(4) ลดการแออัด ด้วยการเว้นระยะห่างในห้องเรียน ห้องสมุด และโรงอาหาร อาทิ การรับประทานอาหารกลางวัน ให้ผลัดกันทานอาหาร อาจจะแบ่งเป็น 3-4 ผลัด ๆ ละ 30 นาที ก็ได้

(5) ทำความสะอาดสถานที่อย่างสม่ำเสมอ

(6) หากโรงเรียนที่มีความพร้อมและเด็กโต อาจจะต้องใช้แอปพลิเคชัน “ไทยชนะ” แต่หากเด็กเล็ก โรงเรียนจะต้องจดข้อมูลบันทึกเอาไว้ เพื่อเป็นหลักฐานการตรวจสอบย้อนหลัง หากมีการพบผู้ติดเชื้อ


เกณฑ์การสอบของทุกระดับ สำหรับเด็กยุค #โควิด19


สำหรับประเด็นการสอบ ยังคงอยู่ในระหว่างการหารือ คาดว่า จะได้ข้อสรุปภายในสองสัปดาห์นี้ว่าจะต้องสอบหรือไม่ ? ยกเว้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ที่จะต้องสอบแน่นอน ส่วนระดับชั้นอื่น ๆ ถ้าประกาศแล้วว่ามีการสอบ ศธ. ก็จะปรับตัวชี้วัดให้เข้ากับเกณฑ์ที่สามารถสอนได้ในปีการศึกษานี้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 เพื่อให้นักเรียนในยุคที่เรียกว่า เด็กยุค โควิด-19 นี้ ได้รับความเป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเปิดเรียนที่กำลังใกล้เข้ามาถึงนั้น จำต้องขอความร่วมมือจากผู้ปกครองให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของโรงเรียนอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของเด็ก ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรทางการศึกษา

ที่มา : กระทรวงศึกษาธิการ


READ MORE :