SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ? ควรเลือกทำแบบไหน

ads

กลยุทธ์สู้ศึกตลาดดิจิทัล

การทำธุรกิจในยุคปัจจุบันไม่แค่มีหน้าร้านก็สามารถขายของได้ จำต้องมีช่องทางที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงจุด นั่นคือ การทำการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ ยิ่งเราอยู่ในยุคที่ทุกคนมีสมาร์ทโฟนการทำการตลาดลักษณะนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกต่อไป เพราะมีช่องทาง รวมถึงวิธีการมากมายในการใช้เพื่อเข้าถึงลูกค้า

และหนึ่งในวิธีการโปรโมทเว็บไซต์ ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการสร้างยอดขาย สิ่งที่เจ้าของธุรกิจและผู้ประกอบการต้องให้ความใส่ใจเป็นลำดับต้น ๆ ก็คือ การวางแผน Keyword แล้วนำใช้สำหรับทำ SEO และ SEM เพื่อให้เว็บไซต์ของเราติดอันดับแรก ๆ ในหน้าการค้นหาบน Search Engine อย่าง Google

แต่เชื่อว่า มีหลายคนที่นึกสงสัยว่า SEO และ SEM นั้นคืออะไร ต่างกันยังไง แล้วเราควรเลือกทำแบบไหนเพื่อที่เว็บไซต์ของเราจะติดอันดับแรก ๆ ในหน้าการค้นหา โดยวันนี้ Promotions.co.th จะมาอธิบายความหมายของ SEO และ SEM เพื่อให้เจ้าของธุรกิจออนไลน์ได้ทำความเข้าใจ และพร้อมที่จะบุกตลาดออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


SEO กับ SEM คืออะไร ต่างกันอย่างไร ?


SEO คืออะไร ?

SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการไต่อันดับบนหน้า Google ที่ใช้ Keyword เป็นหลัก จึงไม่มีค่าใช้จ่าย
SEO หรือ Search Engine Optimization เป็นการไต่อันดับบนหน้า Google ที่ใช้ Keyword เป็นหลัก จึงไม่มีค่าใช้จ่าย

SEO หรือ Search Engine Optimization คือ การทำให้คนเห็น เข้ามาเยี่ยมชม และได้รับประสบการณ์ที่ดีจากเว็บไซต์ บล็อก แอปพลิเคชั่น หรือแฟนเพจธุรกิจของเรามากขึ้นบน Google ที่เป็นตลาดใหญ่ที่สุดของ Search Engine โดยไม่ต้องใช้เงินทำโฆษณาออนไลน์ เพื่อให้คนคลิกเข้ามาที่เว็บไซต์ บล็อก หรือแฟนเพจ

การทำ SEO จะมีการใช้เทคนิคต่าง ๆ เพื่อให้เว็บไซต์ บล็อก หรือแฟนเพจ ติดอันดับหน้าแรกของ Google ไล่ตั้งแต่การกำหนด Keyword ที่เกี่ยวข้องกับสินค้าหรือบริการของเรา เพื่อนำมาเขียนคอนเทนต์หรือบล็อก รวมถึงลิงก์ภายในเว็บไซต์ และการทำ Backlink หรือการฝากลิงก์เว็บไซต์ของเราไว้บนเว็บไซต์อื่น ๆ ที่ถือเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้เว็บไซต์ติดอันดับในหน้าแรกได้แบบ Organic

ข้อดี

ข้อเสีย

สร้างความน่าเชื่อถือได้ดี ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณา ใช้เวลานานกว่าแบบแรกในการขึ้นไปติดอันดับต้น ๆ บนหน้า Google
ช่วยสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น การทำ SEO ต้องอาศัยทักษะและความเชี่ยวชาญ
สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ได้ตรงกับเป้าหมายที่วางไว้ อันดับในการแสดงผลลัพธ์ไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับคอนเทนต์
เมื่อติดอันดับแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม Keyword ที่นำมาใช้ทำต่อ 1 หน้าเว็บเพจ จะจำกัดแค่ 2-5 คำ
มีโอกาสที่จะติดอันดับได้นานกว่า หากมีคอนเทนต์ที่มีคุณภาพพอ
ได้รับโอกาสในการแข่งขันที่สูงกว่าธุรกิจประเภทเดียวกัน

 

SEM คืออะไร ?

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing เป็นการทำโฆษณาที่ต้องจ่ายเงินควบคู่กับการใช้ Keyword เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Google
SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing เป็นการทำโฆษณาที่ต้องจ่ายเงินควบคู่กับการใช้ Keyword เพื่อให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ Google

SEM ย่อมาจาก Search Engine Marketing ซึ่งเป็นการทำการตลาดออนไลน์ผ่านเครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ต โดยการซื้อโฆษณาเพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับแรกบนหน้าการค้นหา เมื่อมีการค้นหา Keyword ตามที่ได้กำหนดไว้ ทั้งนี้ สามารถสังเกตได้จากคำว่า AD ที่ปรากฏอยู่หน้าชื่อเว็บไซต์ของเรา โดยเราจะเสียเงินทุกครั้งเมื่อมีคนคลิกเข้ามาที่โฆษณาของเรา

นอกจากนี้ ขั้นตอนการทำ SEM ถือเป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่มีประสิทธิภาพ และสามารถวัดผลได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้ทำ รวมถึงสามารถนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์การทำการตลาดต่อ

ข้อดี

ข้อเสีย

สามารถทำได้ทันที ไม่ต้องใช้เวลาเตรียมการที่ยาวนาน มีค่าใช้จ่ายในการทำโฆษณาค่อนข้างสูง เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับต้น ๆ บนหน้า Google
สามารถปรับเพิ่ม Keyword ได้ตลอดเวลา มีการแข่งขันสูงใน Keyword ที่เป็นที่นิยม ทำให้ราคาไม่แน่นอน
แม้มีเว็บเพจเพียงหน้าเดียวก็สามารถทำได้ ไม่สามารถการันตีได้ว่า ผู้ที่คลิกเข้าไปในเว็บไซต์จะซื้อสินค้า
สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว
สามารถวัดผลออกมาเป็นข้อมูล เพื่อนำไปวิเคราะห์ต่อได้
เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็ว

SEO กับ SEM ต่างกันอย่างไร ?

เมื่อพิจารณาจากความหมาย ตลอดจนข้อดี-ข้อเสีย ของ SEO และ SEM พบว่า มีความแตกต่างในเรื่องค่าใช้จ่ายและระยะเวลาในการสร้างแคมเปญ แต่เป้าหมายที่เหมือนกันของทั้ง SEO และ SEM ก็คือ การพยายามทำให้เว็บไซต์ของเรามาปรากฏในหน้าแรกของ Google โดยลอาศัยการวางแผนการทำคอนเทนต์ที่มี Keyword ที่เรากำหนดไว้


SEO กับ SEM ควรเลือกทำแบบไหน


พอมาถึงคำถามนี้ หลายคนคงกำลังตั้งคำถามกับตัวเองว่า สรุปแล้วธุรกิจของเราควรใช้วิธีไหนในการทำการตลาดออนไลน์ เพราะทั้ง SEO และ SEM ก็มีข้อดีที่โดดเด่นพอ ๆ กัน แต่ถ้าให้เราแนะนำ ก็ขอบอกว่า ควรทำทั้งสองอย่างควบคู่กันไป เนื่องจากการทำ SEO ใช้ระยะเวลาค่อนข้างนานกว่าที่เว็บไซต์ของเราจะไต่อันดับขึ้นมาแสดงผลในหน้าแรกของ Google และในระหว่างนั้นการทำ SEM จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผล ทำให้ลูกค้าเห็นเว็บไซต์ของเรามากขึ้น

เป็นไงบ้าง ? สำหรับการทำการตลาดออนไลน์ด้วยวิธีการทำ SEO และ SEM บนเว็บไซต์ที่เรานำมาฝาก เชื่อว่าน่าจะเป็นประโยชน์กับเจ้าของธุรกิจออนไลน์ไม่มากก็น้อย

ส่วนใครที่สนใจอยากทำ SEO บนเว็บไซต์ของท่าน สามารถติดต่อเข้ามาพูดคุย เพื่อเตรียมแผนงาน พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลก่อนการตัดสินใจ กับทางทีม Promotions.co.th SEO TEAM ซึ่งมีบริการให้ปรึกษาในเบื้องต้นก่อนการทำจริง โดยสามารถติดต่อได้ที่ nicharat@promotions.co.th