The Biggest Google Algorithm Update

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

สำหรับ Webmaster หรือนักการตลาด SEO ที่มีการทำ Content และ การปรับเว็บไซต์ให้ถูกใจ Google และ ผู้อ่านหลายๆแห่งคงจะเริ่มรู้สึกอะไรบางอย่างตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนตอนต้นเดือนที่ผ่านมา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เว็บไซด์ใหญ่ๆ เว็บข่าว เว็บช้อปปิ้ง รวมถึงบางหมวดหมู่อย่างกฎหมาย และ เว็บที่เกี่ยวข้องกับไฟแนนซ์ หลายคนพบว่า อันดับหายไปจาก Google Search และเริ่มมีจำนวนผู้เข้าชมน้อยลงกว่าเดิม และสามารถเห็นได้เลยว่า คนเข้าเว็บหายไปเกิน 70% เลยทีเดียว และสิ่งนี้ เกิดจาก Google Algorithm Update

Google Algorithm Update คืออะไร?

สำหรับผู้ที่ทำ SEO อยู่แล้ว คงทราบกันดี แต่สำหรับผู้ที่ไม่รู้ Google Algorithm คือหลักเหตุผลที่ทาง Google ใช้จัดเรียงอันดับเว็บไซต์ ตามคำค้นหา ตามคุณภาพของเว็บไซด์เหล่านั้น และ ตามความน่าเชื่อถือของเว็บนั้นๆ ด้วย ซึ่งการปรับ Algorithm หรือหลักเหตุผลในแต่ละครั้งนั้น จะทำให้มีเว็บไซด์ที่ได้คนเข้าชมเพิ่ม และ จะมีเว็บไซด์ที่จะเสียผู้เข้าชมไป และต้องกลับไปดูว่าปัญหานั้นมาจากหลักเหตุผลใด และแก้ให้ตรงจุดนั่นเอง

จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? เมื่อ Google ปรับหลักเหตุผลในการจัดอันดับเว็บไซต์

เมื่อมีการปรับเปลี่ยน Algorithm อันดับของเว็บไซด์ต่างๆจะถูกเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เว็บไซด์ที่เป็นจุดสนใจ มีดังนี้

  1. เว็บไซด์ที่ไม่มีคุณภาพ
  2. เว็บไซด์ปั่น หรือ ที่เปิดขึ้นมาเพื่อดักคนเข้า โดยที่ไม่ได้มีข้อมูลที่น่าสนใจ
  3. เว็บไซด์ขนาดใหญ่ ที่มีคุณภาพ
  4. และเว็บไซต์ที่อยู่ในกลุ่มเฉพาะเจาะจง เช่นเกี่ยวกับสุขภาพ ยา หรือเกี่ยวกับเรื่องการเงิน

การปรับ Algorithm ในแต่ละครั้ง มักจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังนี้

  1. เว็บไซต์ที่มีคุณภาพดี มักจะตกอันดับ (มีคำอธิบาย)
  2. เว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ มักจะขึ้นอันดับต้นๆของ Search Engine 
  3. เว็บไซต์ มีการเปลี่ยนแปลงอันดับอย่างรวดเร็ว โดยอาจเกิดขึ้นตลอดทุกชั่วโมง หรือ รายวัน
  4. ข้อมูลใน Search Result เหลือน้อยลง 
  5. ผลการค้นหาไม่ตรงกับสิ่งที่หา
  6. ผลการค้นหาเก่า เป็นข้อมูลของปีก่อนหน้า
  7. ผลการค้นหามักแสดงหน้า Facebook และ Twitter หรือ Youtube ก่อนเป็นอันดับต้นๆ

ทำไมเว็บไซต์ที่มีคุณภาพถึงตกอันดับ? เว็บที่ไม่มีคุณภาพถูกขึ้นอันดับต้นๆ?

เหตุการณ์นี้ ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า เว็บที่ติดอันดับดีๆได้ เป็นเพราะ Google Bot มีการ Crawl เว็บไซต์นั้นๆอยู่เป็นประจำ และเมื่อมีบอทมาอาศัยอยู่ หรือ มาเก็บข้อมูลเป็นประจำ จะทำให้อันดับดี และเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง Algorithm บอทส่วนใหญ่จะไปไต่เว็บไซต์ที่เป็นที่น่าสงสัย หรือ ที่ไม่มีคุณภาพเพื่อวัดคุณภาพซึ่งเป็นผลทำให้ เว็บไซด์ดีๆ ที่มีคุณภาพตกอันดับนั่นเอง

ทำไมถึงมีการเปลี่ยนแปลงอันดับแทบจะตลอดเวลา?

จากประสบการณ์ในช่วง Panda Update ที่มีการปรับ Algorithm หนักหน่วงที่สุดเท่าที่เคยมีมา การจัดอันดับเว็บไซต์ในช่วงการปรับนั้น ถือว่ารุนแรงมากที่สุด เว็บที่เคยอยู่อันดับ 1 หายไปเลยก็มี หรือ ไปอยู่หน้า 10 บ้างก็มี ซึ่งตรงนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่า Google Algorithm พยายามทำ ข้อหนึ่งข้อใดใน 2 ข้อนี้

  1. จัดอันดับตาม Scoring ของเว็บไซต์นั้นๆ และกำลังประมวลผล
  2. Google พยายามที่จำจำกัดจำนวน Traffic ที่วิ่งเข้าเว็บไซด์ ด้วยเหตุผลบางประการ

ในข้อ 1 นั้นอาจไม่มีข้อสงสัย แต่ในข้อ 2 นั้น ยังคงเป็นเรื่องลี้ลับสำหรับ Webmaster และนักการตลาด SEO หลายๆคนอยู่ บ้างก็ว่า Google มักจะปรับ Algo ในช่วงที่ เป็นช่วงสำคัญๆ เช่น Christmas หรือ ช่วงปีใหม่ ซึ่งเป็นช่วงที่หลายๆคนต้องจับจ่ายใช้สอย และเมื่อถูกจำกัด Traffic ก็จะทำให้เจ้าของธุรกิจจ่ายเงินกับ Google Adwords มากยิ่งขึ้น แต่บางคนก็กล่าวว่า มีความเป็นไปได้ที่ Google พยายาม จำกัด Traffic เพื่อให้ Traffic ที่เกินนั้น ไปอยู่กับ เว็บไซด์ที่ไม่มีคุณภาพ เพื่อทดสอบคะแนน

ข้อมูลในผลการค้นหา Google เหลือน้อยลง ไม่ตรง และเป็นข้อมูลเก่า

ลองค้นหาคำว่า กล้อง ในช่วง เดือนธันวาคม 2562 ผลปรากฎว่า มีผลลัพธ์ให้ค้นหาแค่เพียง 140 เว็บไซด์ (14 หน้า ผลลัพธ์) เท่านั้น ซึ่งไม่ตรงกับความเป็นจริงที่น่าจะมีเว็บไซด์ที่มีคำว่ากล้องมากเป็นล้านเว็บไซต์

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะแทบทุกครั้งที่มีการปรับ Algorithm ผลการค้นหา (จำนวนหน้าของผลลัพธ์) มักจะถูกจำกัดให้น้อยลง ซึ่งดูเหมือนว่า ทาง Google กำลังกำจัดขยะออกไป และเหลือแต่เว็บไซด์ที่น่าจะตรงกับผลการค้นหาที่สุด ซึ่งอาจเป็นผลที่หลายคน หาข้อมูลที่อยากหาไม่เจอ หรือไม่ตรงกับสิ่งที่อยากจะค้นหาข้อมูลนั่นเอง และจากที่ทำการเก็บสถิติ เรามักพบว่า จะเจอเว็บไซด์ Facebook, Twitter, และ วีดีโอ Youtube ในอันดับต้นๆ มากกว่า

Google ปรับ Algorithm กี่ครั้งใน 1 ปี?

หากเป็นการปรับครั้งใหญ่ มักเกิดขึ้นช่วงมีนาคม และ ปลายปีแทบทุกปี แต่หากเป็น Minor Adjustment นั้น มีเป็น 1,000+ ครั้งใน 1 ปี และนี่คือข้อมูลจาก Moz.com

  • 2018 – 3,234 “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”
  • 2017 – 2,453 “เปลี่ยนแปลง”
  • 2016 – 1,653 “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”
  • 2013 – 890 “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”
  • 2012 – 665 “เปิดตัว Algo ใหม่”
  • 2011 – 538 “เปิดตัว Algo ใหม่”
  • 2010 – 516 “เปลี่ยนแปลง”
  • 2009 – 350–400 “ปรับปรุงให้ดีขึ้น”

จะเห็นได้ว่า Seonist หรือ นักการตลาด SEO จะต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างหนักหน่วงมากขึ้นทุกๆปี ดังนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่า ค่าทำ SEO หรือ การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของ Google นั้น จะมีราคาสูงขึ้นทุกๆปี และผู้ที่ทำ SEO ไม่สามารถที่จะนิ่งนอนใจได้ทุกวัน เพราะการเปลี่ยนแปลงของ Algorithm Update นั้น อาจเกิดขึ้นได้ทุกวินาที

ในปี 2019 Google มีการปรับ Algorithm ครั้งใหญ่ๆ ที่น่ากลัวเท่ากับ Panda Update เลยทีเดียว

ด้านล่างนี้คือหลักการปรับอัลโกริทึ่มของ Google ที่มี Winner และ Loser (ผู้ที่ได้ประโยชน์ และ ผู้เสียประโยชน์) จากการปรับปรุงของ Google ในปี 2019 ที่ผ่านมา มากที่สุด

  1. March Update – ใช้ชื่อว่า March Update เต็มๆตัว หลายเว็บไซด์ เสีย Traffic ไป ครึ่งหนึ่ง และมีการดีดตัวกลัวมาในภายหลัง ภายใน 2 เดือน
  2. Rewarding Original Content – ทาง Google มีการปรับ Algorithm ให้ประโยชน์กับผู้ที่มี Original Content หรือ เจ้าของบทความ โดยที่หากใครมีการ copy ไป ก็จะเสียอันดับในช่วงนี้
  3. September Core Update – เป็นการ Update Core หรือ หลักเหตุผลหลัก จากผู้ที่เสียผลประโยชน์ในครั้งก่อนหน้า ซึ่งทำให้หลายเว็บไซด์ต้องร่วงกันเป็นแถบ
  4. BERT Update – BERT ย่อมาจาก Bidirectional Encoder Representations from Transformers หากจะแปลให้เป็นไทยก็คือ ทางกูเกิ้ลมีการปรับหลักเหตุผลให้เข้าใจ ภาษาแบบ Casual หรือ ภาษาท้องถิ่นให้มากยิ่งขึ้น หรือจะให้เข้าใจง่ายๆคือ Google พยายามที่จะเข้าใจภาษาธรรมชาติ ที่ไม่ใช่ ภาษาทางการมากขึ้น ซึ่งการเปลี่ยนแปลงนี้ เกิดขึ้นเดือนตุลาคม และเว็บไซด์ที่ไม่ใช่เว็บไซด์ที่่ใช้ภาษา Natural Language มักจะไม่ได้ Traffic เพิ่มเติม
  5. Google Regular Update 7 พฤศจิกายน 2562 – เว็บใหญ่ๆ ร่วงกันระนาว บางแห่งเสียคนเข้าไปมากกว่า 80%
  6. Neural Matching Update – ตัวนี้คือ ตัวที่ Google ปล่อยมาล่าสุดก่อนข้ามปี 2020 คือ การที่ทำให้ Google สามารถจัดอันดับเว็บไซด์ Local Listing ได้ดีขึ้นกว่าเดิม โดยการใช้ Artificial Intelligence หรือ AI เข้ามาควบคุมแทน และมีการเปลี่ยนแปลงอันดับทั่วโลก

จะรู้ได้อย่างไรว่า เว็บไซด์ของตัวเองได้รับผลกระทบจากการปรับ Algorihtm

เรื่องนี้จริงๆคงไม่ต้องบอกกัน เพราะหากหาข้อมูลเกี่ยวกับการตกอันดับใน Google นั่นแปลว่า ผู้ที่หากำลังได้รับผลกระทบบางอย่าง แต่สิ่งที่ประสบพบเจอมาบอกให้เรารู้ว่า หากเราได้รับผลกระทบจากการจัดอันดับจะเกิดเหตุการณ์ขึ้นดังนี้

  1. จำนวนผู้เข้าชม Real Time ใน Google Analytic ลดลงอย่างฮวบฮาบ
  2. อันดับใน Search Console ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
  3. Impression สูงขึ้น แต่ Click น้อยลงแบบเห็นได้ชัด หรือ Click สูงขึ้น แต่ Impression น้อยลง
  4. มีข้อความแจ้งเตือนจาก Google ใน Google Search Console 
  5. อันดับที่เคยอยู่หายไป หรือ ได้รับตำแหน่งที่ต่ำหรือสูงกว่าเดิม 
  6. Conversion Rate ลดลง หรือสูงขึ้น 
  7. มี Traffic พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ หรือ อาจไม่มีคนเข้าชมเว็บไซด์เลยก็เป็นได้

Conversion Rate นั้นเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับ Keyword หรือคำค้น ใน Search Engine เพราะเมื่อมีการปรับเปลี่ยน Algorithm ในทุกๆครั้ง Conversion Rate จะมีการเปลี่ยนแปลงด้วย ซึ่งเป็นผลกระทบของอันดับ และ Keyword ที่ถูกเปลี่ยนไปในการค้นหานั่นเอง จนบางครั้ง เราจะเห็นคำว่า Zombie Traffic หรือ ผู้ที่เข้าชมเว็บไซด์ ใน Keyword ที่ไม่ใช่ Converting Keyword และไม่ทำให้เกิด conversion ยกตัวอย่างเช่น

ก่อนหน้านี้ มีค้นเข้ามาด้วยคำว่า ซื้อกระเป๋าราคาถูก —> Conversion อยู่ที่ 10% เพราะขายกระเป๋าราคาถูก

หลังจากการปรับ Algorithm Keyword ที่คนใช้จนเจอเว็บเปลี่ยนไปเป็น กระเป๋าราคาถูกยี่ห้อไหนดี? —> Conversion Rate อาจตกลงมาถึง 1% หรืออาจไม่เกิด Conversion เลยก็เป็นได้ 

จะรับมือกับ Google Algorithm Change ได้ยังไง?

คำตอบก็คือไม่สามารถรับมือได้เลย แม้ว่าเว็บไซด์จะมีความน่าเชื่อถือระดับใดก็ตาม เมื่อมีการปรับเปลี่ยนอันดับอันเป็นผลมาจาก Google Update จำนวนคนเข้าก็จะเป็นเช่นนี้ (ข้อมูลจาก Similarweb.com)

ข้อมูลจาก Similarweb

เว็บไซด์ด้านบนนี้เป็นเว็บที่มีความน่าเชื่อถือระดับสูง ในประเทศไทย ในหมวดการเงิน ที่มี Traffic ระดับ 4-5 ล้านคนต่อเดือน และเปิดมาเป็นเวลาเกิน 10 ปี แล้ว ไม่ว่าจะมี Content ที่แข็งแรงขนาดไหน หรือ มี Backlink ที่มีคุณภาพระดับไหนก็ตาม ท้ายที่สุด Traffic ก็หายไปหลังจากการปรับเปลี่ยนอยู่ดี

ข้อมูลจาก Similarweb

Traffic ของเว็บไซต์ด้านบนนี้ที่เกี่ยวกับท่องเที่ยว เพิ่มขึ้นช่วงเดือนกันยายน (คาดว่าอาจได้รับผู้เข้าชมจากแคมเปญ ชิมช้อปใช้) และ สูงสุดระดับหลักล้านคนต่อเดือน ในเดือนตุลาคม 2562 ที่ผ่านมา แต่เมื่อมีการปรับ Algorithm ครั้งใหญ่ ผลก็คือ Traffic ลดลงมากกว่า 73%

ข้อมูลจาก Similarweb

เว็บไซด์ด้านบนนี้เป็นเว็บข่าว ที่เรียกได้ว่าน่าจะเป็นอันดับ 1 ของประเทศไทย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นอันดับหนึ่ง เมื่อมีการปรับ Algorithm ก็มีจำนวน Traffic ที่ลดลงมากถึง 20% หากดูจาก Chart ด้านบนอาจดูไม่รุนแรงมาก แต่เมื่อเทียบปริมาณผู้เข้าชมที่หายไปประมาณ 10 ล้านคนต่อเดือนแล้ว ถือว่ามากเลยทีเดียว

Dos and Don’ts ในช่วง ปรับ Algorithm

  1. ควรเพิ่ม Content ตามหลัก SEO ให้กับเว็บไซด์
  2. ควรปรับปรุงเว็บไซด์ให้ตรงตามหลัก SEO ให้เร็วที่สุด
  3. ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับ Google Algorithm Updates
  4. ไม่ควรฝาก Backlink เพิ่ม
  5. ไม่ควรกระทำการใดก็ตามที่ฝ่าฝืน กฎของ Google 

สำหรับผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับ Algorithm Update สามารถฝากคำถามได้ที่ info@promotions.co.th