ads

คุณก็อาจจะเป็นคนหนึ่งที่มีความคิดเหมือนกันกับผู้คนอีกหลายร้อยล้านคนบนโลกใบนี้ที่คิดว่าอยากจะมี ธุรกิจ ส่วนตัว และอยากออกจากงานมาเริ่มทำอะไรของตัวเอง แต่มันก็ยังมีอุปสรรคอีกมากมายที่กีดกันไม่ให้คุณเริ่มต้นเป็นเจ้าของธุรกิจของตัวเองได้อยู่ ยกตัวอย่างเช่น ออกจากงานมาจะมาขายอะไรดี? เปิดร้านอะไรดี? หรือ ในเรื่องของแรงบันดาลใจ และจุดสำคัญที่สุดก็คือ เรื่องของเงินทุนซึ่งคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกันสำหรับผู้ที่ต้องการจะลงทุนทำธุรกิจอะไรซักอย่างเพื่อหาเงินแทนที่จะเป็นพนักงานกินเงินเดือน

พนักงาน office ส่วนใหญ่ ก็มีความฝันที่อยากจะเปิดธุรกิจเล็กๆของตัวเองและหวังว่าวันนึงมันจะไปได้ ขยายสาขา กิจการ การหาเงินทุนก็จะต้องไปขอสินเชื่อธนาคารเพื่อ SME และทำให้มีหนี้สินตั้งแต่เริ่มต้น ซึ่งจริงๆแล้ว มันมีวิธีการหาเงินทั้งออนไลน์ และการขายของทั่วไปอยู่เยอะที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนหรือลงทุนน้อยที่สุด ซึ่งเรามีแนะนำเอาไว้ 6 ข้อด้วยกัน แต่ก่อนที่จะไปดู 6 ข้อธุรกิจนั้น อยากให้มีการวางแผน และเข้าใจการเริ่มต้นของการทำธุรกิจเล็กๆของตัวเองก่อน

ก่อนเริ่มต้นธุรกิจเล็กๆของตัวเอง ควรคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้ก่อน

business planning
วางแผนเกี่ยวกับธุรกิจก่อนทำอะไรอย่างอื่น

การวางแผนธุรกิจ – ไม่ใช่เฉพาะการวางแผนเรื่องขายอะไรดี ทำอะไรดี แต่ ต้องวางแผนเรื่องการเงินด้วย เพราะการเงินเป็นสิ่งสำคัญเปรียบเสมือนน้ำเลี้ยงธุรกิจให้เติบโตต่อไปได้

การมีเว็บไซด์เป็นของตัวเอง – การมีเว็บเป็นของตัวเองก็เป็นเรื่องที่ดี ซึ่งหลายคนอาจมองว่า Facebook ดีกว่า ง่ายกว่า แต่ก็ต้องไปแข่งกันกับหลายๆเจ้าที่มีเฟสบุ๊คไว้ขายของ และข้อมูลใน facebook มักไม่ได้ถูกค้นพบด้วย google เท่ากับการมีเว็บไซด์

การตลาด – การตลาดก็สำคัญ และการตลาดแบบไม่เสียเงินก็มี และก็มีหลายเทคนิค เช่นการทำการตลาดกับ website ผ่าน SEO เป็นต้น

รวมสิ่งที่ตัวเองชอบเข้ากับธุรกิจ – อย่าทำธุรกิจที่ตัวเองไม่ถนัด เกลียด เพราะมันหมายถึงการยัดเยียดความไม่ใช่ตัวเองให้กับตัวเอง ส่วนใหญ่ผู้ที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจ จะเป็นผู้ที่ รักและชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ และเหมาะกับตัวเอง


6 แนวของธุรกิจที่คุณอาจเริ่มเองได้

business income ideas

นี่คือแนวทางหารายได้พิเศษ จนกลายเป็นรายได้เสริม และกลายเป็นรายได้หลักได้ในที่สุด โดยที่ไม่ต้องใช้กำลังทางการเงินมากนัก และไม่จำเป็นต้องติดหนี้ติดสินเพื่อเริ่มต้นอะไรซักอย่างหนึ่งในชีวิต

1. ประดิษฐ์ประดอย สร้างของขายขึ้นมาเอง

อันนี้ต้องบอกว่าเหมาะกับบุคคลประเภทที่ชอบประดิษฐ์ของเอง หากคุณมีฝีมือทางด้านหัตถกรรม หรือเป็นนักวาด คุณอาจสามารถทำผลงานและนำแสดงผลงานของคุณใน Facebook หรือ website ของคุณเองได้ และสามารถนำไปขายได้ตามที่ประกาศขายฟรีต่างๆเช่นพวก kaidee.com หรือแม้แต่การไปโพสต์ขายของใน Pantip โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรเลย

2. มีฝีมือในการซ่อมแซมบ้าน แจ้งประกาศไว้ได้

ต้องบอกว่า นับวัน ช่างที่จะมาซ่อมแซมบ้าน หรือ ซ่อมอะไรจุกจิกๆนั้น น้อยลงทุกวัน และหายากมากขึ้น แถมยังมีราคาค่าบริการแพงมากขึ้น ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่มีเวลามานั่งดูแลเอง คุณอาจเริ่มต้นด้วยการเขียนประกาศเอาไว้ตาม Blog ต่างๆ, Pantip, หรือใน Facebook และในทุกๆวัน จะมีคนหาบริการซ่อมบ้าน หรือซ่อมของเครื่องใช้ แม้แต่บริการอย่างการพาสุนัขเดินยังมีเลย!

3. เป็นที่ปรึกษาเรื่องใดเรื่องหนึ่งทางธุรกิจ

การที่คุณทำงานบริษัทมา แน่นอนว่าคุณสั่งสมประสบการณ์มาอย่างโชกโชน และประสบการณ์เหล่านั้น หากคุณไม่ได้ไปสมัครทำงานกับบริษัทอื่นๆ สิ่งเหล่านั้นจะติดตัวคุณไป และหากว่ามันเป็นความรู้ที่ไม่ค่อยมีใครมีแล้วหล่ะก็ คุณอาจทำ Video แนะนำ หรือ เปิดคอร์สสอนได้ด้วย หรืออาจเป็นที่ปรึกษาทางธุรกิจให้กับบริษัทใดบริษัทหนึ่งได้อีกทาง

4. สั่งของจากจีนมาขาย (ลงทุนเยอะสุดใน 6 ข้อ)

การสั่งสินค้าจากประเทศจีนมาขาย ไม่ใช่พึ่งจะมาดังในช่วงนี้ แต่มันดังมาพักใหญ่แล้ว และโดยมาก คนไทยจะสั่งของจากเว็บไซด์อย่าง Aliexpress, Alibaba, Banggood.com, Ezbuy และอีกหลากหลายเว็บในราคาถูกและมาบวกกำไร จำหน่ายในราคาตลาด แต่การนำเข้าลักษณะนี้จะต้องใช้เงินทุน ซึ่งจริงๆแล้วควรเริ่มต้นเล็กๆก่อน หากขายดีแล้วค่อย “เล่นใหญ่” ได้ อย่างไรก็ดี จริงๆแล้ว ก็อาจเริ่มต้นได้จากการเปิดห้อง LINE เพื่อทำการรับ Pre-order สินค้ามาก่อน แต่ก็ยังมีความเสี่ยงค่อนข้างมาก แต่ใครจะเริ่มลองทำก็ไม่เสียหาย

5. เป็นตัวแทนขายออนไลน์ 

การเป็นตัวแทนขายออนไลน์ เริ่มต้นเพียงแค่การใช้ Facebook, IG, LINE ของตัวเอง และมีให้เห็นกันค่อนข้างเยอะใน Facebook ซะส่วนใหญ่ โดยที่ตัวแทนขายจะใช้ช่องทางของตัวเอง รีวิว สินค้า ประกาศขาย แจ้งโปรโมชั่น และหาผู้มาสมัครขายต่อได้อีกทอด ที่เราเห็นๆกันเยอะๆ ก็เช่น Charcoal Serum หรือพวกครีมต่างๆ แม้แต่อาหารเสริมก็มีคนสมัครเป็นตัวแทนขายกันเยอะพอสมควร และแม้แต่การเริ่มเป็นตัวแทนขับรถ อย่างเช่นการสมัครขับ UBER ซึ่งหลายคนก็บอกว่ามีรายได้ดี บางคนก็บอกว่าไม่ดีเท่าที่ควร อันนี้ควรหา รีวิวคนขับ UBER กันไปพลางๆ ก่อนการตัดสินใจ

6. ระบบ Affiliate Marketing

จริงๆแล้ว ระบบ Affiliate Marketing มันก็คือการเป็นตัวแทนขายของออนไลน์ประเภทหนึ่งเหมือนกันนั่นแหละ แต่จะแตกต่างกันตรงที่ว่า ระบบ Affiliate Marketing มันคืออีกระดับของการตลาดที่เรียกว่า Performance Marketing คือ ไม่ต้องมี stock สินค้า และจะได้รับผลตอบแทนต่อเมื่อขายสินค้า หรือบริการได้ ซึ่งในไทยก็มีผู้ให้บริการอยู่มาก และถ้าหากอยากลองสมัคร ลองอ่านต่อที่นี่ก่อน >>