ads

อ้าววว บริษัทเรามี Budget อยู่หลายสิบล้านบาท เราจะทำการตลาดออนไลน์ ให้บูมที่สุด! เราจะเอา Budget พวกนี้ไปทำอะไรดี เอาไปลง Facebook ซักครึ่งนึง IG ซักหน่อยนึง ไปซื้อ Banner เว็บดังๆดีกว่า และนี่คือนักการตลาดที่ มีอยู่ทั่วไปในเมืองไทย และโดยมากแล้วผลที่ได้จากการ ทำโฆษณาออนไลน์แบบนี้ก็คือ

  • บริษัทเราประสบความสำเร็จมากมียอด View 1 ล้านวิว ใน 1 เดือน!!
  • บริษัทเรา สินค้าเราดังใหญ่แล้ว มีคนแชร์เต็มไปหมดเลย!
  • แต่ แต่ สินค้าที่ลงในแคมเปญนั้น ขายได้เท่าไหร่กัน? หากมี 1 ล้าน View ใช้เงิน 10 ล้าน แต่ขายได้หลักพันออเดอร์ อันนี้คุ้มแล้วหรือเปล่า?

และสิ่งที่เราจั่วหัวเปิดมานี้ เกี่ยวพันธ์กันกับ เรื่องของ Performance Marketing หรือ Performance Based Marketing ที่เป็นลักษณะออนไลน์

คำถามคือ อะไรคือ Performance Marketing??

1 การตลาดแบบเดิมๆ มันก็คือ การแปะ Banner ที่เว็บไซด์ดังๆ และรอเจ้าของเว็บไซด์ส่งสรุป เป็นยอด View มาให้ในแต่ละเดือนและคิดตังค์เป็นหลักแสน แต่ในทางกลัีบกัน Performance Marketing คือการวัดคุณภาพของ Traffic และเกี่ยวข้องกับ เจ้าของสินค้าบริการ ตัวกลาง และ publisher ผู้นำสินค้าไปโฆษณา โดยที่ผู้นำสินค้าไปโฆษณาจะได้รับค่าจ้าง หรือค่าคอมมิชชั่น ต่อเมื่อ มี Action Point อย่างใดอย่างหนึ่งเช่น หา Lead ให้ หาลูกค้าให้ ลูกค้าซื้อสินค้านั้นๆ จึงจะได้รับผลตอบแทน

การตลาดแบบเดิมๆ คือการ เอา Budget ไปละลายแม่น้ำส่วนใหญ่ และอีกส่วนหนึ่งอาจกลับมาเป็นลูกค้า เพราะไม่มี การวัดผลได้ว่า การหาลูกค้าออนไลน์โดยการแค่ View, แค่ Share, แค่ Like, แค่ดู Video มัน จะเกิด Action ในการกลับมาซื้อของมากแค่ไหน?

แล้ว Performance Marketing มันเทพกว่าการตลาดอื่นๆยังไง?

2ถ้าถามว่ามันเทพยังไง มันดีกว่าการตลาดแบบอื่นๆยังไง เปรียบเทียบง่ายๆ เอา สินค้าไป Display ในหน้าร้าน แล้วคิดเป็นค่าวาง 1 แสนบาทต่อเดือน กับการเอา สินค้าไปวางที่ร้านและจ่ายค่าคอมให้ร้านค้า ต่อเมื่อขายได้ ถ้าคุณเป็นบริษัทคุณจะเลือกแบบไหน? การตลาดแบบ Performance Marketing มันคือการรวมเอาการโฆษณา พร้อม เทคนิค และ technology เข้ามาผสานด้วยกัน และเป็นการตลาดที่เรียกกันอีกอย่างว่า Affiliate Marketing ซึ่งมันทำให้ได้ผลประโยชน์ทั้งสองฝ่าย

ซึ่งต้องบอกว่า เว็บไซด์ที่ยังรับการโฆษณาแบบ Banner และ โฆษณาที่ไม่ใช่ Performance Marketing ในปัจจุบันเริ่มจะหวั่นๆ และกลัวๆ กันบ้างแล้ว เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่ Brand ต่างๆ บริษัทต่างๆ เข้าใจ Performance Marketing กันมากขึ้น เว็บที่รับโฆษณาแบบเดิมๆ จะเริ่มขาดทุนทันที และเค้าก็คงไม่อยากให้บริษัทคู่ค้ารู้เท่าไหร่นักหรอก

อะไรทำให้ Performance Marketing แตกต่างจาก การตลาดและการโฆษณาประเภทอื่นๆ

3โฆษณาประเภทอื่นๆ เจ้าของแบรนด์ที่อยากโปรโมท ต้องจ่ายรายเดือน หรือต้องจ่ายตังค์ก่อน และก็ไม่รู้ด้วยว่า จะขายสินค้าได้เมื่อไหร่? และไม่ได้คำนึงถึงความสำเร็จในด้านยอดขาย แต่ Performance Marketing มันคือการวัดผลไปด้วยเลยว่า Publisher หรือ ตัวแทนขายสินค้าออนไลน์ นั้นรับไปทำ ประสบความสำเร็จในระดับไหน ซึ่งวัดได้จาก ยอดขาย ยอด Lead (Quality Lead) หรือยอด Install (หากเป็น Performance Based on Application)

Performance Marketing มี ผู้เล่นฝ่ายใดบ้าง? และแต่ละฝ่ายทำอะไร?

4เริ่มแรกก็จะต้องมี Network Marketing ที่เป็นตัวกลาง หรือที่เราเรียก่า Affiliate Network, Performance Network หรือชื่ออะไรก็ตามแต่ ต่อมาก็ต้องมี Advertiser หรือเจ้าของสินค้าที่อยากให้คนมาช่วยขาย และสุดท้ายก็ต้องมี Publisher ผู้นำสินค้าไปจำหน่ายตามช่องทางออนไลน์ที่ตัวเองถนัด และที่จะลืมไม่ได้เลยก็คือ Publisher จะเป็นผู้ขายให้กับ Customer รวมๆแล้วมีทั้งหมด 4 ฝ่ายนั่นเอง

หน้าที่ของ Network Affiliate Marketing ก็คือ รวบรวมผู้ขาย Publisher และเป็นตัวกลางในการ จับค่า วัดผล และสื่อสารระหว่าง Advertisers และ Publisher ส่วน Advertisers มีหน้าที่อย่างเดียวก็คือ กำหนดค่าคอม และ อนุมัติให้มีการติดตั้งการวัดผลในเว็บไซด์ของตัวเอง

เจ้าของแบรนด์ เจ้าของสินค้า ได้อะไรมากกว่ายอดขายหรือไม่?

5ก็จะมีข้อโต้แย้งตามมาอยู่แล้ว ว่าถ้าหากเอา budget ไปทำ โฆษณาวีดีโอสวยหรู ภาพของ Branding จะเด่นชัดกว่ามาก และจะได้ Brand Image หรือเอา โฆษณาของตัวเองไปแปะไว้ในเว็บดังๆ ก็จะต้องมี Brand Image ที่ดี แต่จริงๆแล้ว วิธีคิดแบบนี้มันเก่าไปแล้ว

การที่ Advertiser หรือผู้ขายเป็นเจ้าของสินค้า และ Publisher คือผู้นำสินค้าไปขาย Publisher จะหาทุกวิถีทางในการจำหน่ายสินค้านั้นๆให้ได้ โดยวิธีการทำ Content เช่น ทำรีวิวที่ดี สื่อสารกับกลุ่มลูกค้าถึงโปรโมชั่น ข้อดี ฯลฯ และท้ายที่สุดคือการ ส่งกลุ่มเป้าหมายเข้ามาซื้อสินค้าที่ เว็บไซด์ หรือ application ของ เจ้าของสินค้านั่นเอง

ลองนึกภาพดู หาก Network นั้นๆ มี Publisher อยู่เป็นหลักหมื่นคน คิดดูว่า หากทั้งหมดทุกคนนั้น ทำรีวิวที่ดีเกี่ยวกับสินค้าที่ตัวเองจะนำไปโปรโมท ภาพจะดีกว่ามั้ย? 

การตลาดแบบ Performance Marketing วัดผลอย่างไร?

6ง่ายมากๆ การวัดผลนั้น วัดผลได้ 4 รูปแบบคือ

 

  1. Impression จาก Banner
  2. CTR เมื่อรู้ Impression แล้วมีการ click เกิดขึ้น ก็วัดผลได้เป็น Click Through Rate 
  3. Conversion เมื่อมีการคลิ๊กเข้ามาในเว็บไซด์ผ่าน Publisher แล้ว เกิดยอดขายเท่าไหร่ กี่ออเดอร์? 
  4. Order Cancellation เมื่อมีการซื้อเสร็จแล้ว มีการยกเลิก order มั้ย? 

ถามว่า การตลาดแบบซื้อ Banner หรือ หา Like, Share, View แบบเดิมๆ สามารถวัดผลแบบนี้ได้หรือเปล่า? คำตอบก็รู้กันดีกันอยู่แล้ว


11 เทคนิคสำหรับ Advertisers ในการให้ Publisher จำหน่ายสินค้า

 

สมัครเป็นตัวแทนขาย Affiliated Marketing ได้ที่นี่