Samsung Galaxy S20 แพงเกินไปจริงหรือ? 5 เหตุผลที่คนซื้อ S10 ดีกว่า

ads

หลังจากที่ Samsung ได้มีการเปิดตัว และเปิดให้จอง Smartphone Samsung Galaxy S20 และรุ่นย่อยอย่าง S20+ รวมถึง Ultra 5G มีหลายคนบ่นเกี่ยวกับเรื่องของราคา เพราะนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ S-Series ของ Samsung ราคากระโดดเกิน 40,000 บาท ในตัวท๊อป ซึ่งสูงพอๆกันกับ iPhone 11 Pro Max เลยทีเดียว ซึ่งมี Android Phone ตัวอื่นๆ ที่สามารถเทียบชั้นได้

หลายๆฝ่ายพยายามค้นหาคำตอบว่า ทำไมรอบนี้ Samsung Galaxy S Series 20, 20+ และ Ultra มีราคาแพงจัง และสำหรับคนที่เล่น Android อยู่ ก็อาจหันไปเล่น OnePlus 7T หรือ ตัวอื่นๆ แทน (เพราะมีราคาต่ำกว่าตั้ง 50%) คำถามนี้มีคำตอบ

ประการแรกเลยคือ Samsung Galaxy S20 แพงเกินไปจริงๆ

แม้ว่าหลายๆคนจะมีความสามารถในการซื้อ S20 แม้ว่าจะเป็นการผ่อน 0% จ่ายเดือนละไม่กี่พันบาทก็ตาม และเหตุผลที่มันแพงเกินไปก็คือ การมี 5G Technology เข้ามาก่อนหน้าค่อนข้างนาน รวมถึง การใช้ Chipset ของ Snapdragon 865 ที่มาใช้ประมวลผลภาพ

ไม่ได้มีแค่เรื่องของ Chipset และ 5G เท่านั้นที่ทำให้ราคา มือถือตัวนี้แพงขึ้น แต่มันรวมถึง กล้องที่ให้ความคมชัดสูง และมี Sensor ที่ใหญ่ กว่า S10 ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้อะไหล่ และ อุปกรณ์ส่วนเสริมมากขึ้นกว่าเดิม และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ Samsung Galaxy S20 แพงกว่าเดิมมาก แต่อย่างไรก็ดี หลายๆฝ่ายมองว่า 5G ที่มาใน Samsung Galaxy S20 นั้น มาเร็วเกินไปหรือเปล่า?

5 เหตุผลฟังขึ้น ที่มีหลายคนเลือกที่จะซื้อ Samsung Galaxy S10 แทน

1เรื่องของราคา ต่างกันเท่าตัว

หากพูดถึงเรื่องราคาแล้ว แน่นอนว่า Samsung Galaxy S10 มีราคาถูกกว่ามากๆ เพราะเริ่มต้นมีราคาแค่ 20,000 กว่าๆ เท่านั้น และมากไปกว่านั้น เมื่อมี S20 ออกมาใหม่ หลายๆร้านค้าก็พยายามจะโละของเก่า คือการลดราคา Galaxy S10 กันกระหน่ำ ทำให้ราคาต่ำลงไปอีก ซึงหากจะเปรียบเทียบให้เห็นภาพ Samsung Galaxy S20 Ultra มีราคาสูงกว่า 40,000 บาท ทำให้ราคานั้นเป็น 2 เท่าของ S10 เลยทีเดียว

2

ระบบ 5G ยังไม่พร้อม แม้ในต่างประเทศก็ยังไม่พร้อม

อย่างที่บอกไปว่าจุดเด่นของ S20 ไม่ใช่แค่กล้อง หรือ Chipset ตัวแรง แต่เป็นเรื่องของ 5G ด้วย ที่ทำให้มันโดดเด่นกว่าใครๆ ซึ่งแม้แต่ในสหรัฐอเมริกาเอง ความครอบคลุมของสัญญาณ 5G ก็ยังไม่ทั่วเท่า 4G  ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงเมืองไทยว่าจะมี 5G ครบทุกที่หรือเปล่า? นอกจากนั้น มือถือ 5G ที่มีตลาดก็ยังคงมีไม่มาก ทีนี้ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าจะซื้อมือถือ 5G มาทำอะไร ณ ตอนนี้?

3

กล้องของ Galaxy S10 ก็ยังเป็นกล้องที่ดีอยู่ 

แม้ว่า S10 จะมี Sensor กล้องไม่ได้ครึ่งของ S20 เลย แต่การถ่ายภาพโดยการใช้ S10 ก็ยังคงมีคุณภาพที่ดีมากอยู่ดี

นั่นเป็นเพราะว่า Galaxy S10 และ S10 Plus มี เลนส์ถึง 3 ตัว ขนาดความละเอียด 12 Megapixel (telephoto) 12 Megapixel (wide-angle) 16 Megapixel (Ultra-wide) สามารถ Zoom ได้ 10 เท่า และสิ่งที่คนหลายคนยังไม่รู้ มันสามารถถ่ายภาพได้กว้างกว่า S20 มากถึง 3 องศา (S10 ถ่ายกว้างได้ 123 องศา แต่ S20 ถ่ายได้ 120 องศา)

4

มีฟังชั่นการใช้งานที่ไม่แตกต่างจาก S20 มาก 

Reverse Wireless หน้าจอไร้ขอบ แสกนนิ้วผ่านหน้าจอ ก็เป็นสิ่งที่ Samsung Galaxy S10 มี อยู่แล้ว รวมถึง Wireless Power Share ที่เมื่อวาง accessories บน S10 ก็จะสามารถชาร์จไฟได้ ซึ่งก็ไม่ได้แตกต่างกันจาก Samsung Galaxy S20 เท่าไหร่นัก

5

รูปทรง และ ฟังชั่นโดยรวม ไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ราคาสูงกว่ากันเยอะ

สิ่งที่เป็นจุดเด่นหลักๆของ Samsung Galaxy S20 ก็คือ 5G ที่เป็นเรื่องเด่นที่สุด รวมถึง การอัดเกรดกล้องด้วย หากว่า “กล้องที่ดีขึ้น” และ “เทคโนโลยี 5G” ไม่ได้เป็นสิ่งที่ตื่นเต้นสำหรับคนที่อยากได้ Samsung Galaxy S20 จริงๆแล้ว เก็บเงินไว้เถอะ ไม่ต้องซื้อ

ส่วนจุดเด่นอื่นๆของ S20 ก็เช่น หน้าจอดูสวยขึ้น และมีความจุ ที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้การทำงานดูลื่นกว่าเดิมมาก แต่ Samsung Galaxy S10 ก็เร็วพอที่จะใช้โทร เล่นเกม หรือ เล่น Social ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว

ดังนั้นหากใครเห็นด้วยกับ 5 ข้อด้านบนนี้ ไม่ควรซื้อ S20 ที่มีราคาแพง ยกเว้นเสียแต่ว่า S10 หรือ มือถือรุ่นที่มีเก่าแล้ว และอยากเปลี่ยนใหม่ 

เผื่อใครเปลี่ยนใจไม่ซื้อ S20 มีโปรโมชั่น Samsung Galaxy S10 ตามด้านล่างนี้

ซื้อมือถือ Samsung Galaxy S10+ กับ AIS วันนี้ มีโปรโมชั่นและส่วนลดอะไรบ้าง?

Dtac samsung galaxy s10 มีโปรโมชั่นอะไรบ้าง ?

รวมโปรโมชั่น 11.11  Samsung Galaxy S10 ซื้อที่ไหนถูกสุด ?

แต่ถ้าใครยังคงอยากได้ S20 ก็มีโปรผ่อน ลดราคา ของแถมตามด้านล่างนี้เช่นกัน

รวมโปรโมชั่น Samsung Galaxy S20 ทุกตัว ทุกค่าย คลิ๊ก