รวม 5 เหตุผลที่คุณต้องเล่น Jump Force ให้ได้!!

เกมต่อสู้รวมค่ายโชเน็นจัมป์ ข้อดีที่ไม่อยากให้พลาด

แม้เราจะเคยพูดถึงข้อเสียของเกมดัง “Jump Force” ที่กำลังเป็นกระแสในตอนนี้ แต่ก็คงพูดไม่ได้ว่าเกมนี้ไม่น่าสนใจ วันนี้เราจึงจะมาบอก 5 ข้อดีของเกมไฟท์ติ้งเกมนี้ที่ทำให้คุณมองข้ามข้อเสียที่ว่าไป เพราะเกมสนุก ๆ ที่สร้างจากการ์ตูนที่เราชื่นชอบตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันล่าสุดแบบยกค่ายนั้นไม่ได้มีให้เล่นบ่อย ๆ หากพลาดไปเพราะรู้จักแต่ข้อเสียก็ดูไม่แฟร์สักเท่าไหร่

รวมขวัญใจตัวละครแบบยกค่ายให้ได้ฟิน!!

หากถามว่าการ์ตูนจากค่ายใดมีอิทธิพลมากที่สุดในโลก “ค่ายโชเน็นจัมป์ สำนักพิมพ์ชูเอฉะ” คือหนึ่งในคำตอบที่ชาวป๊อปคัลเจอร์ต้องนึกถึง จัมป์ได้สร้างการ์ตูนและตัวละครที่ติดตาตรึงใจแก่คนทั่วโลกไว้มากมาย และเกมก็เป็นอีกด้านที่แฟนการ์ตูนจะได้สัมผัสโลกของจัมป์ได้มากที่สุด “Jump Force” จึงเป็นเกมที่แฟนการ์ตูนต่างรอคอยที่สุดเกมหนึ่งในช่วงหลายปีมานี้ ใครเป็นทั้งเกมเมอร์และคอการ์ตูนญี่ปุ่น เกมนี้จัดว่าไม่ควรพลาดเลยจริงๆ !!

พลิกโฉมการสร้างเกมจาการ์ตูนด้วย Unreal Engine 4

นับเป็นปรากฏการณ์สำคัญสำหรับเกมจากการ์ตูนญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ เมื่อค่ายดังเจ้าแห่งเกมการ์ตูน Bandai Namco พลิกโฉมการสร้างเกมจากาการ์ตูนของตัวเองโดยใช้ระบบสมจริง “Unreal Engine 4” ถอดโมเดลและฟีเจอร์ต่าง ๆ จากลายเส้นการ์ตูนโดยตรงเป็นแบบโมเดล 3D สมจริง แม้เกมเมอร์ส่วนใหญ่อาจรู้สึกขัดตาบ้างในช่วงแรก แต่ก็กลับมาเปิดใจและเห็นข้อดีของกราฟิกนี้ในที่สุด ใครที่คิดว่าเกมการ์ตูนลายเส้นต้องเป็นแบบอนิเมะอย่างเดียว ก็อยากให้ลองเล่นดูว่าโมเดลแบบสมจริงเองก็เหมาะกับการ์ตูนคค่ายจัมป์เหมือนกัน

งานแปลดี โดยเฉพาะบทและชื่อท่าไม้ตาย

ด้วยกระแสวงการเกมในประเทศไทยดีขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้ค่ายเกมระดับโลกเริ่มมองเห็นถึงโอกาสทางตลาดมากขึ้น และสิ่งที่เกมเมอร์ไทยต้องการมาตลอดคือ “Localized” (ทำให้เป็นท้องถิ่น) หรือง่าย ๆ ว่าแปลเกมเป็นภาษาไทย ส่วนตัวมองว่า Jump Force เป็นอีกเกมที่ควรทำเป็นเวอร์ชั่นไทยมาก ๆ เพราะมีคำพูด วลี และชื่อท่าโจมตีภาษาไทยจากเวอร์ชั่นภาษาไทยที่เป็นเอกลักษณ์และน่าจดจำ ถือว่าค่อนข้างโชคดีที่เกมนี้มาในช่วงที่ตลาดเกมไทยเป็นที่สนใจพอดี

เหนือสิ่งอื่นใดการจัดให้ระบบเกมเป็นแบบ Soundtrack (เสียงญี่ปุ่น ซับไตเติลไทย) ก็ยิ่งตอบโจทย์การเสพความบันเทิงของคนไทยขึ้นไปอีก ส่วนการแปลบทสนทนาของตัวละครทั้งในซีนต่อสู้และในโหมดเนื้อเรื่องก็ทำได้ดี ดูกลมกลืนกับบริบทไทยไม่ติดขัดมากนัก ทำให้เกมนี้มีเสน่ห์มากและสอบผ่านในการ Localized เกมภาษาไทยในครั้งนี้ด้วย

เกมเพลย์สนุก เอฟเฟคอลังการ

เกมไฟท์ติ้งส่วนใหญ่จะไม่มีเอฟเฟคที่ใหญ่โตโอเวอร์อะไรมากนัก แต่ด้วยแนวการ์ตูนของโชเน็นจัมป์นั้นมีภาพลักษณ์ที่ใช้จินตนาการสูง กราฟฟิคการต่อสู้ของตัวละครจึงหวือหวา อลังการ และแฟนตาซีมากกว่าปกติ อีกทั้งเกมเพลย์ที่แฟนเกมของค่าย Bandai Namco คุ้นเคยดีอยู่แล้วก็ทำให้เราสนุกกับเกมนี้ได้ไม่ยากเลย เล่นแล้วคุ้มค่าแน่นอน!!

มีโอกาสเพิ่ม DLC แบบ Non-Stop

เกมไฟท์ติ้งในช่วงไม่กี่ปีมานี้นิยมใช้ระบบ “DLC” (Downloadable Content) ที่ค่ายเกมจะเปิดบริการให้ผู้เล่นซื้อคอนเทนท์เพิ่มเข้าไปในเกม และ “Season Pass” ที่เราสามารถซื้อ DLC แบบเหมาจ่ายตามช่วงเวลาที่กำหนดไว้ แน่นอนว่าสำหรับเกมไฟท์ติ้งไม่มีอะไรสำคัญไปกว่า “ตัวละครใหม่” และตัวละครที่มีอยู่ในตอนนี้ราว ๆ 40 ตัวก็คงจะไม่เพียงพอสำหรับค่ายดังที่มีการ์ตูนอยู่ในมือนับร้อยนับพันเรื่อง เพราะมีข่าวยืนยันแล้วว่ายังมีตัวละครเด่นที่รออัพเดทเข้ามาอีกมากมายในอนาคต

กล้าพูดได้เลยว่าแต่ละคนยังมี “ตัวละครโปรดในใจ” อีกมากมายที่ยังไม่มีในเกมนี้ เช่น ตัวละครหลักในทีมตัวเอกที่ยังขาด ๆ เกิน ๆ รวมไปถึงเหล่าวายร้ายตัวโกงอีกมามายจากแต่ละเรื่อง แต่หากแฟนเกมอุดหนุนเกมนี้กันมาก ๆ ค่าย Bandai Namco ก็น่าจะปล่อย DLC ตัวละครตามรีเควสออกมาให้เล่นเรื่อย ๆ ก็ได้…

เอาเป็นว่าใครยังลังเลว่าจะซื้อเกม Jump Force ดีหรือไม่ เรื่องความสนุกของเกมคงไม่ต้องพูดอะไรมากไปกว่านี้ แต่เรื่องราคาเกมนั้นอยากให้ลองเข้าไปเช็คราคาได้ในช้อปร้านออนไลน์ชื่อดังอย่าง Lazada หรือ Shopee ก่อนก็ได้ เพราะตอนนี้แผ่นเกมเริ่มลดราคาลงมาบ้างแล้ว โดยราคาต่ำสุดที่ซื้อได้จะอยู่ที่ประมาณ 1,700 – 1,800 บาทเท่านั้น แถมยังเป็น แผ่นโซน 3 (เอเชีย) เวอร์ชั่นภาษาไทยของแท้ อีกด้วย

   อ่านเพิ่มเติม