ยื่นภาษีออนไลน์ 2563 ได้ถึงวันไหน? และเว็บไหน?

ads

เตือน ! มนุษย์เงินเดือน อย่าลืมยื่นภาษี

ถือเป็นประจำทุกปี สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่เข้าข่ายเป็นผู้ที่มีรายได้ถึงเกณฑ์ ต้องดำเนินการยื่นแบบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือยื่นภาษี 2563 และเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน ทางกรมสรรพากร ได้จัดเตรียมความพร้อมระบบการยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ดังนี้

  • เว็บไซต์กรมสรรพากร https://epit.rd.go.th/publish/index.php
  • แอปพลิเคชัน Rd smart tax application

นอกจากนี้ ผู้ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ยังสามารถรวจสอบข้อมูลค่าลดหย่อนต่าง ๆ ของตนผ่านระบบ My Tax Account ที่เว็บไซต์กรมสรรพากรเช่นเดียวกัน

สำหรับใครที่หลงลืมไปแล้วว่า ขั้นตอนการ “ยื่นภาษีออนไลน์ 2563” นั้นมีขั้นตอนอย่างไร หรือเพิ่งมีโอกาสยื่นภาษี 2020 เป็นครั้งแรก ตามไปดูกันว่า วิธียื่นภาษีออนไลน์ 2563 และวิธีขอคืนภาษีออนไลน์ 2563 มีขั้นตอนอย่างไร รวมถึงสามารถยื่นภาษีผ่านช่องทางออนไลน์ได้จนถึงเมื่อไหร่ ? ไปดูคำตอบกันค่ะ


ยื่นภาษีออนไลน์ 2563 มีขั้นตอนอย่างไร ? และเว็บไหน


คุณสามารถยื่นแบบภาษีออนไลน์ ผ่านทางเว็บไซต์ https://epit.rd.go.th/publish/index.php ของกรมสรรพากร โดยมีขั้นตอนการยื่นภาษีผ่านอินเทอร์เน็ต ดังนี้

 1. ให้คุณเข้าไปที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร >> https://epit.rd.go.th/publish/index.php

 2. เลือกแบบยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา นั่นคือ ภ.ง.ด.90/91

  • สำหรับผู้ที่ยังไม่เคยยื่นภาษีออนไลน์มาก่อน ให้ทำการลงทะเบียนด้วยการคลิก “ลงทะเบียน” จากนั้นกรอกข้อมูลส่วนตัวของคุณลงไปให้ครบถ้วน

  • ทั้งนี้ ถ้าคุณเคยลงทะเบียนไว้แล้ว แต่จำรหัสผ่านไม่ได้ ขอให้คลิกเลือก “ลืมรหัสผ่าน” แล้วคำถามที่เราเคยตั้งไว้ หากคุณลืมว่า เคยตั้งคำถามอะไรไว้ด้วย ก็อย่าเพิ่งกังวลไปนะคะ ขอให้เลือก “เปลี่ยนรหัสผ่าน” จากนั้นกรอกข้อมูลตามขั้นตอน

 3. เมื่อลงทะเบียนหรือเปลี่ยนรหัสผ่านเรียบร้อยแล้ว ให้คุณเข้าไปที่หน้า >> https://epit.rd.go.th/publish/index.php อีกครั้ง จากนั้น เลือก “ยื่นแบบฯ ภ.ง.ด.90/91” แล้วใส่ username พร้อมรหัสผ่านที่ตั้งไว้ลงไป

 4. พอเข้ามาที่หน้า “แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีภาษี…” ซึ่งในหน้านี้ จะมีข้อมูลที่คุณกรอกไว้ตอนลงทะเบียนปรากฏอยู่ หากตรวจสอบแล้วพบข้อมูลผิดพลาด ขอให้รีบแก้ไขทันที เพราะหากคุณกดยืนยันไปแล้ว จะไม่สามารถกลับมาแก้ไขได้อีก แต่ถ้าตรวจสอบแล้วข้อมูลถูกต้อง ให้คลิก “ทำรายการต่อไป”

 5. เมื่อเข้ามาสู่ “หน้าหลัก” จะปรากฏข้อมูลของคุณ อยู่ทางซ้ายมือด้านล่าง

  • พอไล่ลงมาด้านล่าง จะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับ “สถานภาพของผู้มีเงินได้” ในกรณีที่เป็น “บุคคลธรรมดา” ให้เลือกระหว่าง “โสด/สมรส/หม้าย”

  • กรณีเลือก “โสดหรือหม้าย” ให้คลิกทำรายการต่อไปได้เลย

  • แต่ถ้ากรณีเลือก “สมรส” ต้องกรอกข้อมูลคู่สมรส รวมทั้งข้อมูลการมีเงินได้ทางด้านขวามือก่อน แล้วจึงเลือกทำรายการต่อไป

 6. ที่หน้า “เลือกเงินได้/ลดหย่อน” ส่วนนี้ให้คุณกรอกข้อมูลรายการเงินได้พึงประเมินและค่าลดหย่อนต่าง ๆ ตามสิทธิของคุณ

6.1 รายการเงินได้พึงประเมิน

ให้คุณติ๊กเครื่องหมายหน้าช่องที่เป็นแหล่งที่มาของเงินได้ของตน อาทิ

  • หากมีรายได้จากเงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง บำนาญ โบนัส ให้ติ๊กที่ช่อง “มาตรา 40 (1)
  • แต่หากมีรายได้จากอื่น ๆ ด้วย ให้ติ๊กช่องอื่นเพิ่มเติม เช่น มีรายได้จากเงินปันผลของกองทุนรวมที่ซื้อไว้ ให้ติ๊กที่ช่อง “มาตรา 40(8)” กรณีได้รับเงินจากการขายบ้าน ให้ติ๊กที่ช่อง “เงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์”

6.2 เลือกเงินได้ที่ได้รับยกเว้น/ค่าลดหย่อน

ในส่วนนี้ คือ ถ้าคุณมีสิทธิลดหย่อนอะไรบ้าง ให้เลือกที่ช่องนั้น อาทิ

  • หากบริษัทมีหักเงินประกันสังคมไป ให้เราเลือกที่ช่อง “เงินสมทบกองทุนประกันสังคม”
  • กรณีดูแลบิดา-มารดาอายุเกิน 60 ปี ให้เลือกช่อง “อุปการะเลี้ยงดูบิดามารดาที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป”
  • หากซื้อกองทุน LTF ไว้ลดหย่อนภาษี ก็เลือกช่อง “ค่าซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมหุ้นระยะยาว LTF”

เมื่อเลือกครบแล้ว ให้กดทำรายการต่อไปทันที

 7. ในหน้าถัดไปเป็นส่วนของ “บันทึกเงินได้” โดยคุณต้องกรอกข้อมูลรายละเอียดเงินได้ และค่าลดหย่อนตามที่เลือกไว้ในหน้า “เลือกเงินได้/ลดหย่อน” หากมีเงินได้นอกเหนือจากค่าจ้าง ก็จะมีช่องให้กรอกเพิ่มเติมเมื่อกดไปที่ “ทำรายการต่อไป”

 8. เมื่อกรอกข้อมูลเงินได้เสร็จสรรพ จะมาที่หน้า “บันทึกค่าลดหย่อน” ซึ่งในส่วนนี้ให้คุณกรอกข้อมูลการลดหย่อนต่าง ๆ อาทิ กรณีส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคม, ท่องเที่ยวภายในประเทศ, ค่าซื้อสินค้าต่าง ๆ ก็ให้กรอกจำนวนเงินที่ซื้อหรือใช้บริการลงไป เสร็จแล้วเลือก “ทำรายการต่อไป”

 9. จากนั้น จะมาที่หน้า “คำนวณภาษี” โดยระบบจะคำนวณให้เรียบร้อยว่าหักอะไรเท่าไร ก่อนสรุปว่าคุณต้องเสียภาษีเท่าไร

ทั้งนี้ หากข้อมูลระบุว่า “ชำระเพิ่มเติม” แสดงว่า คุณต้องเสียภาษีเพิ่มเติมจากเงินที่จ่ายไป แต่ถ้าข้อมูลระบุว่า “ชำระไว้เกิน” เท่ากับคุณจะได้เงินภาษีคืนกลับมา

และในกรณีที่คุณผูกบัญชีพร้อมเพย์ไว้กับเลขบัตรประจำตัวประชาชนแล้ว กรมสรรพากรจะโอนเงินภาษีคืนให้ทางบัญชีธนาคารที่ผูกพร้อมเพย์

 10. หน้าถัดไป คือ หน้า “ยืนยันการยื่นแบบ” ที่คุณจำต้องตรวจสอบข้อมูลอีกครั้ง จากนั้นให้กด “ยืนยันการยื่นแบบ” เท่านี้ ก็ยื่นภาษีออนไลน์ 2563 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และเมื่อกดยืนยันการยื่นแบบนั้น จากนั้นจะมาที่หน้า “ผลการยื่นแบบ” ซึ่งจะแจ้งให้เราทราบว่า ได้เงินภาษีคืนเท่าไร ยื่นแบบวันไหน


ยื่นภาษีออนไลน์ 2563 ได้ถึงวันไหน ?


สำหรับปีภาษี 2562 กรมสรรพากรกำหนดให้ยื่นภายในวันที่ 31 มีนาคม 2563 แต่ทั้งนี้ การยื่นภาษียื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2562 ไปจนถึงวันที่ 8 เมษายน 2563

แม้ขั้นตอนการยื่นภาษีออนไลน์ อาจดูยุ่งยากและสลับซับซ้อน แต่ถ้าคุณเตรียมข้อมูลหลักฐานไว้พร้อมแล้ว ก็ค่อย ๆ ไล่ทำไปทีละขั้นตอน ก็จะรู้ว่า จริง ๆ แล้วการยื่นแบบทางอินเทอร์เน็ตไม่ได้ยากอย่างที่คิดเลย แถมยังสะดวกสบายไม่ต้องเดินทางไปยื่นแบบภาษียังสถานที่ต่าง ๆ ด้วยตนเอง


READ MORE :

สมัครบัตร Citibank เรดดี้เครดิต ผ่อน iPhone 11 0% 40 เดือน
ผ่อนมือถือ 40 เดือน 0%

กดเงินสดดอกเบี้ยฟรี 0% 3 รอบบัญชีแรก รับกระเป๋าเดินทาง Premium Trolley Bag 20 นิ้ว และสามารถใช้ผ่อน Smartphone ได้ยาวถึง 40 เดือน แบบ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ (เช่น AIS)

More Less
LinkedIn