Home Investment Finance 11 ตัวอย่างการรีไฟแนนซ์แบบ “หน้าเลือด” ควรศึกษาก่อนกู้

11 ตัวอย่างการรีไฟแนนซ์แบบ “หน้าเลือด” ควรศึกษาก่อนกู้

การรีไฟแนนซ์หนี้สิน หรือ ทรัพย์สินอย่างรถยนต์หรือบ้าน สิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงถึงคือการศึกษารายละเอียดสถาบันการเงินแห่งนั้นๆก่อนการตกลงใจ และทำสัญญา เพราะการรีไฟแนนซ์คือการกู้ยืมประเภทหนึ่งที่มีหลักทรัพย์ของผู้ครอบครองเอาไปเป็นประกัน ที่อาจพบกับดอกเบี้ยสูงมหาโหด การคิดค่าธรรมเนียม และการถูกเอารัดเอาเปรียบในรูปแบบต่างๆ แต่การจับไต๋ ว่าสถาบันการเงินนั้นมีการดำเนินกิจการแบบ “หน้าเลือด” เกินไปหรือไม่? เรามีตัวอย่างให้ดู

11 จุดสังเกต ความหน้าเลือด ของสถาบันการเงิน (บางแห่ง)

มีหลายข้อที่ควรรู้ไว้ หากเจอสถาบันการเงินไหนที่มีข้อผิดสังเกตอย่างใดอย่างหนึ่งใน 11 หัวข้อนี้ อาจต้องกลับมาพิจารณาอีกครั้ง

ดอกเบี้ยสูงโหดเกินไป

ดอกเบี้ยเป็นปัจจัยแรกก่อนการรีไฟแนนซ์ทรัพย์สิน เพราะดอกเบี้ยผลิตภัณฑ์ทางการเงินประเภทนี้ควรที่จะต้องต่ำกว่า สินเชื่อส่วนบุคคลธรรมดามาก วิธีการเช็คดอกเบี้ยที่ดีที่สุด ที่เป็นมาตรฐานที่สุดคือการ เช็คดอกเบี้ยสินเชื่อส่วนบุคคล แบบมีหลักประกัน กับทาง ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเปรียบเทียบกับสิ่งที่ สถาบันการเงินที่กำลังจะยื่นรีไฟแนนซ์ เพื่อเช็คว่าสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานหรือไม่?

ค่าธรรมเนียมเยอะ หรือ สูง เกินจริง

การรีไฟแนนซ์บ้าน หรือ รถยนต์ พร้อมทั้งมอเตอร์ไซค์ ทุกแห่ง มีค่าธรรมเนียมทั้งนั้น สำหรับค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์ทรัพย์สินประเภทรถยนต์มักจะมีเช่น ค่าธรรมเนียมสมัคร, ค่าประเมินราคารถ, ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์, ค่าโอน ฯลฯ โดยที่ค่าธรรมเนียมเหล่านี้ ผู้กู้จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบทั้งสิ้น และนี่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมอื่นๆหากเป็นการกู้ซื้อบ้านด้วย

ค่าใช้จ่ายแอบแฝง

สถาบันการเงินหน้าเลือดบางแห่ง มักจะมีการปกปิดค่าใช้จ่ายบางประการที่แอบแฝงอยู่ในสัญญาเงินกู้ ยกตัวอย่างค่าใช้จ่ายแอบแฝงเช่น “ค่าปรับเมื่อมีการจ่ายหนี้ก่อนกำหนด” (Prepayment Penalty) ซึ่งไม่เป็นธรรม และหากเจอควรต้องร้องเรียน

ค่างวดแบบ “Balloon”

ในประเทศไทย การผ่อนแบบ Balloon มักจะใช้กับรถยนต์ ที่มีราคาสูงลิ่ว ยกตัวอย่างเช่น รถยนต์ที่มีมูลค่า 4 ล้านบาท ขึ้นไป เนื่องจากหากวางเงินดาวน์น้อย ก็จะมีค่างวดที่สูงลิ่ว ทำให้ไม่สามารถขายรถได้คล่อง รีไฟแนนซ์ก็เช่นกัน บางแห่งมีการเปิดให้มีการรีไฟแนนซ์แบบ Balloon คือ เก็บเงินก้อนหนึ่งไว้ สำหรับผ่อนตอนสิ้นสุดสัญญาเดิม ซึ่งจะทำให้ต้องโดนดอกเบี้ยมากกว่าปกติ ก็ควรหลีกเลี่ยงเช่นเดียวกัน

ผลิตภัณฑ์แอบแฝง (Loan Packing)

คำว่า Loan คือเงินกู้ และ Packing คือการจับมัดรวบยอด มันคือการเอาผลิตภัณฑ์ทางการเงินแฝงเข้าคู่กับผลิตภัณฑ์หลัก ยกตัวอย่างเช่น เมื่อจะต้องมีการรีไฟแนนซ์รถยนต์ บางแห่งอาจมีบังคับทำประกันชีวิต โดยไม่ได้สมัครใจ และยังสามารถผ่อนประกันได้อีกต่างหาก บางแห่งต้องบังคับทำประกันรถยนต์ชั้น 1 แต่อย่างไรก็ดี การทำประกันประเภทนี้ ไม่มีความจำเป็นสำหรับการซื้อรถหรือบ้านใหม่ หากมีการวางเงินดาวน์มากกว่า 20% ขึ้นไป หากคิดว่าไม่เป็นธรรมให้ถอยห่างทันที

จับคู่ ไฟแนนซ์ แบบไม่เป็นธรรม

มักเกิดขึ้นกับ Loan Aggregator หรือตัวแทนที่สามารถยื่นข้อเสนอของหลายบริษัทไฟแนนซ์ให้กับลูกค้า สำหรับการจับคู่ไฟแนนซ์ ไม่เป็นธรรมนี้ เรียกว่า “Loan Flipping” คือเลือกบริษัทไฟแนนซ์ให้กับลูกค้า โดยที่ตัวเองได้ผลประโยชน์มากที่สุด แต่ลูกค้าเสียดอกเบี้ย และค่าธรรมเนียมสูงที่สุด จุดนี้ เป็นจุดที่เราต้องศึกษาและหาข้อมูลเองก่อนการตัดสินใจทำ

ให้ผ่อนค่างวดน้อยเกินไป ไม่สามารถตัดเงินต้นได้

เรื่องนี้คือ Infinity Amortization หรือ Negative Amortization นั่นก็คือ ทางบริษัทไฟแนนซ์หน้าเลือดเหล่านี้ จะจัดค่างวดให้ลูกค้าต่อเดือนในราคาถูกๆ ที่ทำให้รู้สึกว่าบริษัทนี้เป็นคนดี แต่จริงๆแล้ว ค่างวดราคาถูก จะไม่สามารถจัดการกับดอกเบี้ยได้หมด จึงส่งผลให้ไม่สามารถไปตัดเงินต้นได้ ทำให้ต้องผ่อนแบบไม่มีที่สิ้นสุดนั่นเอง

ไม่เช็คเครดิต ทั้งๆที่ขอให้เช็ค

เข้าใจดีกันอยู่ว่า บางสถาบันการเงินเช่น การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ที่ยังผ่อนไม่หมด ไม่เช็คเครดิต เค้าจะไม่เช็คเครดิตของผู้ยื่นกู้ แต่จะให้ดอกเบี้ยสูงกว่า ในขณะที่ผู้กู้มีเครดิตที่ดี การเช็คเครดิตจะทำให้สถาบันการเงินสามารถให้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าผู้ที่ไม่เช็คได้ จุดนี้ต้องระวังเอาไว้ด้วย

ขอเข้าถึงบัญชีเงินฝากอย่างไม่เต็มใจ และไม่เป็นธรรม

ข้อนี้ไม่รวมถึงการขอสินเชื่อกับบางธนาคารที่จะให้ดอกเบี้ยต่ำหากมีเงินฝาก หรือ รับเงินเดือนผ่านธนาคาร ยกตัวอย่างเช่น SCB มีการปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายละ 10,000 หากมีบัญชีเงินฝากอยู่แล้ว แต่ข้อนี้ต้องระวังสถาบันการเงินที่ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักจะขอเข้าควบคุมบัญชีเงินฝาก และทำการหักเงินค่างวดอัติโนมัติ ซึ่งเป็นเรื่องอันตราย เพราะหากทางสถาบันหน้าเลือดเหล่านี้เข้าถึงได้ ก็จะหักทุกอย่างที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสมทันที

สถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงไม่ดี

หากถามว่าจะต้องเช็คข่าวที่ไหนว่าสถาบันการเงินไหนมีปัญหา หรือติด Black List ให้เช็คที่ เว็บไซด์ของ ศคง หรือ ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน โดยที่สามารถยื่นเรื่องร้องเรียนหากเจอปัญหาหรือข้อสงสัย 10 ข้อด้านบนได้ด้วยที่เว็บไซด์ของ ศคง หรือ 1213.or.th

จะหลีกเลี่ยงสถาบันการเงินหน้าเลือดได้อย่างไร?

สถาบันการเงินเหล่านี้ที่มีการดำเนินการไม่เป็นธรรม ควรถูกกำจัดออกจากระบบ เพราะกลับกลายเป็นว่าไม่ใช่เชื้อโรคที่จะเป็นภัยกับคนไทย แต่ สถาบันเหล่านี้ก็เป็นภัยคุกคามมากกว่าด้วยซ้ำ บริษัทที่ดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมพวกนี้ มักจะเล็งกลุ่มเป้าคนที่เดือดร้อน เช่นผู้ที่ติดหนี้และต้องการโอนหนี้ด้วยการรีไฟแนนซ์ โดยการโฆษณาว่า จะสามารถช่วยให้พ้นหนี้ได้ ในราคาถูกๆ

จุดสังเกตในการโฆษณาของ สถาบันหน้าเลือดพวกนี้คือการเปิดตัวด้วย คำว่า “เงินด่วน” หรือ “ไม่เช็คเครดิต” “อนุมัตเร็ว” รวมถึงที่ชอบโฆษณาว่า ไม่จำเป็นต้องมีรายได้ ไม่จำเป็นต้องมีเงินเดือน ดังนั้นควรต้องระวังตัวให้ดีอย่าตกหลุมพรางของ “นักล่า หน้าเลือด” เหล่านี้ และควรแจ้งทางการเมื่อใดก็ตามที่พบเจอ

Exit mobile version