P2P Lending ปัญหา ประสบการณ์ และแนวทางแก้ไข ก่อนสายเกินไป

ads

เค้าว่ากันว่า ระบบการกู้ยืมเงินในประเทศไทย และทั่วโลก กำลังจะมาถึงทางออกที่เป็นตัวเลือกที่ดี ด้วย P2P Lending ซึ่งระบบนี้จะตัดระบบการกู้ยืมเงินแบบเดิมๆ ที่ต้องมีการอนุมัติโดยสถาบันการเงิน และ อาจช่วยแก้ปัญหาความยากจน หรือ สถาวะการเงินฝืดเคืองของแต่ละครอบครัว

แต่อย่างไรก็ดี ยังคงมีการโต้เถียงกันว่า P2P Lending มันจะทำให้การกู้ยืมเงิน และ อัตราภาระหนี้ดีขึ้นกว่าเดิมจริงหรือไม่? เพราะการกู้ยืมเงินประเภทนี้มีความเสี่ยงมากกว่า แต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงินนี้ จะมีข้อดีอย่างเด่นชัดที่จะทำให้ SME หรือ ประชาชนทั่วไป เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ง่ายกว่า ซึ่งอาจแก้ไขปัญหาที่มีมาตั้งแต่ในอดีตได้ แต่อย่างไรก็ดี P2P Lending ยังคงมีด้านมืด หรือ แง่ลบ ที่เราอาจควรต้องรู้เอาไว้บ้าง หากว่ามีปัญหาเกิดขึ้นในอนาคต เราจะได้เตรียมตัวรับมือกับสิ่งเหล่านี้ได้ทันท่วงที

เงินกู้นอกระบบ อาจมาในคราบของ P2P Lending

ที่เค้าเรียกกันว่า “Loan Shark” ก็อาจมาในโฉมของ P2P Lending ได้ ซึ่งในหลายๆประเทศ บริษัท P2P Lending เป็นบริษัทที่ได้รับการร้องเรียนมากที่สุด ในบรรดาสถาบันการเงินทั้งหมด โดยอย่างเช่นประเทศจีน ทางการต้องมีการเปิดสนามกีฬา มารับเรื่องร้องเรียนเลยทีเดียว

อัตราดอกเบี้ยของ P2P Lending น่าจะเป็นตัวปัญหามากที่สุด ซึ่งหากไม่ได้รับการควบคุมอย่างดี และหากไม่ได้อยู่ตามกฎหมาย หรือความควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย เช่นเว็บไซด์ หรือ app กู้ยืมเงินที่ผิดกฎหมาย ก็อาจทำให้เป็นปัญหาเช่นเดียวกัน และยังไม่นับรวมถึงการติดตามทวงถามหนี้ ยกตัวอย่างในต่างประเทศ อาจมีการทวงหนี้ถึงขั้นคุกคามทางเพศ การแบล็คเมล์ การเข้าถึงและเปิดโปงข้อมูลส่วนตัว ซึ่งในบางประเทศ บริษัททวงหนี้มีการเปิดห้องแชท โดยดึงเอาผู้ร่วมงาน ญาติ ของลูกหนี้ เข้ามาทวงถามหนี้กันเลยทีเดียว 

คำถามคือ ถ้าเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับจะทำแบบนี้ได้จริงๆหรือ? ตัวอย่างในต่างประเทศมีให้เห็นกัน คือเมื่อถึงเวลาที่ หนี้เสียเพิ่มขึ้นจนเกินขีดที่รับได้ บริษัทที่ทวงถามหนี้ก็จะมีมาตรการที่รุนแรงขึ้นได้ ด้วยเป้าการติดตามหนี้ ที่สูง

เรื่องที่เรายังไม่เคยรู้เกี่ยวกับ การกู้ยืมเงินแบบ P2P

อ้างอิงจาก https://jakartaglobe.id : ในประเทศจีน ที่มีการผิดนักชำระหนี้ ในระบบ P2P Lending ที่ค่อนข้างสูง ทำให้บริษัทหลายแห่งปิดตัวลงไปตามๆกัน นั่นรวมถึงเงินของผู้ลงทุนรายย่อย ที่มาปล่อยกู้ในระบบด้วย

อ้างอิง : smp.com – ปัญหาหนี้เสียจาก P2P Lending ในจีน

หากจะพูดถึงในประเทศ ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม รวมถึง อินโดนีเซีย ก็ประสบปัญหาเดียวกัน และคำถามคือในประเทศไทยนั้น เราจะเจอเรื่องแบบนี้ไหม? ถึงแม้ว่า เราจะมีกฎระเบียบเช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่กล่าวมา แต่ในเมื่อเค้ามีปัญหาได้ เราก็อาจจะมีปัญหาได้เช่นกันหรือไม่?

3 แนวทางป้องกันปัญหาการเงิน ที่อาจมาจาก P2P Lending

ให้ความรู้นักลงทุน และ ผู้กู้ยืมเงิน ระดับสูงสุด

การกู้ยืมเงินในปัจจุบัน โดยมากแล้ว ผู้ที่อาจไม่ได้รับข้อมูลชัดเจนจริงๆ ก็คงเป็นผู้กู้ แต่สำหรับในวงการ P2P Lending ผู้ให้กู้ยืมรายย่อย ที่เป็นนักลงทุนควรที่จะต้องเข้าใจเกี่ยวกับหลักการ และ ความเสี่ยงในการปล่อยกู้อย่างละเอียด รวมถึงการประเมินการให้กู้ยืมกับลูกหนี้แต่ละคน โดยต้องเข้าใจถึงความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ เมื่อเทียบกับ รายได้ที่จะได้มาจากการลงทุนปล่อยกู้

ต้องเช็คเครดิตผู้กู้ และภาระหนี้ แม้ว่าจะเป็น P2P Lending

หลายคนอาจมองว่าการเช็คเครดิต ในการกู้ยืมควรมีเฉพาะในธนาคารหรือสถาบันการเงินใหญ่ๆ ที่ไม่ใช่ P2P รวมถึงการเช็คภาระหนี้ของผู้กู้ด้วย เพราะสองสิ่งนี้จะเป็นตัวที่ทำให้ผู้ปล่อยกู้ลดความเสี่ยงลงได้มากกว่า หากไม่มีการจัดการ แต่การเช็คเครดิตอาจทำให้ ทุกอย่างย้อนกลับมาเหมือนกันกับสถาบันการเงินขนาดใหญ่ ดังนั้น หลายบริษัทจึงมีการใช้ Social Scoring ในการตรวจสอบเครดิตของผู้กู้

การทวงถามหนี้ ติดตามหนี้สินที่เป็นธรรม

ในหลายๆประเทศ การแก้ไขปัญหาการทวงถามหนี้นั้นเป็นไปได้อย่างยากลำบาก จึงมีการใช้ Artificial Intelligence Collection เข้ามาช่วย รวมถึงการใช้ Call Center ที่ Tailored หรือปรับตามลักษณะนิสัยของผู้กู้ เพื่อทวงถามหนี้ อย่างไรก็ดี อาจเป็นโชคดีของประเทศไทย ที่หลายๆ บริษัทเริ่มต้นโดยการ ปล่อยกู้แบบ P2P Lending แต่เป็นลักษณะที่มีการใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่นการรีไฟแนนซ์รถยนต์ แบบ P2P Lending จุดแตกต่างของมันก็คือ หลักทรัพย์ ที่แม้ว่า ลูกหนี้จะมีการผิดนัดชำระหนี้ การทวงถามหนี้ก็จะมีอัตราเสี่ยงน้อยกว่าในการผิดนัดชำระ เพราะมีหลักทรัพย์ที่สามารถขายทอดตลาดเพื่อนำเงินกลับมาได้


การศึกษาเกี่ยวกับ P2P Lending ในประเทศไทย ยังคงเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากยังไม่ค่อยมีบริษัทใด หรือ Platform ใด ที่ดำเนินกิจการมาเป็นระยะเวลาหลายๆปี ทำให้อาจยังไม่เห็นปัญหาของระบบการกู้ยืมเงินลักษณะนี้ แต่อย่างไรก็ดี สำหรับรายย่อย ที่ต้องการกู้ยืมเงินในจำนวนที่ไม่สูงเกินไป คนไทยก็จะมีตัวเลือกเพิ่มขึ้นมาอีกตัวหนึ่งนั่นก็คือ Pico Finance และ Pico Plus ที่จะมีการเข้าถึงกลุ่มรายย่อยที่ต้องการกู้เงินได้ง่ายกว่า ระหว่างการรอการเปิดตัวของบริษัท Fintech รวมถึง P2P Lending ในไทยที่จะมีมากขึ้นในอนาคต

อ่านต่อเกี่ยวกับ P2P Lending