7 วิธีซื้อแอพ iOS หรือเพลง โดยไม่มีบัตรเครดิตซักใบ

ปัจจุบันการซื้อของผ่าน Application บน platform อย่าง Android หรือ iOS โดยมากแล้วหาก application นั้นต้องมีการชำระเงิน คุณจะต้องมีการเชื่อมบัตรเครดิต หรือบัญชีใดๆก็ตาม กับบัญชีที่จะทำการสั่งซื้อ ซึ่งระบบเหล่านี้เริ่มต้นมาด้วยการใช้บัญชีเชื่อมกันกับบัตรเครดิต แต่ปัญหาไม่ใช่ว่า ไม่มีเงินซื้อ app นั้นๆ แต่หลายคนไม่มีบัตรเครดิตต่างหาก และวันนี้ เราจะมาบอก 8 วิธีในการซื้อ app และเพลงใน iTunes (Apple Musics) รวมถึง หนังสือ ebook จาก iBook Stores โดยที่ไม่จำเป็นที่จะต้องใช้บัตรเครดิต ในการเชื่อมบัญชี

วิธีที่นิยมที่สุด ใช้บัตรเครดิตเชื่อมกับ Apple ID

การเชื่อมบัตรเครดิต กับ Apple ID เป็นวิธีสมัยแรกๆ เมื่อ ทาง Apple บังคับให้ผู้ที่มีบัตรเครดิต ต้อง ใช้บัตรเชื่อมกันกับบัญชี Apple นั้นๆ เพื่อสำหรับง่ายต่อการสั่งซื้อ Application เพลง หรือ อื่นๆ และเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด เพราะ Apple สามารถ ควบคุมการสั่งซื้อได้ และมีการโดนโกงน้อยที่สุด แต่วิธีนี้ ไม่ใช่สำหรับคนที่ไม่มีบัตรเครดิต ซึ่งปัจจุบัน ผู้ที่ไม่มีบัตรเครดิตในประเทศไทยมีจำนวนมากกว่าผู้ที่มี ดังนั้นวิธีนี้เราจะข้ามไป แต่สำหรับผู้ที่ ยังไม่เคยมีบัตรเครดิต สามารถ ทำบัตร  KTC หรือ สมัครบัตรเครดิต Citi ได้ เพราะได้ง่ายและได้เร็วกว่าธนาคารอื่นๆ

ใช้บัตร Debit ก็ได้นะ!!

การใช้บัตรเดบิตเป็นอะไรที่สะดวกที่สุดในปัจจุบัน เพราะบัตรเดบิต ไม่เพียงแต่สามารถรูดซื้อสินค้า หรือถอนเงินได้ แล้วยังสามารถใช้ในการเชื่อมกับบัญชี Apple เพื่อซื้อแอพ หรือเพลงได้ด้วย อย่างไรก็ดี การเชื่อมบัตรเดบิตเข้ากับ Apple ID ทางเรายังมองว่ามีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะคนที่มีเงินในบัตรเดบิตเยอะๆ เพราะวันใดที่ คนสามารถล้วงข้อมูลบัตรเดบิตได้ เงินอาจถูกดูดออกหมด ในขณะที่การใช้บัตรเครดิต จะปลอดภัยกว่าเพราะมีคนดูแล การใช้เงิน หรือการถอนเงินที่น่าสงสัยได้ ทำให้ระงับบัตรได้ทัน

ใช้บัตร iTunes Apple Gift Card ซื้อแอพ หรือเพลง

ตัวอย่าง iTunes Gift Card

หากว่าไม่มีทั้งบัตรเครดิต และ บัตรเดบิต นี่อาจเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการจะซื้อ app หรือ เพลง จาก iTunes และ Appstore คือ สามารถไปหา Apple Gift Card ได้ โดยจะมีรหัสอยู่บน Gift Card ไว้สำหรับป้อนลงไปในการสั่งซื้อทุกครั้ง โดยเมื่อมีเครดิตอยู่ใน Gift Card เช่น หากซื้อ gift card ในราคา 500 บาท ซื้อเกมส์ราคา 100 บาท จะเหลือ 400 บาท สามารถใช้เป็นเครดิตในการซื้อครั้งต่อไปได้

ใช้บัญชี Paypal

จริงๆแล้ว paypal สำหรับคนรุ่นเก่า และคนรุ่นใหม่มากๆ อาจจะไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เพราะ Paypal เป็นระบบชำระเงิน และเป็น E-wallet มาจากอเมริกา และต้องสมัครสมาชิกพร้อมเชื่อมบัตร และบัญชี ซึ่งจะต้องนำเอา   Paypal  มาเชื่อมกันกับ Apple ID อีก ซึ่งจะวุ่นวายพอสมควรเลยทีเดียว

ใช้ Alipay

การสมัคร Alipay ตอนนี้ ง่ายขึ้นกว่าเดิมเพราะมีภาษาไทยให้ด้วย และการเติมเงินเข้า Alipay ก็ง่ายมาก เพียงแค่ไปที่ 7-11 ก็สามารถเติมเงินเข้าบัญชี Alipay ได้แล้ว และนำเครดิตที่ได้มาซื้อ ของใน Apple ได้ด้วย ซึ่งโดยปกติแล้ว Alipay เป็นบัญชีที่อำนวยความสะดวกให้กับชาวจีนที่มาช้อปสินค้าในไทย แต่ตอนนี้หากคนไทยมี บัญชี Alipay ก็จะสามารถเชื่อมกันกับ Apple ID ได้ด้วย

ระบบชำระเงิน UnionPay

จะคล้ยคลึงกันกับการใช้ Alipay แต่เปลี่ยนจากการใช้บัญชี Alipay เป็นบัญชี Unionpay ซึ่งทาง Apple กำหนดว่า หากจะใช้ Unionpay ในการเชื่อมบัญชี และทำการชำระเงิน ลูกค้าจะต้องมี SMS PIN ในการตั้งค่าด้วย

เชื่อม Apple ID กับบริษัทมือถือ

วิธีนี้อาจต้องข้ามไป เพราะ Apple จะรับเฉพาะบริษัทมือถือที่รองรับเท่านั้น และในปัจจุบัน Dtac, AIS, และ True ยังไม่มี ระบบไหนที่รับชำระเงินกับการซื้อ แอพ หรือ เพลง จาก Apple ได้เลย

บัญชีเชื่อมกันกับที่บ้าน พ่อแม่ ภรรยา ลูก ทำได้มั้ย?

การแชร์การชำระเงินในครอบครัว สามารถทำได้เช่นเดียวกัน กับการใช้ บัตรเครดิต บัตรเดบิต Alipay และ UnionPay ในประเทศไทย แต่สำหรับบางประเภทจะมีการเชื่อมระบบมือถือเข้ามาด้วย และการสร้างบัญชี Apple ID เพื่อเชื่อมระบบชำระเงินแบบนี้ สามารถทำให้ได้กับเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี ด้วย


ในปัจจุบัน ถึงแม้ว่าจะมีหลายวิธีการในการเชื่อมการชำระเงินเข้ากับ E-wallet ต่างๆ หรือบัตรเดบิต และ บัตรเครดิต แต่ก็ยังไม่ค่อยตรงกลุ่มเป้าหมายสำหรับคนไทยเท่าไหร่นัก และทาง Apple ยังขาดการเชื่อมกันกับระบบชำระเงินอย่าง Truemoney ที่มีฐานลูกค้าที่ค่อนข้างใหญ่ และอีกหน่อยอาจมีการเชื่อมเข้ากันกับระบบชำระเงินใหญ่ยักษ์อย่าง Lazadapay หรือระบบ Wechat Pay และระบบชำระเงินที่กำลังดังในประเทศไทย อย่าง Rabbit LINE Pay ก็เป็นได้