Fin Tech ย่อมาจาก Financial Technology นั่นก็คือเทคโนโลยีการเงินประเภท payment gateway ระบบชำระเงินออนไลน์ ฯลฯ ซึ่งทุกวันนี้โตขึ้นอย่างมากและมีหลายบริษัทที่เป็นแบบ Startup Fintech ผุดขึ้นเป็นดอกเห็ดเลยทีเดียว ซึ่งหากธนาคารไหนไม่ปรับตัวตาม Fintech เหล่านี้ ก็จะทำให้ล้าหลังและเสียฐานลูกค้าไปในที่สุด

ต้องยอมรับว่า Fintech อย่างระบบชำระเงินที่ดังๆในบ้านเราเช่น True Wallet, Airpay, และที่มารองรับร้านค้าสำหรับการจำหน่ายสินค้าให้คนจีนโดยเฉพาะก็เช่น Alipay และ Wechat Pay ก็เป็นระบบชำระที่น่ากลัวสำหรับ ธนาคารอย่าง Citibank ทั้งนั้น และปัจจุบันมีระบบการชำระเงินแบบนี้ในตลาดมากกว่า 2,500 แบรนด์ด้วยกัน จากข้อมูลของ CNBC พบว่า ลูกค้าคนนึง จะมีการติดต่อกับธนาคาร 17 ครั้งต่อเดือน แต่มี 2 ครั้งเท่านั้นที่ไปพบพนักงานธนาคารที่เป็นคนจริงๆ นอกนั้นใช้ Application หรือ ระบบออนไลน์ทั้งหมด ซึ่งเราคงอยากรู้กันมากกว่า ในฐานะที่ Citibank เป็นธนาคารใหญ่ระดับโลกที่ ไม่ได้เพียงอำนวยความสะดวกกับผู้คน ด้วยสินเชื่อเงินสด หรือบริการบัตรเครดิต Citibank เท่านั้น เค้าจะแก้เกมส์อย่างไร กับการสู้กับ Fintech เหล่านี้กันนะ?

Citibank เปิดตัว Citi Fintech ในปี 2015 คือ 2 ปีที่ผ่านมา และมีการจ้างงาน ผู้คนจากธุรกิจ Fintech เข้าร่วมทีม เช่นจากบริษัท Amazon และ Paypal และอันแรกที่เค้าทำเลยก็คือ การอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ application ของ Citibank ในการ Login เข้าระบบ โดยไม่ต้องใช้ password และนี่คือ 2 เทคโนโลยีที่เค้าเอาเข้ามาสวม ที่จะทำให้ลูกค้าเข้าใช้งาน ระบบ Citibank ง่ายขึ้น

  1. Facial Recognition
  2. Voice Recognition

ด้วยสองระบบนี้ จะทำให้การใช้งานระบบของ Citibank ของผู้บริโภคง่ายขึ้น รวมถึงมีระบบรักษาความปลอดภัย ในการเก็บข้อมูลเสียงและหน้าตาของลูกค้าในระดับต้นๆ ของโลกด้วย

ผู้บริหาร Citibank กล่าวว่า ธนาคารทุกธนาคารกำลังเจอคู่แข่งที่คล้ายๆกันกับ ที่ Taxi เจอ UBER มาช่วงชิงตลาดนั่นแหละ และอีกไม่นาน ธนาคารจะลดสาขาลง ตู้ ATM จะน้อยลงการใช้เงินจะเป็นแบบ E-wallet ทั้งหมด และ ทาง Citibank เค้าคาดการณ์ว่า สาขาของธนาคารมากกว่า 50% ของแต่ละธนาคารจะปิดตัวลงภายในปี 2025 ซึ่งก็อีกประมาณ 8 ปี จากปี 2017 คือปีนี้ (ซึ่งหากคิดูให้ดู ของไทยเรายังมี Promptpay ในการรับภาษีคืนเลยด้วยซ้ำ)