โอน / รับเงิน 3,000 ครั้งต่อปี ธนาคารต้องยื่นชื่อให้สรรพากร

โอน / รับเงิน 3,000 ครั้งต่อปี ธนาคารต้องยื่นชื่อให้สรรพากร

E-payment กฎหมายการโอนเงินแบบใหม่ที่ต้องรู้ เริ่มบังคับใช้ในปีภาษี 2562

ไม่ต้องลุ้นกันแล้ว กับกฎหมายการเงินที่จะบังคับใช้กับธนาคารและสถาบันการเงิน ที่ทราบยอดโอน รับ – จ่าย ของเรา เกิน 3,000 ครั้ง ต่อปี ต่อธนาคาร จะต้องส่งชื่อให้กับสรรพากร และมีโอกาสถูกเรียกเก็บภาษีหากยื่นภาษีไม่ตรงกับภาษีเงินได้ที่ตัวเองต้องยื่น ไม่ใช่แค่กับพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ แต่กับทุกอาชีพ เพื่อรองรับแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ

ปี 2562 หรือ ปี 2563 ต้องจ่ายภาษีนี้กันแน่?

เนื่องจากบางคนมีรายได้จากการขายสินค้า เป็นตัวแทน หรือ ธุรกิจสีเทา ๆ (เช่น ปล่อยกู้นอกระบบ, เล่นแชร์ลูกโซ่ หรือ ขายหวยใต้ดิน) แล้วมีรายได้เกินกว่า 300,000 ต่อปี ที่ต้องเสียภาษีขั้นต่ำ 5-10% แต่ก็ไม่เคยได้ยื่นเสียภาษีเลย ทำให้รัฐเสียโอกาสไม่ได้รับเงินส่วนที่ควรจะเป็นภาษีส่งเข้ารัฐ ซึ่งตรงนี้เป็นหน้าที่ของคนไทยที่ตราไว้ในกฎหมายมาหลายร้อยปีแล้วว่าประชาชนที่มีรายได้มีหน้าที่เสียภาษีเข้ารัฐ

ในครั้งนี้รัฐบาลจึงยื่นแก้กฎหมาย เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล มาตรา ๒๖, ๓๒ และ ๓๖ และได้ประกาศใช้เรียบร้อยแล้วในวันที่ 17 มีนาคม 2562 นี้ จึงเท่ากับว่า ตลอดระยะเวลาที่มีการโอนเงินในปี พ.ศ. 2562 ผู้ที่มียอดรับโอน 3,000 ครั้งขึ้นไป ต่อธนาคาร จะได้รับการส่งชื่อเข้าระบบสรรพากร ดังนั้นจึงมีชื่อหลังวันที่ 31 มีนาคม 2563 ในระบบแน่ ๆ  รวมถึงผู้ที่มียอดโอนรับเพียง 400 ครั้ง แต่เงินเกิน 2 ล้านบาทด้วย

 

บางแห่งบอกว่าโอนหรือรับ 200/400 ครั้ง?

ปัจจุบันนี้มีผู้ทำ Info-graphic เกี่ยวกับกฎหมายนี้ออกมามากมาย ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าต้องโอน/รับ กี่ครั้งกันแน่ ถ้าอิงตามพระราชกิจจานุเบกษาที่ประกาศออกมา อธิบายชัด ๆ ได้ดังนี้

  • ฝากหรือรับเงิน 400 ครั้งขึ้นไป รวมยอดแล้วเกิน 2,000,000 บาท ขึ้นไป
  • ฝากหรือรับ เงิน 3,000 ครั้งขึ้นไป โดยไม่สนใจยอดรวมว่าเท่าไหร่

เท่ากับว่าถ้ามีการโอน/รับ 201 ครั้ง แต่เกิน 2,000,000 บาท ก็ไม่ถูกยื่นชื่อนะคะ แต่หาก 401 ครั้ง แล้วเกิน 2,000,000 บาท มีชื่อขึ้นในบัญชีแน่นอน แต่ต้องเป็นภายในธนาคารเดียวกันเท่านั้น

 

โอนเงินผ่านอะไรบ้าง?

ไม่ใช่แค่รับโอนผ่านบัญชีธนาคาร หากมีลูกค้าใช้ Internet Banking / ใช้จ่ายพวก Wallet ต่าง ๆ หรือขายของแบบเก็บเงินปลายทาง COD คุณก็มีสิทธิ์ได้รับการยื่นชื่อเหมือนกัน อาทิ

  • ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน Internet Banking
  • ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน Mobile Banking เช่น SCB Easy App, K Plus
  • ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน QR Code
  • ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน PromptPay ผ่าน เบอร์โทรศัพท์ หรือ เลขประจำตัวประชาชน
  • ลูกค้าจ่ายเงินผ่าน ระบบเก็บเงินปลายทาง Kerry เพราะเงินจะเข้าเราทางบัญชีธนาคารกรุงเทพ

คนที่ขายแบบไม่มีหน้าร้าน ลูกค้าโอนผ่านบัญชี สรรพากรไม่ต้องเช็ค Inbox หรือ ไลน์ ก็สามารถรู้ได้แล้วว่ามีเงินโอนไปทางไหนบ้าง คือเมื่อก่อนจะกังวลกันว่าหากสมัครพร้อมเพย์แล้วทางสรรพากรอาจจะเช็คที่มาที่ไปของเงินขายของออนไลน์ เพื่อเรียกเราไปจ่ายภาษีได้ เดี๋ยวปี 2563 ไม่ต้องกังวลอีกต่อไป เพราะจะเรียกเก็บกันจริง ๆ แล้วล่ะ

  สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้..
  • ผู้ที่อยากหลีกเลี่ยงภาษีอาจจะจ้างคนอื่นไปเปิดบัญชีแทนได้
  • นักเรียนนักศึกษาที่เป็นแม่ค้าออนไลน์ มียอดโอนรับเกิน 3,000 ครั้ง อาจจะต้องยื่นแสดงรายได้

แต่ก็ยังมี Case ที่ถูกนำมายกเป็นข้อถกเถียงกัน อาทิ หน้าที่การงานบางสาขา จะต้องรับเงินบริษัทโอนมาสำรองจ่ายก่อน แล้วก็จ่ายแยกให้กับบุคคลอื่นหน้างาน เช่น พวกงานภาคสนาม

ดังนั้น ตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป อย่าซี้ซั้วให้ใครยืมบัญชีของเราโอนเงินเข้าออกบ่อย ๆ หากไม่ได้มีธุระอะไร ก็ปล่อยให้เจ้าตัวใช้บัญชีของตัวเองเดินธุรกรรมเอง ไม่ใช่ว่ากลัวจะถูกสรรพากรเรียกตรวจบัญชีเรา แต่ป้องกันคนบางกลุ่มที่ต้องการฟอกเงิน หลีกเลี่ยงการแสดงบัญชี เพราะฉะนั้นแล้วบัญชีของใครของมันนะจ้ะ

อ่านเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับการเสียภาษีได้ที่นี่

อ่านข่าวสารการเงินอื่น ๆ ที่นี่