Home Finance News เจ้าของอิตาเลี่ยนไทย คือใคร? ทำไมถึงติดอันดับอภิมหาเศรษฐีเมืองไทย

เจ้าของอิตาเลี่ยนไทย คือใคร? ทำไมถึงติดอันดับอภิมหาเศรษฐีเมืองไทย

เจ้าของอิตาเลี่ยนไทย คือใคร? ทำไมถึงติดอันดับอภิมหาเศรษฐีเมืองไทย

เปิดตำนาน “อิตาเลี่ยนไทย” บริษัทยาวนานกว่า  60 ปี

ในฐานะพนักงานบริษัท และ คนเดินถนนธรรมดา คงจินตนาการไม่ออกแน่ว่า  ทำอย่างไรจึงจะเป็น “อภิมหาเศรษฐี” กับเขาได้?? และการเป็นเศรษฐีร่ำรวยนั้น จะต้องมีเงินทุนเท่าไหร่? ต้องดำเนินกิจการอย่างไร? วันนี้ บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ขึ้น Trend ติดเป็นอันดับ 1 ในการค้นหา Google ของวันนี้ โดยเฉพาะ วลีที่ว่า “เจ้าของอิตาเลี่ยนไทย เป็นใคร?” วันนี้เราจึงพาคุณมาย้อนดูบริษัทในตำนาน ที่หลายคนอยากร่วมงานกัน

อิตาเลี่ยนไทย มีชื่อเต็มว่า “บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)” ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทดำเนินธุรกิจก่อสร้างอันดับต้น ๆ ของไทย  ในกลุ่มนี้เรามักได้ยินชื่อ อิตาเลี่ยนไทย, ช.การช่าง ฯลฯ เสมอ  และสัญลักษณ์ผืนผ้าใบ โลโก้สีเหลือง เป็นที่คุ้นตา (โดยเฉพาะคนกรุงเทพ) ที่เห็นการก่อสร้าง รถก่อสร้างที่ไหน ก็ต้องรู้จักบริษัทนี้

บรรดาถนนสายหลัก ๆ และ การก่อสร้าง โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ต้องผ่านตาคุณมาแล้วอย่างแน่นอน  อาทิ ถนนทางหลวงไปยังจังหวัดต่าง ๆ  โดยเฉพาะ ท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ อันเป็นผลงานที่ อิตาเลี่ยนไทยบันทึกไว้เป็นตำนานใน Portfolio

ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ซึ่งข้อมูลบอกเล่าเกี่ยวกับตำนาน บ. อิตาเลี่ยนไทย นี้ เราเรียบเรียงมาจากบทสัมภาษณ์ น.พ. ชัยยุทธ  กรรณสูต  ผู้ก่อตั้ง บริษัท อิตาเลี่ยน ไทย  ซึ่งเขามีหุ้นส่วนอีก 1 ท่าน เป็นชาวอิตาลี ชื่อคุณจีออร์จีโอ   (Mr. Giorgio Berlingieri) (ให้สัมภาษณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2529 ขณะที่ท่านอายุ 65 ปี)

บ. อิตาเลี่ยนไทย นี้ เริ่มจดทะเบียน ก่อตั้งแต่ปี พ.ศ. 2501 ซึ่งนับถึงปัจจุบันก็มีอายุ 60 ปี  แต่คู่เพื่อนซี้ทั้ง 2 ท่านนี้ ทำธุรกิจมาด้วยกันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2489  แล้ว  และน้อยคนที่จะทราบว่า สินค้าตัวแรก ๆ คือ “เตาแก๊ส” รูปทรงคล้าย ๆ  กับถังแก๊ส ปตท. แบบปัจจุบันนี้  และ อิตาเลี่ยนไทย ก็ไม่ได้ทำแค่ธุรกิจก่อสร้าง ยังคงดำเนินกิจการถือหุ้น อสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นอีก ในลำดับต่อมา

ภาพถังแก๊ส / ภาพประกอบจาก ปตท.

พ.ศ. 2509

หลังจากที่ก่อตั้ง บริษัท อิตาเลี่ยนไทย เรียบร้อยแล้ว ก็รับงานก่อสร้าง จากทั้งที่เป็นเครือข่าย Connection มาจากจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ และจากการนำสินค้าอื่น ๆ เข้ามาขายแล้ว ยังเคยได้รับเหมาสร้างโรงแรมที่พัทยา ในปี พ.ศ. 2509 แต่ครั้งนั้น ผู้ว่าจ้าง ไม่มีเงินจ่ายค่าก่อสร้าง อิตาเลี่ยนไทย จึงต้อง Take Over เป็นเจ้าของกิจการโรงแรมแห่งแรกที่พัฒนาโดยปริยาย

และอิตาเลี่ยนไทย ได้เข้าไปถือหุ้น เป็นผู้ถือหุ้นหลักของหนังสือพิมพ์ บางกอกโพสต์ จนถึงปัจจุบันนี้

พ.ศ. 2511

แต่หลังจากที่มีประสบการณ์ดูแลโรงแรมมา 1 แห่งแล้ว ต่อมา อิตาเลี่ยนไทย ก็ได้เข้าไปถือหุ้น โรงแรม โอเรียลเต็ล ต่อจากบริษัท หลุยส์ โนเวนส์ ในปี พ.ศ. 2511

พ.ศ. 2516

อิตาเลี่ยนไทย ได้สร้างโรงงานหล่อชิ้นส่วนโลหะ ที่ อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อใช้เป็นอะไหล่ ก่อสร้างรถแทร็กเตอร์ และ รถที่ใช้งานเกี่ยวกับการก่อสร้าง  ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกที่ อิตาเลี่ยนไทย จะปักหลัก มั่นคงกับธุรกิจก่อสร้าง

ภาพ โรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล จากเว็บไซต์ agoda

ภายหลังจากนั้น  ครอบครัวของมิสเตอร์ จีออร์จีโอ ได้กลับไปอยู่ที่ต่างประเทศ ลูกสาวของเขาได้แต่งงานกับชาวฝรั่งเศส ส่วนภรรยาของเขาคาดว่ากลับไปอยู่บ้านเกิด  ซึ่งสุดท้าย บั้นปลายของชีวิต วันหนึ่งที่ มิสเตอร์ จีออร์จีโอ มาทำงานที่บริษัท ก็เสียชีวิตด้วยภาวะโรคหัวใจเฉียบพลัน ในขณะที่ยังไม่มีพนักงานเข้ามาทำงานในตอนเช้า  ภายหลังลูกชายคนโต (คุณเอกชัย กรรณสูต) ของ น.พ. ชัยยุทธ เสียชีวิตได้ 2 ปี

ลูกชายของนายแพทย์ชัยยุทธ ชื่อ คุณเอกชัย กรรณสูต เป็นผู้ที่ฝ่ายพ่อตั้งใจให้มารับช่วงต่อ บริษัท อิตาเลี่ยนไทย  แต่กลับโชคร้าย เสียชีวิตในวัย 32 ปี ด้วยอุบัติเหตุ รถยนต์ชนถูกรถสิบล้อทัย แถวปทุมธานี  โดยเป็นการจากไปแบบไม่มีวันกลับ ทำให้ น.พ. ชัยยุทธ เสียใจกับ 2 เหตุการณ์ อันสูญเสียดังกล่าวมาก

เมื่อ มิสเตอร์ จีออร์จีโอ เสียชีวิตแล้ว น.พ. ชัยยุทธ ก็ซื้อหุ้นคืนจากภรรยาของ จีออร์จีโอทั้งหมด และหลังจากนั้นเขาก็ชักชวนให้ ลูกเขย ชื่อ วิพรรธ์ เริงพิทยา (สามีของคุณ พิไลจิตร กรรณสูต) ผู้บริหารด้านการก่อสร้างจากบริษัท ไอทีที จำกัด  แต่หลังจากนั้น คุณวิพรรธ์ ก็ลาออกจากตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ และลูกเขยคนที่ 2 คือ คุณ อดิศร จรณะจิตต์ (สามีคุณ นิตพร กรรณสูต) ก็ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการต่อ

พ.ศ. 2526

ในปี พ.ศ. 2526  นพ. ชัยยุทธ ก็ให้ลูกชายคนสุดท้อง วัย 20 ปี คือคุณ เปรมชัย กรรณสูต เข้ามารับตำแหน่ง และฝึกงานให้สืบทอดตำแหน่งของเขา  และปีต่อมา ทางบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ก็ได้รับผลกระทบจากการที่ต่างชาติเข้ามาดำเนินการด้านการลงทุนก่อสร้าง และ การขาดทุนจากค่าเงินบาทครั้งแรก ในช่วงปี 2527 – 2528

พ.ศ. 2529

บริษัทอิตาเลี่ยนไทย ได้รับตราครุฑ ซึ่งเป็นพระมหากรุณาจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงรับไว้ภายใต้พระบรมราชูปถัมภ์ ให้เป็นศักดิ์ เป็นศรี แก่บริษัท และ อิตาเลี่ยนไทย ก็เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในเวลาเดียวกัน

จากนั้นมา อิตาเลี่ยนไทย ก็เลือกที่จะพัฒนาบริษัทไปใน 3 ทิศทาง คือ

  1. จดทะเบียนบริษัทเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ หาผู้ร่วมทุน
  2. เซ็นสัญญาร่วมทุนกับบริษัทต่างประเทศ ฝั่งยุโรป จาก Connection ที่มีอยู่
  3. ร่วมทุนกับประเทศญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นกำลังเข้ามาทำธุรกิจก่อสร้างในไทย

ท้ายบทสัมภาษณ์เมื่อปี 2529 น.พ. ชัยยุทธ กล่าวว่า การทำงานทุกวัน ตั้งแต่ 8.00 – 20.00 น. ทุกวินาทีผ่านไปอย่างมีความสุข  ไม่ได้ถือว่าเป็นการทำงานหนัก ไม่ได้ถือว่าเป็นกรรม เพราะธุรกิจนี้เป็นสิ่งที่เขารักจริง ๆ

ปัจจุบัน ประธานบริหาร คือ นายเปรมชัย กรรณสูต ถือหุ้น 19.56% และ นางนิจพร จรณะจิตต์ เป็นผู้ถือหุ้นอันดับ 2 จำนวน 11.08%  

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ จาก www.set.or.th

รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ อิตาเลี่ยนไทย จากเว็บไซต์ www.set.or.th

เห็นได้ชัดว่า  กว่าจะมาเป็นอภิมหาเศรษฐี ที่มีทุนหุ้นจดทะเบียน คิดเป็นมูลค่าเงินจำนวนมากขนาดนี้ จะต้องผ่านการดำเนินธุรกิจ ลองผิด ลองถูกมาหลายอย่าง และต้องมีการดูแลบริษัทอย่างมั่นคง  และสร้าง Connection กับเพื่อนฝูง พวกพ้องที่ทำธุรกิจเดียวกัน จึงจะเติบโตเต็ว และ ก้าวหน้าทันสมัย สมกับที่ น.พ. ชัยยุทธ กรรณสูต ได้เริ่มต้นไว้ให้ลูกหลานร่วมกันบริหารในทุกวันนี้ 

ที่มา : บทสัมภาษณ์นายแพทย์ ชัยยุทธ กรรณสูต หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ ฉบับมิถุนายน 2529 (ผู้เขียน วิรัตน์ แสงทองคำ)

Exit mobile version