บัตรเครดิตสมัครยากขึ้นแน่นอน KTC คุมเข้ม คนละไม่เกิน 2 ใบ

ads

แก้ปัญหาหนี้บุคคล โครงการหนี้แบบรวมศูนย์

เรียกได้ว่าบริษัทบัตรเครดิต และผู้ที่อยากทำบัตรเครดิตสมัยนี้ ไม่ได้ง่ายเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะเราจะเห็นได้ว่า หลายๆคนสมัครบัตรเครดิตไม่ผ่านกันค่อนข้างเยอะ เพราะ ธนาคารแห่งประเทศไทย เริ่มออกมาตรการคุมเข้มจำกัดการใช้จ่ายเพื่อลดภาระหนี้ในครัวเรือนมากยิ่งขึ้น และเพื่อช่วยเหลือผู้ถือผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่ไม่มีหลักประกันเช่น บัตรเครดิตทั่วไป และสินเชื่อส่วนบุคคล จากหลากหลายสถาบันการเงิน ป้องกันหนี้เสีย ซึ่งทางบัตรเครดิต KTC จะเป็นผู้นำร่องให้ถือได้ไม่เกินคนละ 2 ใบ และในการณ์นี้ทาง ธปท. จะเข้ามามีบทบาทในการตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท หรือ บสส (SAM) มาช่วยปรับโครงสร้างหนี้ พร้อมติดตามการชำระหนี้ รับชำระหนี้ และการทำรายงาน

โดยเบื้องต้นจะทำการแก้ไขบุคคลที่ติดหนี้ มากถึง 200,000 คน เข้าโครงการเพื่อนำร่องก่อน และใน 200,000 คนจะต้องมีคุณสมบัติดังนี้

  1. เป็นบุคคลธรรมดา
  2. มีรายได้ประจำ
  3. มีเจ้าหนี้แบงก์มากกว่า 1 แห่ง
  4. ยอดหนี้รวมไม่เกิน 2 ล้านบาท
  5. เป็นหนี้แบบ NPL
  6. หนี้ยังไม่ถูกดำเนินคดีทางกฎหมาย

ซึ่งจะมีการลงนามร่วมกับธนาคารพาณิชย์ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2560 นี้ และเริ่มต้นโครงการ ในวันที่ 1 มิถุนายน 2560

คำถามคือผู้เข้าร่วมใน 200,00 คนจะได้อะไร?

ตัดลดดอกเบี้ยออกไป เช่นมีดอกเบี้ยค้างชำระ 50,000 บาท แบงก์ตกลงลดให้เหลือ 25,000 บาท แต่ต้องมีการชำระหนี้ไปแล้วบางส่วน 1-3 ปี

  • ดอกเบี้ยอัตราพิเศษที่ 4% สำหรับผู้มีรายได้ไม่เกิน 3 หมื่นบาท
  • ดอกเบี้ย 5% สำหรับผู้มีรายได้ 3-5 หมื่นบาท
  • ดอกเบี้ย 6% สำหรับรายได้ 50,000 – 100,000 บาท
  • ดอกเบี้ย 7% สำหรับรายได้เกิน 1 แสนบาท

ผ่อนสินค้า 0% ก็จะยากขึ้นเช่นเดียวกัน

บัตร KTC Proud หนึ่งในผลิตภัณฑ์ทางการเงินของ KTC

สำหรับการนำร่องของบัตรเครดิต KTC และ สินเชื่อ KTC Proud ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผลิตภัณฑ์หลักของทางธนาคาร ทางบริษัทเค้าจะจำกัดให้ถือบัตรได้ไม่เกินคนละ 2 ใบ ซึ่งในการนำร่องอาจจะกำหนดตามฐานเงินเดือน เช่นเงินเดือน 30,000 บาท จะสามารถมีบัตรได้กี่ใบ และการผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต จะสามารถใช้ได้กับสินค้าในหมวดจำเป็นเท่านั้น (หมวดจำเป็นอาจหมายถึงจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ซึ่งในข่าวบอกตัวอย่างสิ่งที่ไม่จำเป็นเช่น ไปซื้อ หมา หรือ แมวมาเลี้ยง แบบผ่อน 0%) และสำหรับผู้ที่ต้องการบัตรเครดิตใบที่ 3 จริงๆ อาจต้องมีการชำระค่าธรรมเนียมแพงขึ้นตั้งแต่ 500 ถึง 5,000 บาท ต่อปี ทั้งนี้การควบคุมดังกล่าวไม่ได้กล่าวรวมถึง สินเชื่อบ้าน หรือสินเชื่อเคหะ ฯลฯ

สาเหตุทั้งหมดนี้มาจากอัตราหนี้เสียที่โตขึ้นถึง 13%

แน่นอนว่าการสมัครบัตรเครดิตประเภท Rewards Card เป็นตัวชูโรงทำให้การสมัครบัตรเครดิตโตขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่นั่นก็ทำให้การจับจ่ายเยอะขึ้นและคนเป็นหนี้มากขึ้นด้วย โดยข้อมูลจาก เครดิตบูโร แสดงให้เห็นถึง หนี้สินที่ติดอยู่ในบัตรเครดิต และสินเชื่อบุคคล ตั้งแต่สิ้นปี 2559 โดยมีลูกหนี้ติดอยู่ในฐานข้อมูลถึง 19.07 ล้านบัญชี เป็น NPL (หนี้เสีย) 888,214 คิดเป็นประมาณ 4.6% รวมมูลค่า 53,593 ล้านบาท ซึ่งประเด็น คือจำนวนหนี้โตกว่าเดิมถึง 10.8% จากปีก่อนหน้า และอาจเกิดปัญหากับสภาพเศรษฐกิจทั้งหมดโดยรวมได้นั่นเอง

ติดตามข่าวดีๆเกี่ยวกับการเงิน บัตรเครดิต และสินเชื่อ จาก Promotions.co.th/finance/news