ads

นี่อาจเป็นข่าวใหญ่ ที่พีคสุดสำหรับธุรกิจการเงินการปล่อยกู้ การทำบัตรเครดิตเลยก็ว่าได้ เพราะหลังจาก ธปท ออกร่างมาตรการคุมเข้มบัตรเครดิต และ การอนุมัติสินเชื่อ สำหรับคนเงินเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท ให้จำกัดการถือจำนวนบัตรเครดิต และการได้รับสินเชื่อแค่ 1.5 เท่า วันนี้ คนเงินเดือนไม่ถึง 50,000 บาท จะได้อนุมัติวงเงินได้แค่ไม่เกิน 3 เท่า เท่านั้น

เกณฑ์ใหม่นี้เริ่ม 1 สิงหาคม 2560

ข่าวร้ายสำหรับคนต้องกู้ เดือนสิงหาคม

จากที่เราเคยได้มีแนะนำให้รีบขอสินเชื่อภายในเดือน กรกฎาคม 2560 นี้ เริ่มที่จะมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะวันนี้ ธปท ออกมาตรการใหม่ ที่จะเริ่ม 1 สิงหาคม 2560 นี้ ข่าวจาก ประชาชาติธุรกิจ ได้บอกว่า จากเริ่มแรก ธปท กำหนดให้คนที่มีรายได้ 30,000 ขึ้นไป เมื่อขอสินเชื่อ จะได้วงเงิน 5 เท่า วันนี้ อาจปรับลดลงเหลือแค่ 3 เท่า เท่านั้น นั่นหมายความว่า หากผู้ขอสินเชื่อมี เงินเดือน 30,000 บาท พอดี ก่อนหน้านี้จะได้วงเงิน 150,000 บาท แต่ในเดือนสิงหาคม จะได้วงเงินเหลือแค่ 90,000 บาทเท่านั้น ทั้งนี้เนื่องจาก ผลของการสำรวจหนี้สินภาคครัวเรือน จาก ธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า หนี้สินของครัวเรือน ในประเทศไทยพุ่งสูงขึ้นเป็น 79.9% ของ GDP ซึ่งอาจเป็นปัญหาหลัก เพราะก่อนหน้านี้ หนี้สินของครัวเรือนต่อ GDP อยู่ที่ 78.6% และสูงขึ้น 1.3% จากเมื่อเดือนก่อน ซึ่งหากวิเคราะห์กันให้ชัดเจน หนี้สินจากภาคครัวเรือนสูงแบบกระโดดอย่างมาก ซึ่งก็อาจจะมาจากปัจจัยอื่นๆ เช่นการใช้จ่ายของครัวเรือน หนี้สะสมตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปี ฯลฯ และเป็นอัตราที่สูงกว่าปกติค่อนข้างเร็ว และนี่คือตารางสรุปมาตรการใหม่

เกณฑ์ใหม่นี้ จะใช้เฉพาะผู้ที่เป็นลูกค้าใหม่เท่านั้น ลูกค้าเก่ายังคงไม่ได้รับผลกระทบ

ฐานเงินเดือน วงเงินสินเชื่อ (หากอนุมัติ) จำกัดการถือบัตรเครดิต
ต่ำกว่า 30,000 บาท ไม่เกิน 1.5 เท่า  3 ใบ
30,000 – 49,999 บาท ไม่เกิน 3 เท่า ไม่จำกัด
50,000 บาท ขึ้นไป 5 เท่า ไม่จำกัด

 

ในข่าวร้ายยังมีข่าวดี ลดดอกเบี้ยบัตรเครดิต

จากการจำกัดวงเงินสินเชื่อ และการจำกัดการถือบัตรเครดิตของ ธปท นั้น อาจส่งผลต่อประชาชนที่ต้องการใช้เงินเป็นอย่างมาก เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะใช้เงินในทางที่ไม่จำเป็น และสำหรับผู้ที่ต้องการเงินฉุกเฉิน อาจประสบกับปัญหาได้ อย่างไรก็ดี ผู้ที่มีบัตรเครดิต ไม่ว่าเงินเดือนเท่าไหร่ก็ตาม ดอกเบี้ยบัตรเครดิต จะลดลงจาก 20% เหลือแค่ 18% ต่อปี ซึ่งคาดว่า หลายคนอาจเมินสินเชื่อส่วนบุคคล และหันมาใช้วงเงินบัตรเครดิตแทน เพราะ อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคล และ บัตรกดเงินสดยังคงอยู่ที่ระดับเดิมที่ 28% แตกต่างกันมากถึง 10% เลยทีเดียว 

ธนาคารออมสิน ไม่โดนควบคุม ในหลักเกณฑ์นี้!!

ธนาคารออมสิน อาจไม่โดนเกณฑ์นี้ ลูกค้าแห่วิ่งเข้า ธนาคารออมสินแน่นอน 

ทุกคนคงรู้จัก บัตรกดเงินสด Prima หรือ สินเชื่อออมสินในรูปแบบต่างๆ เช่น

จากมาตรการใหม่ของ ธปท คาดว่า หลายธนาคารพาณิชย์ในไทย และ ธนาคารต่างประเทศเช่นประเทศญี่ปุ่น จะต้องได้รับผลกระทบอย่างหนักแน่นอน เช่นกลุ่มธนาคารกรุงศรี, AEON, อีซี่บาย อย่างไรก็ดี จากข่าว ได้ใจความว่า ธนาคารออมสิน แม้ว่าจะมีการปล่อยสินเชื่อบุคคล แต่จะไม่ได้ถูกควบคุมด้วยมาตรการนี้แต่อย่างใด ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เกิดความไม่เป็นธรรมในระบบการเงิน โดยเฉพาะการปล่อยสินเชื่อ และการอนุมัติบัตรเครดิต

กลุ่มสินเชื่อที่ไม่ได้รับผลกระทบ ประชาชนยังไปกู้ได้ แต่ดอกแพงกว่า

โดยปกติแล้ว สินเชื่อส่วนบุคคลจะมีสองประเภทหลักๆคือ สินเชื่อบุคคลแบบ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน นั่นคือ รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ บ้าน หรือแม้แต่การใช้ สำเนาทะเบียนรถในการจำนำ เพื่อกู้ยืม และเหล่านี้ มีอัตราดอกเบี้ยที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Nano Finance ต่างๆ ซึ่งหากทาง ธปท ควบคุมแต่สินเชื่อบุคคล ข้างต้น เช่นสินเชื่อ บัตรเครดิต วงเงินสินเชื่อจากธนาคาร แต่ไม่ได้คุม สินเชื่อต่างๆตามด้านล่างนี้ ประชาชนก็จะแห่ไป ขอกู้ ตาม List ด้านล่างนี้เพิ่มขึ้น ทำให้มีหนี้เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยเหมือนเดิม!

นี่คือสินเชื่อบุคคลที่ไม่ได้รับผลกระทบ

สินเชื่อที่ได้รับผลกระทบทันที เริ่ม 1 สิงหาคม 2560