ads

Refinancing 101

เห็นเพื่อนๆที่ทำงาน หรือ คนใกล้ตัวไปทำเรื่องรีไฟแนนซ์รถยนต์กันเยอะแยะ แต่เอาเข้าจริงแล้ว เค้าเหล่านั้นมีความเข้าใจเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ (หรือแม้แต่มอเตอร์ไซค์) ดีขนาดไหน? ซึ่งหากเค้าเข้าใจอย่างนี้ว่า การรีไฟแนนซ์อะไรก็ตาม มันคือการหาสินเชื่อตัวใหม่ เพื่อมาแทนที่ตัวเก่า ด้วย อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า หรือ ด้วยการจ่ายคืนที่เบากว่า หรือยาวกว่า นั่นแปลว่าเค้าเข้าใจได้ถูกต้อง

ทำไมหลายๆคนบอกว่าการรีไฟแนนซ์รถยนต์คือตัวเลือกที่ดีหล่ะ?

นั่นเป็นเพราะว่า การรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ มันคืออีกโอกาสหนึ่งที่จะทำให้ได้เงินก้อน หรือ ทำให้ดอกเบี้ยต่ำกว่าที่เป็นอยู่ รวมถึงระยะเวลาในการจ่ายค่างวด ทีนี้มันอยู่ที่ จุดประสงค์ของการรีไฟแนนซ์แล้ว เพราะผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวนี้ สามารถเป็นได้ทั้งแหล่งเงินทุนหมุนเวียน หรือ การประหยัดค่าดอกเบี้ย หรือ การยืดระยะเวลาการผ่อนค่างวดออกไป เพื่อให้หายใจหายคอคล่องขึ้น ในระยะสั้นๆ เท่านั้น

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการทำรีไฟแนนซ์

สำหรับคนที่มีประวัติค้างชำระหนี้ มาอย่างอย่างยาวนาน อันนี้ต้องขอแสดงความเสียใจด้วย เพราะ หลายสถาบันการเงินอาจไม่รับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ หากมีประวัติที่ไม่ดี แต่อย่างไรก็ตาม อาจเป็นในเฉพาะเมืองไทยเท่านั้นที่ มีบางสถาบันการเงินรับลูกค้าที่มีประวัติค้างชำระ แต่นั่นไม่ใช่เพราะว่าเค้าผ่อนปรน แต่เป็นเพราะว่าเค้าไม่เช็คเครดิตเท่านั้นเอง ซึ่งจังหวะ หรือ เวลาที่เหมาะสมที่สุด ก็ไม่ใช่เวลาที่ยังมีติดประวัติค้างชำระ (หรือที่เรียกว่า Blacklist) เพราะถึงแม้จะรีไฟแนนซ์ผ่าน แต่ดอกเบี้ยที่ได้รับก็อาจเป็นอะไรที่มหาโหด และอาจไม่คุ้มในการ รีไฟแนนซ์ ก็ได้ ดังนั้น การรีไฟแนนซ์รถ ในเวลาที่เหมาะสม ไม่ใช่อิงเวลาตามปฎิทิน หรือ ตามฤดูกาล แต่ควรตามสองสิ่งดังต่อไปนี้

  1. เมื่อ ไม่ติดประวัติค้างชำระหนี้พยายามเช็คเครดิตของตัวเอง ก่อนกระทำการยื่นเรื่องรีไฟแนนซ์รถยนต์ และเมื่อรู้ตัวว่า ประวัติดีแล้ว ก็สามารถนำรถไปรีไฟแนนซ์ได้ ซึ่งจะมีข้อดีคือ ได้วงเงินที่สูงกว่า และได้อัตราดอกเบี้ยที่ดีกว่า ซึ่งทั้งหมดนี้ ทำให้ผ่านง่ายกว่าด้วย
  2. เมื่อรู้ว่าผ่อนต่อเดือนไม่ไหว – ในบางครั้ง จะต้องซื้อรถยนต์ ใจก็บอกว่าผ่อนไหว แต่ พอเมื่อถึงเวลาจริงๆแล้ว ไม่สามารถผ่อนได้ เพราะค่างวดรถสูงเกินไป หรือ แม้แต่กระทั่ง ในตอนแรกทุกอย่างพร้อมหมดในการผ่อนรถ แต่ นานๆไป มีปัญหาเรื่องการเงิน และต้องตัดผ่อนรายเดือนในจำนวนเงินที่น้อยลง ทั้งสองสิ่งนี้ ก็จะเป็นจังหวะที่ดีที่ควรจะรีไฟแนนซ์รถยนต์เพื่อ การยืดระยะเวลาการผ่อนออกไป ซึ่งอาจเป็นหลักปี แต่อย่างไรก็ดี ควรคำนวณ EMI หรือ การผ่อนจ่ายรายเดือน พร้อมกันกับ จำนวนเงินทั้งหมดที่ต้องจ่าย วันสุดท้ายเมื่อสิ้นสุดการผ่อน ว่าคุ้มหรือไม่?
  3. เมื่อต้องการเงินสดหมุนเวียนทั้งนี้ควรเปรียบเทียบดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ รถยนต์ กับ สินเชื่อประเภทอื่นๆ ซะก่อน ว่าคุ้มหรือไม่? เพราะการรีไฟแนนซ์ รถยนต์มันคือการเอาทรัพย์สินมาค้ำประกันเพื่อนำเงินออกมาใช้จ่ายแบบอเนกประสงค์ และมักได้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า สินเชื่อประเภทอื่นๆมาก

ไม่ควรรีไฟแนนซ์ รถยนต์ ตอนไหนหล่ะ?

คำตอบง่ายๆ นั่นก็คือตรงข้ามกับด้านบนทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น หากมีเงินเหลือพอในแต่ละเดือน การรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น ไม่มีประโยชน์ เมื่อเปรียบเทียบกับการเอาเงินไปใส่ไว้ในบัญชีค่างวด และตัดออกไปเยอะๆ จะทำให้ประหยัดดอกเบี้ยได้มากกว่า และหากปิดบัญชีได้เลย ก็มักจะได้ลดดอกเบี้ย 50% เลยทีเดียว และนี่คือข้อสรุปว่า หากคุณมี 1 ใน 3 ข้อนี้ ก็ไม่ควรรีไฟแนนซ์รถยนต์

  1. หนี้ไฟแนนซ์รถยนต์ มากกว่า มูลค่ารถยนต์ – อันนี้หากใครจะรีไฟแนนซ์ ก็คงเป็นอะไรที่ไม่ฉลาดนัก และมักจะรีไฟแนนซ์ไม่ผ่านซะด้วย หรือหากผ่าน ก็จะพบกับอัตราดอกเบี้ยที่สูง และการจ่ายคืนที่สั้น ทำให้ต้องจ่ายรายเดือนเยอะกว่าเดิม ซึ่งบางคน ผ่อนมาแล้วเพียงนิดเดียว เช่นผ่อนรถมาแล้ว 1 ปี แต่อยาก รีไฟแนนซ์ อันนี้ไม่ค่อยมีใครแนะนำให้ทำกัน
  2. รถยนต์เก่าเกินไป วิ่งมาเยอะ ไม่ใช่รถตลาด – เราจะเห็นสถาบันการเงินบางแห่ง ที่รับเฉพาะรถญี่ปุ่น หรือรถที่มีผู้ใช้เยอะ นั่นเป็นเพราะว่า มีจำนวนผู้ใช้มากกว่า และทางสถาบันฯ ก็จะสามารถนำไปขายได้ (หากยึด) ง่ายกว่า นั่นเอง และ หากเป็นรถยนต์เก่าเกินไป หรือ วิ่งมาเยอะ ทางสถาบันฯ เค้าก็มองว่า เป็นรถที่มีมูลค่าต่ำ ทำให้ไม่คุ้มกับการรีไฟแนนซ์นั่นเอง
  3. รีไฟแนนซ์รถยนต์ เพื่อนำเงินมาใช้ แบบไม่มีแบบแผน – หนึ่งในการรีไฟแนนซ์รถยนต์ เหตุผลของมันก็คือ เอารถเปลี่ยนเป็นเงินทุน เพื่อนำมาหมุนเวียนในกิจการ การขายของ การทำธุรกิจ เราจะเห็นได้ทั่วไป กับ สินเชื่อรถแลกเงิน, รถคือเงิน, เงินติดล้อ, และอื่นๆ อีกมากมาย ที่มีการโฆษณาบอกให้เจ้าของรถรู้ว่า ควรใช้เงินกับสิ่งที่สามารถทำให้เกิดประโยชน์ได้ เพราะการใช้เงินไม่มีแบบแผน หรือมาใช้จ่ายสิ้นเปลืองนั้น เพิ่มความเสี่ยงให้กับ ตัวเอง และ การติดหนี้สินเพิ่มขึ้นด้วย

สรุปแล้ว คุ้มค่าจริงๆหรือเปล่า? ไม่มีใครตอบได้

หากคุณอ่านบทความนี้ทั้งหมดแล้ว ก็จะสามารถตอบตัวเองได้เลย โดยที่ไม่ต้องถามใครๆ ว่า การรีไฟแนนซ์รถยนต์ สำหรับตัวคุณเองแล้วคุ้มค่าหรือไม่ที่จะทำ? โดยการดูจากจังหวะ เหตุผล และช่วงเวลา ของแต่ละบุคคล รวมถึงตัวของรถยนต์เองด้วย ซึ่งเราเองก็สามารถเปรียบเทียบดอกเบี้ย รีไฟแนนซ์ ได้ เองก่อน และตรวจสอบตัวเองก่อนได้ทุกครั้ง

บริษัทที่รับรีไฟแนนซ์รถยนต์ ในประเทศไทย ปัจจุบันปี 2019

Read More :