ads
สิ่งที่ทุกประเทศกลัวกันมากที่สุดคงไม่ใช่เพียงแค่ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว หรือ ภาวะเงินฝืดเงินเฟ้อเพียงอย่างเดียว แต่มีอีกเรื่องที่กังวลกันมากที่สุดโดยเฉพาะประเทศที่กำลังพัฒนา นั่นก็คือ อัตราหนี้เสีย (NPL) ภาษาอังกฤษเต็มๆใช้ชื่อว่า Non-Performing Loan หรือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ เพราะหนี้ประเภทนี้จะไม่สามารถขายต่อได้ และ อาจไม่ได้คืนกลับมา 100% และโดยมากหนี้เหล่านี้จะไปกองอยู่กับ บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด รวมถึง สินเชื่อส่วนบุคคลด้วย

และในปัจจุบัน ปลายปี 2562 นี้ NPL ของ บัตรเครดิต และบัตรกดฯ อยู่ที่ 1.2-1.3% เพิ่มขึ้นกว่าเดิมถึง 0.4% ทำให้หลายฝ่ายแสดงความกังวลในเรื่องของหนี้เสียที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลโดยตรงกับการสมัครบัตรประเภทบัตรสินเชื่อ นั่นก็คือ บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต และอาจรวมถึง สินเชื่อที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอีกด้วย

3 ธนาคารเริ่มต้น ตั้งกำแพงอนุมัติบัตรฯ ยากกว่าเดิมแน่นอนปี 2563

จริงๆ คงไม่ต้องรอถึงปี 2563 ถึงจะรู้ว่าการสมัครบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และ สินเชื่อผ่านยากง่ายขนาดไหน เพราะ เพียงแค่กลางปี 2562 ที่ผ่านมา มีหลายคนเริ่มบ่นกันบ้างแล้ว กับการสมัครผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ และโดนปฎิเสธ หรือสมัครไม่ผ่านกันแทบจะทั้งนั้น 

 

 

ข้อมูลจากกลุ่มสมัครสินเชื่อส่วนบุคคล บัตรกดเงินสด บัตรเครดิต จาก Facebook Group – หากใครได้อยู่ในกลุ่มนี้จะรู้เลยว่า การสมัครบัตรเครดิต ไม่ว่าจะเป็นธนาคารไหนๆ ก็ยากกว่าเดิมมาก และไม่ใช่เฉพาะสำหรับคนที่ค้าขายไม่มีเงินเดือนประจำเท่านั้น แต่กลุ่มคนที่มีเงินเดือนก็ลำบากกว่าเดิมมากด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้ มี 3 ธนาคารที่ทำการให้สัมภาษณ์กับ Prachachat.net เกี่ยวกับ การอนุมัติบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด ดังนี้

กรุงศรี เฟิร์สช้อยส์ – ธนาคารมีการคัดกรองลูกค้ามากขึ้น และมีการปรับลดอัตราการอนุมัติ สินเชื่อน้อยลงกว่าเดิม

ธนาคารกสิกรไทย – เนื่องจากเศรษฐกิจอยู่ในภาวะชะลอตัว ลูกค้าสินเชื่อต่างๆ ก็จะน้อยลงตามไปด้วย

ธนาคารธนชาต – คัดกรองลูกค้าจากหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ DSR และ LTV ในการพิจารณาอนุมัติสินเชื่อรถยนต์

ธนาคาร/สถาบันการเงิน ใช้อะไรในการพิจารณา บัตรฯ และ สินเชื่อให้ผ่าน หรือ ไม่ผ่าน?

DSR

จากที่ทาง ธปท เคยมีการกำหนดเรื่องของ DSR อย่างคร่าวๆ ไปแล้วในช่วงกลางปี 2562 ที่ผ่านมา ผู้ที่จะกู้ผ่านได้นั้นจะต้องมี DSR ไม่เกิน 70% ดังนั้น ธนาคารต่างๆ ก็จะใช้เครื่องมือตัวนี้ที่ใช้ชื่อว่า DSR มาเป็นตัวชี้วัด ในการอนุมัติบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อ โดยที่ DSR คือ Debt Service Ratio สำหรับดูว่า มีภาระหนี้สินเท่าไหร่ หากมี ภาระหนี้สิน 70% นั่นแปลว่า หากมีรายได้ 30,000 บาท DSR 70% พอดี ก็จะมีหนี้สินต่อเดือนอยู่ที่ 21,000 บาท นั่นเอง และ การใช้ DSR นั้นจะใช้ได้เฉพาะกับ สินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมถึง บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดด้วย

LTV

สำหรับ LTV นั้นจะใช้กับบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด หรือ ติดหนี้ไฟแนนซ์เจ้าอื่นอยู่ และจะทำการย้ายหนี้มานั่นเอง สำหรับคำว่า LTV ย่อมาจากคำว่า Loan to Value ซึ่งโดยมากแล้วจะต้องต่ำกว่า 120%-130% จึงจะสามารถกู้สินเชื่อรถยนต์ได้ อ่านต่อ : ตัวอย่างการรีไฟแนนซ์รถกระบะ กับ LTV

จะเห็นได้ว่าทั้งสองเครื่องมือนี้ จะเป็นกำแพงชั้นดี ซึ่งเป็นเหตุผลสำหรับการเปิดโอกาสให้ธนาคารอนุมัติหรือไม่อนุมัติ บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อในปี 2563 นี้ ซึ่งจริงๆแล้ว ก็เป็นเครื่องมือที่มีมานาน แต่มักจะบังคับใช้ ในช่วงเศรษฐกิจขาลงเท่านั้น

คาด 4 บัตรเครดิตสมัครผ่านยากสุด 2562 จากคน pantip