GEN Y เป็นหนี้บัตรเครดิตมาก และเสี่ยงตกงาน

ads

นักศึกษาจบใหม่ เสี่ยงเป็นหนี้ สินเชื่อ บัตรกดเงินสด สูง

เว็บไซต์หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ ออกมาแสดงความเป็นห่วง น้องๆ นักศึกษาจบใหม่ เพราะว่าภาคเอกชนมีการจ้างงานลดลง ในขณะเดียวกันก็กำลังจะมีนักศึกษาจบใหม่ออกมางานมากขึ้น ทั้งๆ ที่งานก็มีีจำนวนจำกัด และ คนที่เพิ่งจบมาในปีก่อนๆ ก็ยังมีอัตราว่างงานสูง  นอกจากนี้ คนที่เพิ่งเริ่มต้นทำงานกลับมีเงินกเ็บน้อยลง และเป็นหนี้จากบัตรเครดิตสูงขึ้น

ในไตรมาสที่ 2 การจ้างงานของภาคเอกชนลดลง 2.1% ซึ่งหมายความว่าคนที่กำลังหางานด้านอุตสาหกรรม, ก่อสร้าง และ โรงแรม เริ่มถูกปรับลดลง บริษัทเลือกจำกัดจำนวนพนักงาน และไม่จ้างเพิ่ม  ซึ่งงานดังกล่าวมีความต้องการเพียง 7,000 ตำแหน่งต่อปี ในขณะที่มีเด็กนักศึกษาจบใหม่นับแสนคน

Credit : กรุงเทพธุรกิจ

ในปีก่อนๆ นักศึกษาจบใหม่ ที่สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี มีจำนวนเกือบ 200,000 ราย แต่ปัจจุบันนี้ได้ทะลุเกิน  200,000 คนไปแล้ว นั่นหมายความว่า ตำแหน่งงานที่ต้องการพนักงานนั้นมีเท่าเดิม บริษัทต่างๆ เลือกจำกัดจำนวนพนักงาน และต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย  และยังมีปัญหาวุฒิการศึกษาไม่สอดคล้องกับตำแหน่งงาน

Credit : กรุงเทพธุรกิจ

เมื่อเรียนจบ เริ่มต้นทำงานเรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้กลุ่มเด็กจบใหม่ เป็นเป้าหมายของกลุ่มผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด บัตรสินเชื่อ  และเมื่อคุณได้ทำงานมาสักระยะหนึ่ง (ประมาณ 1 ปี ) ก็จะมีกลุ่มผลิตภัณฑ์สินเชื่อบุคคลส่งมาให้คุณได้ลองสมัคร

สภาพเศรษฐกิจปัจจุบัน และ ค่านิยม เพิ่มเติม  สาวๆ บางคนก็ยอมเป็นหนี้ เพื่อให้มีสินค้ามาครอบครอง รูดซื้อสินค้าวงเงินเต็มบัตรเครดิต เกิดเป็นหนี้เสียที่ต้องค่อยๆ ชดใช้กันไป รายได้น้อยกว่ารายรับ ทำให้เป็นปัญหาต่อการทำงาน

และพบว่า GEN Y หลายคน มีความรู้เรื่องการจัดการการเงินน้อย ไม่ค่อยใส่ใจกับเรื่องเงิน ทำให้เกิดเป็นปัญหาหนี้สินจำนวนมาก รู้ตัวอีกทีก็เป็นหนี้จนใช้ไม่หมด

  • นอกจากนี้ยังมีปัญหาสุขภาพเพิ่มขึ้น เนื่องจาก “บุหรี่ไฟฟ้า” เป็นที่นิยมกว่าบุหรี่ีแบบสูบมวน 10 เท่า
  • กลุ่มวัยทำงานเริ่มป่วยง่ายจากโรค “ไข้หวัดใหญ่” เพิ่มขึ้น 31.1
  • มีข่าวอาชญากรรมเพิ่มขึ้น และมีคดีจี้ปล้นเกิดขึ้น 6.5% จากรายจ่ายที่ไม่พอกับรายรับของบางคน
  • มีอุบัติเหตุ ที่ทำให้คนไทยต้องอยู่อย่างเจ็บป่วย หรือ พิการ ทุพพลภาพ
Credit : กรุงเทพธุรกิจ

อายุเฉลี่ยของคนไทยเหลือประมาณ 75.4 ปี และองค์การอนามัยโลกบอกว่า อายุเฉลี่ยที่แท้จริงต่ำกว่าคาด เหลือเพียง 62 – 66.8 ปีเท่านั้น (ข้อมูลจากปี 2558) แสดงว่าภาวะสุขภาพดีของคนไทย นั้นไม่โอเคเย ต่ำกว่าคาด!

หนังสือพิมพ์กรุงเทพฯ ธุรกิจ ให้พาดหัวว่า เศรษฐกิจทรุด นักศึกษาตกง่านเพิ่ม อาชญากรรมพุ่ง สุขภาพแย่ ฟังแล้วรู้สึกหดหู่มาก  เพราะอนาคต คนไทยจะดูแลตัวเองลำบากขึ้น จะรอพึ่งรัฐหรือพึ่งใครก็คงจะยาก (คงต้องพึ่งพาตัวเอง) หากไม่ได้ดูแลสุขภาพตอนนี้ ก็จะต้องเสียเงินให้กับค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ และ ค่ารักษาพยาบาลตัวเองในช่วงแก่เฒ่า (หรือบางคน  40 ปี ก็จะเจอโรคแล้ว)

เด็กจบใหม่ หรือ First Jobber เป็นกลุ่มคนเริ่มต้นทำงานที่เป็นอนาคตของประเทศ หรือเรียกศัพท์ยากหน่อย ก็จะเป็นปัจจัยหลักในการพัฒนาเศรษฐกิจระดับมหภาค หากเขาไม่สามารถประคองหนี้ หรือ จัดการเงินทอง ก็จะกลายเป็นการสร้างปัญหาและภาระหนี้เสียครอบครัวให้มากขึ้นอีกด้วย

ถือว่า ณ ปัจจุบันนี้ เป็นสถานการณ์ที่มีปัญหา และต้องระวังเป็นอย่างมาก “การเงิน” เป็นเรื่องส่วนตัว ที่ต้องรู้จักจัดการและวางแผน หากสร้างหนี้มากตั้งแต่ยังไม่สร้างตัว ก็จะทำให้ไม่สามารถประคองครอบครัวได้อย่าง Happy ได้ตามเป้าหมายเท่าที่ควร

เริ่มแรกคือหากไม่สามารถลดรายจ่ายได้ ก็ต้องเพิ่มรายรับ และหารายได้พิเศษทำ (เลือกอาชีพเสริมที่คุณถนัด) และพยายามไม่ก่อหนี้เพิ่ม หลังจากนั้นต้องรักษาสุขภาพ ไม่เอาร่างกายไปเสี่ยงกับโรคภัย เพื่อเป็นภาระของรัฐที่ต้องร่วมรักษาในอนาคต กลายเป็นภาระของสังคม