Home Investment Finance EMI คืออะไร? ทำไมต้องเข้าใจ ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อกับธนาคาร?

EMI คืออะไร? ทำไมต้องเข้าใจ ก่อนตัดสินใจขอสินเชื่อกับธนาคาร?

ด้วยค่าครองชีพที่สูงขึ้นในประเทศไทย ระดับเงินกู้ก็สูงขึ้นเป็นเงาตามตัว จากคนที่ไม่เคยกู้หนี้ยืมสิน ซักวันก็อาจมีวันนั้นได้ ทุกวันนี้ สินเชื่อส่วนบุคคล อาจเรียกได้ว่ากลายเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อผ่านบัตรเครดิต สินเชื่อเงินก้อน สินเชื่อรถยนต์ และแม้แต่บัตรกดเงินสด ก็ล้วนแล้วแต่เป็นสินเชื่อประเภทหนึ่ง สำหรับการกู้ยืมเงินทั้งสิ้น และการใช้เงินในอนาคตนั้น โดยส่วนใหญ่ก็เพื่อที่จะใช้ในสิ่งจำเป็นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน การเติมเต็มในช่องว่างทางการเงิน หรือเพื่อให้ถึงจุดหมายปลายทางของชีวิตอย่างใดอย่างหนึ่ง และมันมีหลายเหตุผลที่จะต้องเป็นหนี้ กับสินเชื่อส่วนบุคคลประเภทต่างๆ

การขอสินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้จบตรงที่ อนุมัติง่าย เร็ว ได้เงินมา แล้วทุกอย่างจะเข้าที่เข้าทาง แต่ยังคงต้องจ่ายรายเดือนให้กับสถาบันการเงิน หรือ ธนาคาร กับเงินต้น + ดอกเบี้ย ดังนั้นเราควรเข้าใจ ขั้นตอนต่างๆ เทคนิคการกู้ยืม และแม้แต่การจ่ายคืนอย่างมีประสิทธิภาพ และมีราคาถูกที่สุด วันนี้เรามาเรียนรู้กันเกี่ยวกับ เครื่องมืออีกตัวหนึ่งที่ช่วยในการจ่ายเงินสินเชื่อคืนให้กับผู้ให้กู้ เพื่อสำหรับการวางแผนก่อนทำธุรกรรมใดๆ นั่นก็คือ EMI หรือ Equated Monthly Installment

สินเชื่อบุคคลคืออะไร?

คำว่า สิน แปลว่า ทรัพย์สิน หรือเงินสด เชื่อ หรือเงินเชื่อ ก็คือการทำสัญญายืม บุคคล ก็คือผู้ที่กู้ยืม รวมๆ กันแล้ว ก็คือการยืมเงินโดยบุคคลนั่นเอง และการยืมเงินแบบถูกกฎหมาย ก็คือการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงิน หรือ ธนาคาร โดยมีการจ่ายคืนแบบ EMI (Equated Monthly Installment) หรือ การจ่ายคืนในแต่ละเดือนในจำนวนเงินที่เท่าๆกัน และสินเชื่อส่วนบุคคลส่วนใหญ่ จะเป็นสินเชื่อที่ ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ง่ายๆคือ ไม่ต้องเอาอะไรไปวางให้ธนาคาร เพื่อนำเงินออกมา แต่เป็นการยืมเงินแบบมีสัญญาว่าจะใช้คืน และมีดอกเบี้ยสูงกว่า การกู้ยืมประเภทอื่นๆ เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ นั่นเอง

มาทำความรู้จัก EMI กัน

ได้บอกไปแล้วว่า EMI ย่อมาจากคำว่า Equated Monthly Installment หรือการจ่าายคืน แบบเท่าๆกัน ในแต่ละเดือน แปลความหมายคือ เราต้องจ่ายเงินคืนให้กับสถาบันการเงินที่เรายืมเงินเค้ามา ในจำนวนเท่าๆกันคือ สมมติว่า ยืมมา 100,000 บาท ในระยะเวลา 5 ปี จะต้องเอา เงินต้น + ดอกเบี้ย และ มาหารเฉลี่ยกันทั้ง 5 ปี ซึ่งการจ่ายเงินคืนที่ยืมไปนั้น มีหลายวิธี เช่น การตัดผ่านบัญชี การจ่ายเงินสดที่ Counter Service, หรือ การโอนเงินผ่าน Online Banking หรือ application ก็ได้เช่นเดียวกัน

สูตรในการคำนวณ EMI

EMI = [P x R x (1+R)^N]/[(1+R)^N-1]

  1. P คือ Principle หรือจำนวนเงินต้นที่ยืมไป เช่น 100,000 บาท
  2. R คือดอกเบี้ยรายเดือน (หากเป็นรายปี เช่น 18% ต่อปี ให้ใช้ 18/(12X100) จะเท่ากับ 1.5%
  3. N คือจำนวนเดือนในการจ่ายคืน เช่น 5 ปี = 12 X 5 = 60 เดือน

ตัวอย่างการคำนวณ กู้ยืมเงินด้วยอัตราดอกเบี้ย 18% ต่อปี เงินต้น 100,000 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระคืน 60 เดือน (5 ปี)

เราจะได้ เงินที่ต้องจ่ายคืน ต่อเดือนที่ 2,539.34 บาท 

เราจะต้องจ่ายคืน ทั้งหมด 152,360.56 บาท

ดอกเบี้ยทั้งหมด 52,360.56 บาท

เดือนที่ เงินต้น ดอกเบี้ย ยอดหนี้คงเหลือ
 1  1039.34  1500.00  98960.66
 2  1054.93  1484.41  97905.72
 3  1070.76  1468.59  96834.97
 4  1086.82  1452.52  95748.15
 5  1103.12  1436.22  94645.03
 6  1119.67  1419.68  93525.36
 7  1136.46  1402.88  92388.90
 8  1153.51  1385.83  91235.39
 9  1170.81  1368.53  90064.58
 10  1188.37  1350.97  88876.20
 11  1206.20  1333.14  87670.00
 12  1224.29  1315.05  86445.71
 13  1242.66  1296.69  85203.05
 14  1261.30  1278.05  83941.76
 15  1280.22  1259.13  82661.54
 16  1299.42  1239.92  81362.12
 17  1318.91  1220.43  80043.21
 18  1338.69  1200.65  78704.52
 19  1358.78  1180.57  77345.74
 20  1379.16  1160.19  75966.58
 21  1399.84  1139.50  74566.74
 22  1420.84  1118.50  73145.90
 23  1442.15  1097.19  71703.74
 24  1463.79  1075.56  70239.96
 25  1485.74  1053.60  68754.21
 26  1508.03  1031.31  67246.19
 27  1530.65  1008.69  65715.54
 28  1553.61  985.73  64161.93
 29  1576.91  962.43  62585.01
 30  1600.57  938.78  60984.44
 31  1624.58  914.77  59359.87
 32  1648.94  890.40  57710.92
 33  1673.68  865.66  56037.24
 34  1698.78  840.56  54338.46
 35  1724.27  815.08  52614.19
 36  1750.13  789.21  50864.06
 37  1776.38  762.96  49087.68
 38  1803.03  736.32  47284.66
 39  1830.07  709.27  45454.58
 40  1857.52  681.82  43597.06
 41  1885.39  653.96  41711.67
 42  1913.67  625.68  39798.00
 43  1942.37  596.97  37855.63
 44  1971.51  567.83  35884.12
 45  2001.08  538.26  33883.04
 46  2031.10  508.25  31851.94
 47  2061.56  477.78  29790.38
 48  2092.49  446.86  27697.89
 49  2123.87  415.47  25574.02
 50  2155.73  383.61  23418.29
 51  2188.07  351.27  21230.22
 52  2220.89  318.45  19009.33
 53  2254.20  285.14  16755.13
 54  2288.02  251.33  14467.11
 55  2322.34  217.01  12144.77
 56  2357.17  182.17  9787.60
 57  2392.53  146.81  7395.07
 58  2428.42  110.93  4966.66
 59  2464.84  74.50  2501.82
 60  2501.82  37.53  -0.00

ทำไมต้องคำนวณ EMI ก่อนการกู้เงิน?

การใช้วิธีคร่าวๆ ในการคำนวณการจ่ายนคืนนั้น เป็นเรื่องที่อ่าจผิดพลาดได้ง่าย และการวางแผนการจ่ายเงินคืน ควรต้องเป๊ะๆ เพื่อไม่ให้โดนดอกเบี้ย ค่าปรับ ฯลฯ แต่หลักๆ ของการคำนวณการจ่ายเงินคืนก่อนนั้น มีประโยชน์ดังนี้

  1. เมื่อคำนวณ EMI ได้แล้ว เราจะได้ ยอดจ่ายรายเดือน ที่ต้องจ่ายคืน เท่าๆกัน
  2. จะได้รู้ว่าจ่ายไหวมั้ย?
  3. จะได้รู้ว่าตรงกับที่ธนาคารคำนวณหรือเปล่า? หากไม่ตรง ควรถามว่าทำไมไม่ตรง? (เช่นอาจจะดอกเบี้ยไม่ถูกต้อง)
  4. จะได้รู้ว่า เงินที่จ่ายออกไปเป็นรายเดือน (repayment) ทำให้รายได้แต่ละเดือนเหลือเท่าไร่ เพื่อสำหรับคำนวณ ว่าจะพอใช้มั้ย ในแต่ละเดือน
  5. จะได้ไม่ผิดพลาด และ ไม่เสียค่าปรับหากจ่ายล่าช้าหรือจ่ายไม่ไหว

https://promotions.co.th/%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%95/bank/loan/%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%8A%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B8%B8%E0%B8%84%E0%B8%84%E0%B8%A5-%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A.html

สินเชื่อที่ผ่านง่าย สำหรับคนที่คะแนนเครดิตไม่ดี

สินเชื่อบุคคล และบัตรเครดิตที่ผ่านยาก ต้องมีคะแนนเครดิตดีเท่านั้น