เปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อผ่อนรายเดือน คืออะไร ทำไมควรทำ?

ads

เมื่อมีหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสดหลายใบ และไม่สามารถจ่ายได้ การรวมหนี้เป็นก้อนเดียว เป็นทางออกที่ดีที่สุด โดยการหาสินเชื่อตัวใหม่เพื่อมาจ่ายหนี้บัตรที่เหลือทั้งหมด แต่ต้องหยุดใช้บัตรถาวร และไม่สร้างหนี้ใหม่ ควรปรึกษากับธนาคารที่รับโอนหนี้ก่อนทุกครั้ง และบทความนี้เป็นหนึ่งในแคมเปญ ทางด่วนแก้หนี้ ของภาครัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้มีปัญหาหนี้สินในปัจจุบัน

อะไรคือ การเปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อ?

ภาษาไทยคือการโอนหนี้ แต่ในภาษาอังกฤษคือการ “Consolidation” และเมื่อเป็นการโอนหนี้ จะใช้คำว่า “Debt Consolidation Loan” คือสินเชื่อประเภทหนึ่ง โดยการรวบรวมหนี้สินทุกก้อนไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อประเภทต่างๆ ซึ่งหากมีหนี้สินอยู่หลายที่ การรวมหนี้ หรือ โอนหนี้ไปที่เดียวนั้นจะทำให้มีความสามารถมากขึ้นในการใช้หนี้ ซึ่งไม่ได้ทำให้จ่ายหนี้ลดลงแต่เป็นการป้องกันไม่ให้หนี้เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมนั่นเอง

การเปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อ โดยทำการผ่อนรายเดือนนั้น จะทำให้ดอกเบี้ยของหนี้แต่ละที่ก่อนการเปลี่ยนไม่บานปลาย โดยการหยุดภาระการผ่อนจ่ายจากหลายๆธนาคาร มาเป็นผ่อนรายเดือนกับเพียงแค่สถาบันการเงินเดียวเท่านั้น

ก่อนที่จะทำการตัดสินใจทำ

  • ดูค่าใช้จ่ายรายเดือนก่อน : จำเป็นมากเมื่อตนเองติดหนี้ ต้องทำการพิจารณารายจ่ายของตัวเองว่า รายจ่ายเหล่านี้ทำให้ติดหนี้ใช่หรือไม่? เพราะการเปลี่ยนหนี้บัตรเครดิตเป็นสินเชื่อ เพื่อผ่อนจ่ายรายเดือนจะไม่ได้ช่วยอะไรหาก ตนเองยังไม่สามารถควบคุมรายจ่ายได้
  • ประเมินตัวเอง : การประเมินตัวเองคือการเช็คว่า หากทำการเปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อแล้ว จะสามารถจ่ายรายเดือนให้เจ้าหนี้รายใหม่ได้หรือไม่?
  • คุยกับสถาบันรับโอน : การพูดคุย ปรึกษา กับสถาบันการเงินที่รับเปลี่ยนหนี้บัตร จะทำให้รู้ว่า จะต้องมีการจ่ายรายเดือนเท่าไหร่ และวันไหน เพื่อดูความสามารถของตัวเอง

โอนหนี้บัตรเครดิต เป็นสินเชื่อ มี 3 ประเภทหลักๆ

สินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต โดยเฉพาะ

มักจะเป็นสินเชื่อจากบริษัทผู้เป็นเจ้าของบัตรเครดิตเอง โดยมากแล้วจะใช้แคมเปญ Zero-percent หรือ low-interest balance transfer คือเป็นแคมเปญที่รวบหนี้บัตรเครดิตของลูกค้าเป็นก้อนเดียว โดยไม่มีดอกเบี้ย หรือ ดอกเบี้ยต่ำมาก โดยมากเรียกกันสั้นๆว่า สินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต นั่นเอง

  • ดอกเบี้ยต่ำ หรือ ไม่มีดอกเบี้ย มักจะเป็น “Grace Period” ในช่วงระยะเวลาไม่กี่เดือนเท่านั้น
  • หากผิดนัดชำระหนี้อีกครั้ง ทางสถาบันการเงินสามารถขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้
  • อาจต้องมีค่าใช้จ่าย ในเรื่องค่าธรรมเนียมในการโอนหนี้บัตร
  • สามารถผ่อนจ่ายรายเดือนได้

สินเชื่อโอนหนี้ ทางด่วนแก้หนี้

โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นแคมเปญของทางภาครัฐที่มีชื่อว่า Debt Clinics และล่าสุด ทาง ธปทมีการออกแคมเปญ เปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อผ่อนรายเดือน โดยจะต้องไม่เป็น NPL (ยังไม่มีการถูกฟ้องร้อง) โดยมีตัวอย่างการสินเชื่อโอนหนี้ดังนี้

รายละเอียด
บัตรเครดิต

(เคสปกติ)

สินเชื่อผ่อนรายเดือน

(มาตรการใหม่ ธปท.)

เงื่อนไข จ่ายขั้นต่ำ ผ่อนเท่ากันทุกงวด
ค่าธรรมเนียมจ่ายโปะ ไม่มี ไม่มี
เงินที่จ่ายรายเดือน ปีแรก 5,000 บาท 3,000 บาท เท่ากันทุกงวด
ระยะเวลาผ่อน 84 งวด 40 งวด
อัตราดอกเบี้ย 16% 12%
ดอกเบี้ยที่ต้องจ่าย 33,849 บาท 21,487 บาท
วงเงินบัตรเครดิต ใช้ที่เหลือเท่านั้น ขอคงวงเงินได้
ประวัติในเครดิตบูโร ปกติ ปกติ

ในช่องของ “บัตรเครดิต” นั้น จะเป็นการผ่อนจ่ายค่าบัตรเครดิตปกติในวงเงิน 100,000 บาท โดยที่มีการผ่อนยาวนานถึง 84 งวด โดยมีอัตราดอกเบี้ย 16% แต่ด้วย มาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ใหม่ของ ธปท จะสามารถรับดอกเบี้ยได้ 12% และสามารถ จ่ายเท่ากันได้ทุกงวด รวมถึงขอคงวงเงินในบัตรได้ และไม่มีประวัติค้างชำระ (หรือที่เรียกกันว่า ติดแบล็กลิสต์) อีกด้วย  โดยการลงทะเบียนได้ที่ https://www.1213.or.th/App/DebtCase

  • หากเป็นแคมเปญของทางภาครัฐ มักจะมีความโปร่งใสเสมอ
  • ไม่มีค่าใช้จ่ายในการโอน เช่นค่าธรรมเนียม
  • ดอกเบี้ยถูกลงลงมาจากเดิม โดยรวมแล้วจ่ายลดลง แสนละ 10,000 บาท

สินเชื่อโอนหนี้ แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน

ที่รู้จักกันในชื่อ รีไฟแนนซ์บ้าน รีไฟแนนซ์รถที่ยังผ่อนไม่หมด หรือแม้แต่การจำนำทะเบียนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์นั่นเอง และการรีไฟแนนซ์รวมถึงการจำนำทะเบียน (car title loan) ก็คือการใช้ทรัพย์สินที่มีไปวางเอาไว้เพื่อนำเงินออกมาใช้หนี้นั่นเอง

สิ่งที่ควรรู้เริ่มเติมเกี่ยวกับวิธีนี้

  • การใช้วิธีนี้ หากไม่มีวินัย และไม่สามารถลดรายจ่ายตัวเองได้ อาจทำให้เสียทรัพย์สิน (บ้าน,รถ)
  • มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าวิธีอื่นๆที่กล่าวมาทั้งหมด
  • สามารถโปะได้ ปิดได้ ไม่เสียค่าธรรมเนียม
  • ไม่ใช่ว่าทุกคนสามารถที่จะทำได้ เพราะอาจมีเรื่องของ Under Water เข้ามาเกี่ยวข้อง

โดยสรุปแล้ว

ทั้งหมดนี้คือ 3 วิธี ในการเปลี่ยนหนี้บัตรเป็นสินเชื่อผ่อนรายเดือน ที่หลายคนสงสัยอยู่ ซึ่งหากเป็นช่วงเวลานี้ของปี การเข้าร่วมกับ คลินิกแก้หนี้ เป็นเรื่องที่ฉลาด แต่สำหรับผู้ที่มีทรัพย์สินอย่างบ้าน ที่ดิน และรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ก็สามารถทำในวิธีที่ 3 ได้ โดยได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าสองวิธีแรกมาก