Home Investment Finance ในปี 2563 ยังมีสินเชื่อ ที่ไม่เช็คเครดิตอยู่ไหม? สมัครที่ไหนได้

ในปี 2563 ยังมีสินเชื่อ ที่ไม่เช็คเครดิตอยู่ไหม? สมัครที่ไหนได้

เมื่อมาถึงเรื่องเงินๆทองๆ เชื่อได้เลยว่ามีไม่กี่คนในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน ที่ไม่มีประวัติเสียทางด้านเครดิตสกอริ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ไม่ได้วางแผนการเงินล่วงหน้า ผู้ที่ตกงาน หรือผู้ที่ใช้เงินอย่างไม่ระมัดระวัง ซึ่งส่งผลให้เกิดยอดค้างชำระหนี้ และทำให้มีประวัติค้างชำระ (ที่เข้าใจผิดเรียกกันว่า Blacklist) และยากเหลือเกินต่อการขอสินเชื่อส่วนบุคคล

จะเครดิตดี หรือ ไม่ดี สินเชื่อส่วนบุคคลก็มีไม่กี่ประเภท

ไม่ว่าจะมีประวัติค้างชำระอยู่หรือไม่ก็ตาม การที่จะสมัครสินเชื่อบุคคลนั้น ก็จะมีอยู่แค่ 2 ประเภทหลักๆ คือ สินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน (สินเชื่อบุคคลธรรมดา) กับ สินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อย่างการเอารถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ไปค้ำ เพื่อนำเงินสดออกมาใช้ หรือ มาเคลียร์หนี้ โดยเรียกอีกอย่างว่า สินเชื่อรถยนต์มือสอง มอเตอร์ไซค์มือสอง หรือ สินเชื่อทะเบียนรถ นั่นเอง

9 สินเชื่อส่วนบุคคลจากทุกธนาคาร ปี 2563

สำหรับบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด นั้น ก็ถือเป็นสินเชื่ออีกประเภท ที่คล้ายคลึงกันกับ สินเชื่อส่วนบุคคลเงินก้อน เพราะ บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด สามารถที่จะถอนเงินออกมาใช้ได้ โดยที่สินเชื่อทุกตัวมีความเหมือนกันตรงที่ จะต้องเอาเอกสารมายืนยัน เช่น สลิปเงินเดือน การขอรายการเดินบัญชีย้อนหลัง รวมถึง ต้องมีการเช็คเครดิตด้วย

ข้อเสียของการขอสินเชื่อแบบไม่มีการเช็คเครดิต

แม้ว่าการขอสินเชื่อ ในจังหวะที่คะแนนเครดิตของตัวเองนั้นไม่ดี แต่การขอสินเชื่อแบบไม่เช็คเครดิต ก็สามารถมีได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับสถาบันการเงินนั้นๆ รวมถึงอัตราการควบคุมหนี้เสียของสถาบันนั้นๆด้วย อย่างไรก็ดี จุดด้อยของการขอสินเชื่อแบบไม่ต้องเช็คเครดิตสกอริ่งหลักๆก็คือ ผู้สมัครมักจะได้อัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าปกติ และอาจมีค่าธรรมเนียมตามมา เนื่องจากสถาบันการเงินอาจมองว่า มีความเสี่ยงในการปล่อยกู้มากกว่า และเมื่อมีความเสี่ยงสูงกว่า ก็จะต้องมีการชาร์จค่าดอกเบี้ยสูงกว่านั่นเอง

นอกจากที่จะเจออัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าแล้ว ก็อาจมีผลกระทบต่อ Credit Scoring ในอนาคต ยกตัวอย่างเช่น มีการผ่อนมือถือด้วยดอกเบี้ย 0% เพียงแค่นี้ ธนาคารหลายๆแห่งก็จะทราบได้ทันทีว่าเรามีการติดหนี้ค่าผ่อนสินค้าอยู่ และหากไม่ได้เคลียร์หนี้ให้หมด ก็อาจทำให้กู้ผ่านยากกว่าเดิมในอนาคตได้

ตัวอย่างของสินเชื่อที่ไม่เช็คเครดิต เช่น การรีไฟแนนซ์รถยนต์ (สินเชื่อรถยนต์) แบบไม่เช็คเครดิต นั่นเอง 

ตัดสินใจให้ดี ก่อนการกู้ยืม

ก่อนที่จะทำการกู้ยืม โดยที่เลี่ยงหาที่ ที่ไม่เช็คเครดิต ควรแน่ใจถึงผลที่จะตามมาซะก่อน และ ควรที่จะอ่านกติกา ข้อบังคับ ของแต่ละธนาคารให้ดี รวมถึง ควรที่จะเช็คทุกธนาคารแล้วว่าไม่สามารถกู้ยืมได้ แต่ไม่ควรออกไปกู้นอกระบบแทน สำหรับการกู้ยืมแบบไม่เช็คเครดิตโดยที่ไม่ได้ใช้หลักทรัพย์ หรือ บุคคลค้ำนั้น ก็จะมีตัวอย่างเช่น สินเชื่อ pico finance หรือ สินเชื่อแบบใช้บัตรประชาชนใบเดียว (มักใช้ซื้อสินค้า)

2 วิธี ที่จะทำให้ไม่เป็นหนี้ ในปี 2563 – 4 วิธีเคลียร์หนี้เด็ดขาด

การที่คนๆหนึ่งจะมีคะแนนเครดิตที่ไม่สมบูรณ์แบบได้นั้น อาจมีเหตุมาจากการวางแผนทางการเงินไม่ดี และลักษณะนิสัยการใช้จ่ายที่ไม่รัดกุม และมักคิดว่าการกู้ยืมในครั้งนี้ แบบไม่เช็คเครดิต หากจ่ายคืนครบ ก็จะทำให้คะแนนเครดิตดีขึ้นได้ เพราะการแก้ปัญหาทางกาสรเงินที่ดีที่สุด คือ การวางแผนที่รัดกุม และ ปรับเปลี่ยนนิสัยในการใช้เงิน รวมถึงการหาเงินเพิ่ม จึงจะเป็นการจัดการกับเรื่องนี้ได้ดีที่สุด

10 วิธีสมัครสินเชื่อ หากรู้ว่าตัวเองคะแนนเครดิตไม่ค่อยดี

5 อย่างควรรู้ ก่อนจะขอสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2563

แม้ว่าการขอสินเชื่อ จะปรับปรุงไปในด้านออนไลน์ซะหมดแล้ว บางธนาคาร อย่าง SCB และ กสิกร เปิดให้เจ้าของบัญชีเงินฝาก หรือ บัตรเครดิต ขอสินเชื่อผ่าน application ของธนาคารได้สะดวกขึ้น แต่การขอสินเชื่อในแต่ละครั้ง ควรต้องพิจารณาทั้ง 5 ข้อดังต่อไปนี้ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

1ธนาคารแต่ละแห่ง มีกติกาที่แตกต่างกันออกไป

กติกาทั้งหลายจะมีตามที่ทาง ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนด และ บางกติกา แต่ละธนาคาร หรือผู้ให้กู้ยืมเป็นผู้กำหนดได้เอง เช่นเรื่องของฐานเงินเดือน ที่อยู่อาศัย เอกสารที่จำเป็นต้องใช้ เพื่อที่จะยืนยันตัวตนของผู้กู้ เหล่านี้ เป็นเรื่องทั่วๆไป แต่สำหรับ บางธนาคาร หากมีบัญชีเงินเดือนอยู่ด้วย ก็อาจจะสามารถกู้ได้ง่ายมากขึ้น และได้รับดอกเบี้ยที่ดีกว่า ดังนั้นต้องเช็คกติกาของแต่ละธนาคารก่อนการกู้ยืมเสียก่อน

2

สินเชื่อส่วนบุคคลธรรมดา ไม่จำเป็นต้องใช้อะไรค้ำประกัน

สินเชื่อบุคคลธรรมดา ภาษาอังกฤษคือ Unsecured Loan ซึ่งถูกอธิบายไว้ว่า เป็นสินเชื่อที่ไม่ปลอดภัย เพราะไม่มีอะไรมาค้ำ โดยหากธนาคารจะให้กู้ ก็จะให้กู้ในพื้นฐานที่ว่า “เชื่อใจว่าลูกค้าสินเชื่อจะจ่ายคืน ตามที่กำหนด ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย” เพราะธนาคารจะประเมินจากรายได้ จากหลักฐานที่นำเอามาแสดง ความสามารถในการจ่ายคืน รวมถึง DSR หรือ ภาระหนี้สิน นั่นเอง

3

อัตราดอกเบี้ยมักเป็นแบบคงที่

อัตราดอกเบี้ยคงที่ หมายความว่า จะไม่มีการลดต้นลดดอก หรือที่เรียกว่า Fixed Interest Rate โดยที่ดอกเบี้ยและเงินต้นจะถูกหารเฉลี่ยเท่าๆกันทุกๆเดือน จนกว่าจะหมด ต่างจาก ดอกเบี้ยประเภทลดต้นลดดอก หรือ Effective Rate ตรงที่ ดอกเบี้ยประเภทนี้จะเป็นแบบลดต้นลดดอก และจะสามารถจ่ายเกิน โปะ หรือ ปิดได้ ดังนั้นจะกู้สินเชื่อส่วนบุคคล ก็จะเจอกับ Fixed Interest Rate คือจะจ่ายเกินไม่ได้ ไม่ลดต้นลดดอก และจะต้องจ่ายจนครบ Loan Term หรือจนหมดสัญญาเงินกู้ฉบับนั้นๆ เว้นแต่ว่าจะมีการโอนหนี้มาอีกสถาบันหนึ่ง หรือ การประนอมหนี้

วิธีการคิดดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก

4

จ่ายคืนต่อเดือน เท่ากันทุกเดือน ไม่สามารถจ่ายเกินแล้วไปโปะได้

อย่างที่บอกไปเมื่อข้อที่แล้ว คือ การจ่ายคืนต่อเดือนจะเป็นการหารเท่า ตามอัตราดอกเบี้ย และต้องผ่อนจนกว่าจะหมด แต่ยังคงมีอีกประเภทหนึ่งที่เป็น สินเชื่อแบบบอลลูน ที่จะดึงเงินที่จะต้องผ่อนออกมาส่วนหนึ่ง และเมื่อครบ กำหนดสัญญา จะต้องจ่ายเงินก้อนเพื่อปิดสัญญานั้นๆ

5

ไม่ใช่ทุกแห่งที่จะมีการเช็คเครดิต กับ ทางเครดิตบูโร

ตรงนี้อยู่ที่การบริหารความเสี่ยง และ แคมเปญของทางสถาบันการเงินเอง เพราะบางสถาบันก็ไม่มีการส่งเช็คเครดิตบูโร แต่มีการแจ้งไปเท่านั้น และการแจ้งไปจะเป็นแบบ รายเดือน รายสองเดือน หรือ รายไตรมาส ทำให้ผู้ที่มีประวัติค้างชำระหนี้ สามารถกู้ผ่านได้ง่ายกว่า และอย่างที่บอกไปคือ สินเชื่อรถยนต์บางประเภท และ บางเจ้าเท่านั้นที่จะไม่เช็คเครดิตใดๆ


ทั้งหมดนี้ คือการแนะนำก่อนการตัดสินใจในการขอสินเชื่อส่วนบุคคลในปี 2563 นี้ ซึ่งหลายคนอาจทราบแล้ว แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่ยังไม่ทราบ แต่เมื่อใดก็ตามที่จะมีการขอสินเชื่อส่วนบุคคล ให้รู้ไว้เลยว่า วันนั้นกำลังจะมีหนี้เพิ่ม และควรที่จะมีการตรวจสอบแผนการเงินตัวเองก่อนทุกครั้ง

Exit mobile version