10 ค่าใช้จ่ายที่ควรรู้ สำหรับการรีไฟแนนซ์รถ ตั้งแต่ต้นจนจบ

ทำความเข้าใจ รีไฟแนนซ์ VS จำนำทะเบียน

หากใครยังไม่รู้ การรีไฟแนนซ์รถยนต์ และ การจำนำทะเบียน เป็นเรื่องคนละเรื่องกัน แต่ทั้งสองอย่างนี้มีจุดประสงค์ใกล้เคียงกันนั่นก็คือ การรีไฟแนนซ์รถ หรือ มอเตอร์ไซค์ จะไว้สำหรับ การหาเจ้าหนี้เจ้าใหม่ที่ให้ดอกเบี้ยถูกกว่า รวมถึงการนำเงินบางส่วนที่ผ่อนไปแล้วออกมาใช้ แต่สำหรับการ จำนำเล่มทะเบียน มีจุดประสงค์เดียวก็คือการนำเงินออกมาใช้นั่นเอง แต่สำหรับการ รีไฟแนนซ์รถยนต์ และ จำนำทะเบียนนั้น มีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใกล้เคียงกันมาก และก่อนที่จะไปกระทำการใดๆกับบริษัทไฟแนนซ์ หรือบริษัทที่รับจำนำทะเบียน เราควรรู้ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ก่อน

1

(เมื่อเริ่มต้นรีไฟแนนซ์) ค่าธรรมเนียมในการสมัคร หรือการขอสินเชื่อ

ส่วนนี้เป็นค่าใช้จ่าย ที่เกิดขึ้นเป็นอันดับแรกๆ นั่นก็คือ ค่าธรรมเนียมในการสมัคร แต่สำหรับธนาคารทั่วๆไปแล้ว ค่าธรรมเนียมพวกนี้ จะถูกหักออกจาก เงินก้อนที่กู้ผ่านได้ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องหามาจ่ายาทางธนาคาร นั่นเป็นเพราะว่า ผู้ที่จะเอารถมารีไฟแนนซ์ เป็นผู้ที่ต้องการเงินมาใช้จ่ายอยู่แล้ว และอาจไม่มีเงินเพียงพอ ธนาคารจึงหักจากส่วนที่กู้ผ่านนั่นเอง

2

(เมื่อเริ่มประเมินราคารถ) ค่าธรรมเนียมประเมินราคารถ หรือ หลักประกัน

ค่าประเมินราคาทรัพย์สิน หรือที่เรียกว่า Property Valuation ซึ่งหากเป็นรถยนต์ ก็จะเป็น Auto Assessment Value ซึ่งหลายๆธนาคารอาจไม่เรียกเก็บ แต่ถ้าเจอเรียกเก็บนั่นแปลว่า เราอาจกำลังใช้บริการการประเมินราคารถยนต์ นอกสถานที่ เช่นพนักงานประเมินราคา ต้องขับรถมาถึงบ้าน หรือที่อยู่อาศัยเพื่อมาดูสภาพรถยนต์นั่นเอง ซึ่งราคาประเมินนี้ จะถูกเทียบเคียงกับราคา Blue Book ของแต่ละธนาคาร เพื่อประเมินวงเงินกู้ด้วย

3

(เมื่อธนาคารมองว่าคันนี้ผ่านแน่) ค่าใช้จ่ายอื่นๆเกี่ยวกับรถ เช่น ภาษี ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์ ฯลฯ

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะแบ่งเป็นสองหมวดหลักๆ คือ ค่าใช้จ่ายที่แม้ไม่ต้องมารีไฟแนนซ์ ก็ต้องจ่ายอยู่แล้ว กับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ

ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถทั่วไป

  • ค่า พ.ร.บ
  • ค่าตรวจสภาพรถ (สำหรับรถใช้แล้ว)
  • ค่าภาษีรถยนต์

ค่าใช้จ่ายพิเศษในการดำเนินการ

  • ค่าจดทะเบียนกรรมสิทธิ์
4

(ก่อนจะผ่าน) มูลค่ารถ ต่ำกว่า มูลค่าหนี้คงเหลือที่ไฟแนนซ์เก่า ต้องจ่ายเงินก้อน

ในกรณีนี้ เค้าเรียกว่า upside down หรือ under water อธิบายง่ายๆคือ รถที่เราติดไฟแนนซ์เก่าอยู่ มีมูลค่าในตลาดน้อยกว่า ที่เป็นหนี้อยู่ ซึ่งธนาคารอาจให้มีการจ่ายเงินก้อนมาหนึ่งก้อนเพื่อให้มูลค่าเทียบเท่ากับราคาหนี้ แล้วจึงจะอนุมัติให้ผ่านได้

5

(เมื่อผ่านแล้ว) ค่าธรรมเนียมในการปิดบัญชี เจ้าหนี้ หรือสถาบันการเงินเก่า

การรีไฟแนนซ์รถยนต์ มันมีสองอย่างคือ รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ผ่อนหมดแล้ว (หรือที่เรียกว่าจำนำทะเบียน) กับ รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด และค่าธรรมเนียมในการปิดบัญชีเจ้าหนี้เก่า มักจะมีขึ้น สำหรับรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด แต่ค่าใช้จ่ายส่วนนี้จะไม่ได้สูงมาก เป็นหลักร้อย หรือ หลักพันบาท เท่านั้น

6

(เมื่อแจ้งเจ้าหนี้เก่าว่าจะปิดบัญชี) ค่าปรับในการปิดบัญชีก่อนกำหนด

เมื่อทำการรีไฟแนนซ์รถ กับสถาบันการเงินเจ้าใหม่ เรากำลังจะเอาเงินก้อนจากที่ใหม่ ไปปิดที่เก่า และเริ่มต้นผ่อนกับที่ใหม่ ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า แต่อย่างไรก็ดี ในสัญญาเงินกู้ฉบับเก่า อาจมีระบุไว้ว่า หากมีการปิดบัญชีก่อนกำหนด เช่นระยะเวลาไม่ถึง 1 หรือ 2 ปี เจ้าของบัญชีต้องโดนค่าปรับ โดยที่ทางสถาบันการเงินอาจแยกค่าใช้จ่ายเป็นดังนี้

  1. ค่าปรับทั่วไป
  2. ค่าธรรมเนียมในการปิดบัญชี (เช่นเดียวกับข้อที่แล้ว)
  3. ค่าปรับเมื่อมีการจ่ายเงินก่อนกำหนด

อย่างไรก็ดี มีธนาคารบางแห่ง เช่น SCB My Car My Cash ที่จะให้ส่วนลดดอกเบี้ย 50% เมื่อปิดบัญชีก่อนกำหนด  อ่านต่อที่นี่

7

(เมื่อเริ่มต้นกับ ไฟแนนซ์เจ้าใหม่) ค่าประกันรถยนต์

ในจุดตรงนี้ เราอาจไม่ถือว่า ค่าประกันรถยนต์ เป็นค่าธรรมเนียม แต่ มันคือสิ่งที่ทุกคนต้องเจอ โดยที่ทางไฟแนนซ์เค้าจะประเมินราคารถยนต์ และอาจบังคับ ให้มีการทำประกันรถยนต์ ด้วยทุนประกันที่ครอบคลุมกับมูลค่ารถยนต์ที่ประเมินมาแล้ว ซึ่งในจุดนี้ที่ต้องทำประกันเพราะ สถาบันการเงินพยายามลดความเสี่ยงของตัวเอง หากเกิดอะไรขึ้นกับรถยนต์ เช่น หาย ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือ กลายเป็นซาก ก็จะมีบริษัทประกันคอยจ่ายค่าชดเชยต่างๆเหล่านี้ให้ อย่างไรก็ดี การที่บริษัทไฟแนนซ์ มีบริการให้ทำประกันรถยนต์ นั่นแปลว่าบริษัทเค้าก็จะได้รับผลตอบแทนจากการขายประกันให้บริษัทประกันด้วย

อีกกรณีหนึ่ง หากเจอบริษัทไฟแนนซ์ที่มีความระมัดระวังสูง ซึ่งถ้ารถยนต์ที่นำมารีไฟแนนซ์ มีมูลค่าตลาด ณ ขณะนั้น ต่ำกว่า จำนวนเงินที่รีไฟแนนซ์ เจ้าของรถอาจต้องทำ ประกันแบบ Gap Insurance เพื่อประกันราคาส่วนต่างด้วย

อย่างไรก็ดี หากรถยนต์คันนั้นยังมีประกันอยู่ สถาบันการเงินก็จะให้เจ้าของรถยนต์ ระบุชื่อสถาบันการเงินนั้นๆ เป็นผู้รับผลประโยชน์ตลอดอายุสัญญา และต้องส่งกรมธรรม์ก่อนวันเบิกรับเงินกู้ด้วย 

8

(ระหว่างการผ่อน) ต้องเอาเล่มทะเบียนไปใช้ มีค่ามัดจำยืมเล่ม

บางที บางครั้ง เราอาจต้องมีการขอเล่มทะเบียนตัวจริงจากสถาบันการเงินไปใช้ เช่น การตรวจสภาพ การเปลี่ยนเครื่องยนต์ ธนาคาร อาจมีการเรียกเก็บค่ามัดจำ หรือ ค่าประกัน ตัวเล่ม ซึ่งตรงจุดนี้ต้องควรระวังให้มากที่สุด ห้ามทำเล่มหาย หรือชำรุด ซึ่งเงินประกันนี้ มักจะเป็นหลักพันบาท (ประมาณ 5,000 บาท) เค้าตั้งขึ้นมาเผื่อว่า ลูกหนี้จะได้ระมัดระวังในการยืมไปใช้นั่นเอง

9

(เมื่อไม่ได้จ่ายค่างวด) ค่าธรรมเนียม และ ค่าปรับ เมื่อมีการจ่ายค่างวดช้า

ส่วนตรงนี้ คงไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะความจำเป็นในการใช้เงินของแต่ละคนไม่เหมือนกัน และอาจมีเหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ค่าปรับที่เกิดขึ้น รวมถึงค่าธรรมเนียม อาจถูกคิดเป็น เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นมา เช่นปกติดอกเบี้ยที่ 10% อาจถูกปรับดอกเบี้ยเป็น 13% หรือสูงสุด 15% เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังอาจมีค่าติดตามทวงถามหนี้ อีกด้วย

10

(เมื่อรถผ่อนหมดแล้ว) ค่าโอนทะเบียนกรรมสิทธิ์

การโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ และ ค่าเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองรถ จะเกิดขึ้นต่อเมื่อ ผู้กู้จ่ายค่างวดหมดเสร็จสิ้นแล้ว และธนาคารพร้อมที่จะโอนกรรมสิทธิ์กลับไปให้กับเจ้าของรถเดิม โดยที่จะต้องมีค่าธรรมเนียมตรงนี้ ซึ่งเจ้าของรถเดิมจะต้องเป็นผู้จ่าย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 4,000 บาท ขึ้นไป ซึ่งตามกฎของ กรมการขนส่งทางบก จะต้องมีเอกสารตามนี้

  1. ใบคู่มือจดทะเบียน (เล่มทะเบียน)
  2. สำเนาบัตร
  3. สัญญาซื้อขาย
  4. แบบคำขอโอน และ รับโอน
  5. หนังสือมอบอำนาจ พร้อมสำเนาบัตรของผู้รับโอน

โดยสรุปแล้ว ต้องจ่ายหมดนี่เลยหรือไง? จะคุ้มเหรอ?

ทั้งหมดนี้ เป็นค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ ทั้งหมด ซึ่งบางเจ้าก็จะเก็บเต็มหมด หรือ บางเจ้าก็จะไม่มีค่าใช้จ่ายในบางข้อ แต่สำหรับเจ้าที่ไม่มีค่าใช้จ่ายหยุมหยิมแบบนี้ ให้สังเกตอัตราดอกเบี้ยให้ดี เพราะโดยมากแล้ว ถ้าเค้าไม่ได้เก็บค่าธรรมเนียม หรือ ค่าใช้จ่ายอื่นๆ เค้าจะมาใส่ในดอกเบี้ยแทน ซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเจ้าที่เก็บเต็มทุกอย่าง ดังนั้น การจะรีไฟแนนซ์รถยนต์แต่ละครั้ง ควรต้องศึกษา เปรียบเทียบอัตราดอกเบี้ย และ เข้าใจรายละเอียดของแต่ละเจ้าเสียก่อน และสามารถหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถได้ จาก Promotions.co.th หรือ Link ด้านล่างนี้