ads

เมื่อมาถึงจุดของเศรษฐกิจชะลอตัว สิ่งที่น่ากังวลที่สุดในช่วงนั้นๆ ก็คือ อัตราหนี้เสีย ที่โตขึ้นทุกไตรมาสของปี และเพื่อป้องกันอัตราหนี้เสีย จึงจำเป็นอย่างมากที่จะต้องทำให้ ลูกหนี้ มีความสามารถในการจ่ายคืนเจ้าหนี้ อย่างธนาคารได้ และหนี้ที่เป็นปัญหาอย่างมากในปัจจุบันก็คือ หนี้บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด เนื่องจากเป็นสินเชื่อที่สามารถนำเงินออกมาใช้จ่ายได้ง่าย ซึ่งทำให้เกิดภาวะหนี้เสียมากที่สุด จึงมีสถาบันการเงินหลายแห่งออกมาเปิดผลิตภัณฑ์ สินเชื่อรีไฟแนนซ์หนี้บัตรเครดิต

หัวข้อบทความนี้

  • เกี่ยวกับ สินเชื่อรีไฟแนนซ์ บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด
  • โครงการรีไฟแนนซ์ ลูกหนี้ดี ในปี 2563
  • คุณสมบัติ ของผู้เข้าร่วมโครงการ
  • ความร่วมมือของ เครดิตบูโร
  • อัตราดอกเบี้ย
  • ผลกระทบของ NPL ต่อ เศรษฐกิจไทยโดยรวม

แต่จุดบอดของผลิตภัณฑ์ รีไฟแนนซ์บัตรเครดิต หรือ การสินเชื่อโปะหนี้บัตรเครดิตนั้นก็คือ ผู้ที่สมัคร มักจะมีประวัติค้างชำระหนี้ และ มีคุณสมบัติที่ไม่ตรงกับการอนุมัติของทางสถาบันการเงิน จึงทำให้ไม่สามารถกู้สินเชื่อประเภทนี้ไปปิดหนี้บัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสดได้ จึงทำให้ยังคงมีหนี้คงค้างอยู่เป็นจำนวนมาก และ กำลังจะกลายสภาพเป็น NPL หรือ หนี้เสียในที่สุด จึงทำให้ทาง ธปท หรือ ธนาคารแห่งประเทศไทย เตรียมการที่จะออกมาตรการใหม่ นอกเหนือจาก คลินิกแก้หนี้ ที่ผ่านมา โดยจะเปิดให้เป็น “โครงการรีไฟแนนซ์ บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด” ที่จะมาให้ทุกคนใจชื้นกันในปี 2563 นี้

ทำความเข้าใจ “การรีไฟแนนซ์ บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด”

การรีไฟแนนซ์ ใดๆ ก็ตาม ก็คือการ กระทำการเกี่ยวกับการเงินใหม่อีกครั้ง คำว่า Re = อีกครั้ง และ Finance = การเงิน ดังนั้น มันคือการกู้หนี้ยืมสินใหม่อีกก้อน แต่ในครั้งนี้จะเป็นการ โอนก้อนหนี้เดิมไปอยู่กับสถาบันการเงินใหม่ เพื่อรับอัตราดอกเบี้ยใหม่ และ ทำให้ดอกเบี้ยลดลงกว่าเดิม หรือที่เรียกกันว่า สินเชื่อโอนหนี้ นั่นเอง

ซึ่งการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสด ก็คือ การที่ลูกหนี้ ไปติดต่ออีกสถาบันการเงินแห่งหนึ่งว่า มีหนี้บัตรเครดิตอยู่ จำนวน XXXX บาท และต้องการกู้เงินไปปิดบัตรเครดิต หรือ บัตรกดเงินสดเหล่านั้น โดยที่จะมาผ่อนต่อกับ สถาบันการเงินเจ้าที่ขอสินเชื่อ ในอัตราดอกเบี้ยใหม่ ที่ถูกกว่าเดิม และ การจ่ายค่างวดที่เบาลงกว่าเดิมนั่นเอง

1ไม่มีธนาคารไหนให้ขอสินเชื่อปิดบัตรเครดิต? รอ ธนาคารแห่งประเทศไทย ต้นปี 2563

สำหรับผู้ที่ขอสินเชื่อปิดบัตรเครดิตไม่ผ่านในปี 2562 ที่ผ่านมา คงยังมีความกังวล ในเรื่องของการถูกฟ้องร้อง บังคับคดี และ อาจถูกยึดทรัพย์ อย่างน้อยๆ ตอนนี้ยังมีความหวังใหม่มาถึง เพราะทาง ธปท กำลังเจรจา เกี่ยวกับการจัดสินเชื่อรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือที่เรียกว่า สินเชื่อโอนหนี้ ในปี 2563 นี้ โดยจะเป็นในรูปแบบ การปรับโครงสร้างหนี้ ซึ่งคาดว่า จะมีธนาคารที่เข้าร่วมโครงการนี้ เช่น KTC และ กรุงไทย ซึ่งอาจมีการเข้าไปหนุน เรื่องของการโอนหนี้บัตรเครดิต สำหรับผู้ที่เป็นลูกหนี้ดี และเป็นที่สังเกตว่า ระยะหลังทาง KTC เริ่มมีการออกผลิตภัณฑ์ ตัวอื่นๆ สำหรับการรีไฟแนนซ์ ยกตัวอย่างเช่น สินเชื่อรถยนต์พี่เบิ้ม สำหรับการ รีไฟแนนซ์รถ เพื่อนำเงินสดออกมาใช้ และอาจเป็นผลิตภัณฑ์ตัวหลักสำหรับการรีไฟแนนซ์บัตรได้

2

คุณสมบัติเบื้องต้น สำหรับเข้าร่วม โครงการ รีไฟแนนซ์ บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด

ภาพจาก https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/857378

สำหรับโครงการนี้ใช้ชื่อว่า “โครงการ Refinance ลูกหนี้ดี” สำหรับการ โอนหนี้ บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสด โดยมี คุณสมบัติ ต่างๆดังนี้

  1. เป็นลูกหนี้ที่มีประวัติดี – นั่นหมายถึงว่า ชำระตรงวัน ชำระขั้นต่ำ แต่มีการชำระมาอย่างต่อเนื่อง และต้องไม่น้อยกว่า 12 เดือน

  2. ต้องเป็นผู้ที่มีรายได้ประจำ และวันสิ้นสุดสัญญาหนี้ จะต้องมีอายุไม่เกิน 70 ปี เท่านั้น

  3. มีการผ่อนชำระคงที่ตลอดสัญญา โดยเริ่มต้นตั้งแต่ 1 ถึง 4 ปี

  4. สามารถให้วงเงิน โอนหนี้ ได้ไม่เกินคนละ 100,000 บาท

อย่างไรก็ดี โดยมากแล้ว ผู้ที่มีประวัติดี น่าจะมีจำนวนน้อยกว่าผู้ที่มีประวัติเสียในการชำระหนี้ และวงเงินสำหรับการโอนหนี้นั้น ดูเหมือนว่าจะไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งผู้ที่เป็นหนี้บัตรเครดิต อีกหลายคนมีมูลหนี้ ทั้งบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด มากกว่า 100,000 บาท และอาจยากต่อการปิดหนี้ได้

ดอกเบี้ยรีไฟแนนซ์หนี้ ราชการ VS ประชาชน ทั่วไป

ประเภทบุคคล
จำนวนปี refinance
อัตราดอกเบี้ย
ข้าราชการ, รัฐวิสาหกิจ, องค์กรรัฐ มีรายได้ประจำ 1 7%
3 8%
3 9%
4 10%
ประชาชนทั่วไป เจ้าของ SME 1 9%
3 10%
3 11%
4 12%

จะเห็นได้ว่าดอกเบี้ย สำหรับการ Refinance บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด ที่ทาง ธปท จะมอบให้เป็นมาตรการ จะเริ่มต้นที่ 7% สำหรับ ข้าราชการ และหน่วยงานรัฐ แต่สำหรับประชาชนทั่วไป จะอยู่ที่ 9% จนถึง 12% ซึ่งโดยปกติแล้ว ดอกเบี้ยบัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด หากมีการผิดนัดชำระหนี้ จะอยู่ที่สูงถึง 28% ตามกฎหมาย

เครดิตบูโร ร่วมด้วย ลด ค่าเช็คเครดิตบูโร 50%

ปัจจุบัน บุคคลทั่วไปสามารถเช็คเครดิต สกอริ่ง ของตัวเอง หรือที่เรียกว่า เช็คเครดิตบูโร ได้ในราคา 100 บาท และสามารถรู้ผลได้ทันที โดยใช้ระยะเวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น แต่สำหรับแคมเปญนี้ ทางเครดิตบูโร จะลดค่าเช็คให้ครึ่งราคา 50% เหลือประมาณ 50 บาท เท่านั้น เพื่อเป็นการสนับสนุนแคมเปญ Refinance ลูกหนี้ดีของทาง ธปท อีกทางหนึ่ง

3

ห้ามก่อหนี้ใหม่ หลังจากเข้าโครงการ

เมื่อมีการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิต หรือหนี้สินไปแล้ว ลูกหนี้ที่ไม่มีวินัยทางการเงินก็มักที่จะ ก่อหนี้เพิ่มซ้ำซ้อน ดังนั้นโครงการนี้ จึงมีข้อกำหนดไว้ว่า หากมีการเข้าร่วมแล้วจะไม่สามารถไปก่อนหนี้เพิ่มได้อีก  ซึ่งเมื่ออยู่ในโครงการ ทางเครดิตบูโร จะได้รับข้อมูลของบุคคลนั้นๆ ทำให้ไม่สามารถไปดำเนินการกิจการทางการเงิน เพราะมีชื่อเมื่อมีการเช็คบูโร ว่าไม่สามารถกู้เพิ่มได้ และอยู่ในระหว่างโครงการ

4

บริษัทบัตรเครดิตฯ ต้องเข้าร่วมโครงการทุกแห่ง

หากมีเพียงบริษัทบัตรเครดิตไม่กี่แห่งเข้าร่วม แต่ลูกหนี้ มีบัตรเครดิตของธนาคารอื่น ก็จะทำให้เกิดภาวะหนี้ซ้ำซ้อนเช่นเดียวกัน เพราะ เงินก้อนที่ได้ก็จะสามารถไปปิดบัญชี กับ เจ้าของบัตรที่เข้าร่วมโครงการ Refinance ลูกหนี้ดีได้เท่านั้น เช่น มีหนี้บัตรเครดิต 4 ใบ แต่ 2 ใน 4 ใบอยู่ในโครงการ เมื่อไปปิดหนี้ 2 ใบ ก็จะเพิ่มก้อนหนี้เป็น 3 แห่ง พอๆ กับของเดิม ดังนั้น บริษัทบัตรเครดิต จะต้องเข้าร่วมโครงการโดยพร้อมเพรียง

5

คาดว่าเริ่ม ต้นปี 2563

ต้องบอกว่าไอเดียนี้เป็นไอเดียที่ดี ที่จะมาช่วยประชาชน ในการเคลียร์หนี้ที่ไม่สามารถเคลียร์ได้ ซึ่งมีแต่ผลดี นั่นก็คือ ลูกหนี้ได้รับความคุ้มครอง จากอัตราดอกเบี้ย และสามารถจ่ายหมดได้เร็วขึ้น ได้ดอกเบี้ยต่ำลง ธนาคารเจ้าของหนี้ ไม่เจอภาวะหนี้เสียล้นมือ ซึ่งจะเป็นผลให้ อัตรา NPL ในประเทศไทยลดลง ทำให้เศรษฐกิจโดยรวมดีขึ้น และแคมเปญ Refinance ลูกหนี้ดี นี้ คาดว่าจะเริ่มต้นในต้นปี 2563 นี้

หนี้เสีย หนี้ที่ไม่ทำให้เกิดรายได้ กระทบเศรษฐกิจอย่างไร?

  1. เมื่อธนาคารมีหนี้เสียมาก จะทำให้ปล่อยกู้ได้น้อยลง (เงินยังอยู่กับลูกหนี้มาก)
  2. เปิดโอกาสให้ธนาคารต่างประเทศ มาเปิดในประเทศมากขึ้น อาจทำให้เสียดุล
  3. ธนาคารมีกำไรน้อยลง ราคาหุ้นตก
  4. เมื่อธนาคารมีกำไรน้อยลง การลงทุนก็น้อยลงตาม
  5. เมื่อธนาคารปล่อยกู้ได้น้อยลง ภาคเอกชนก็ไม่ได้รับเงินกู้ ทำให้มีการลงทุนน้อยลง

สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน เป็นของธนาคารอะไร? กู้มารีไฟแนนซ์บัตรเครดิตได้ไหม?

♦ หากมีประวัติค้างชำระ (หรือที่คนเข้าใจผิดคิดว่าติดเครดิตบูโร) ควรทำอย่างไร?
♦ สินเชื่อสำหรับคนมีประวัติค้างชำระหนี้ 2017
♦ สินเชื่อรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ ตัวไหนที่เช็คประวัติค้างชำระหนี้?
♦ มีประวัติค้างชำระหนี้? กับ 4 เหตุผลที่ดีที่ควรรีไฟแนนซ์ รถยนต์
♦ สินเชื่อรถยนต์ SCB วงเงินสูงสุด 2 ล้านบาท

5 บทความเพื่อให้คุณได้ค้นหาวิธีการตรวจสอบประวัติค้างชำระหนี้ และวิธีที่จะหลุดจากประวัติฯ  และท่านที่เป็นเจ้าของกิจการก็สามารถหาสินเชื่อเพื่อมาปลดล็อคภาระบัตรเครดิตได้เช่นกัน

♦ อยากกู้ใหม่.. มาตรวจสอบประวัติค้างชำระหนี้ของตัวเองกันเถอะ
♦ 5 วิธีการขอสินเชื่อ แบบไม่เช็คประวัติค้างชำระหนี้
♦ 10 สินเชื่อสําหรับเจ้าของกิจการ ที่น่าทำที่สุดในปีนี้
♦ ลิสซิ่ง ทางเลือก คนเงินเดือนน้อย กู้อะไรไม่ผ่านเลย!
♦ ในกรณีที่ชำระหนี้เรียบร้อยแล้ว ประวัติจะค้างอยู่นานเท่าไหร่ ?