9 สิ่งที่คุณอาจไม่รู้เกี่ยวกับ การโอนหนี้บัตรเครดิต

การโอนหนี้ ภาษาอังกฤษจะเรียกว่า “Balance Transfer” คำว่า Balance ตามหลักแล้วหมายถึงยอดคงค้าง และคำว่า Transfer แปลว่าการโอน หรือย้าย และคำๆนี้ใช้กับวงการสินเชื่อและบัตรเครดิต และแปลว่า โอนหนี้บัตรเครดิต หรือ การ หาสินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต นั่นเอง และมันคือวิธีการที่หนีจากหนี้บัตรเครดิตหลายๆใบ เพื่อไปกองไว้อยู่ที่เดียว และต้องเป็นที่ ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่า คือเป็นการไปกู้เอาเงินก้อนใหญ่ มาโปะหนี้กองย่อยๆ หลายๆกอง ซึ่งผู้ที่จะทำสินเชื่อโอนหนี้ หรือ Balance Transfer นั้น จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง “ใจต้องแข็ง” เมื่อโอนหนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และจะต้องไม่ก่อหนี้เพิ่มยกเว้นเจ้า ที่ไปขอสินเชื่อปิดหนี้มา และนี่คือ 9 สิ่งที่ควรรู้เอาไว้ เกี่ยวกับ การโอนหนี้ปิดบัตรเครดิต

9การโอนหนี้บัตร ไม่เหมือนกับการจ่ายหนี้ตามปกติ

เมื่อถึงเวลาที่คุณใช้ สินเชื่อโอนหนี้บัตร ด้วยสินเชื่อจากธนาคาร A คุณกำลังจะเอาเงินไปปิดหนี้กับธนาคาร B,C,D หากบัตรเครดิตทั้งหมดที่คุณติดหนี้ มีดอกเบี้ยเฉลี่ย 24% (รวมค่าปรับ) และคุณไปเอาสินเชื่อจากธนาคาร A มา ด้วยดอกเบี้ยเริ่มต้น 18% คุณจะประหยัดเงินค่าดอกเบี้ยไปได้มหาศาลเลยทีเดียว รวมถึงคุณจะสามาถรประหยัดเวลาในการผ่อนได้อีกด้วย และสองสิ่งที่คุณจะได้จากการโอนหนี้คือ

  1. ประหยัดดอกเบี้ยเพิ่ม บางกรณีเป็นหลักแสน
  2. ใช้เวลาในการเคลียร์หนี้สั้นลง บางกรณีจ่ายสั้นกว่าเป็นปีๆ
  3. ทุกอย่างมีข้อดีและข้อเสีย 

8การโอนหนี้บัตร เป็นการทำให้ชีวิตคุณสะดวกขึ้น

เมื่อคุณมีหนี้บัตรเครดิตหลายๆ ใบ การมานั่งตามจ่ายทีละใบนั้น เป็ฯอะไรที่ไม่สะดวกมากๆ และการโอนหนี้บัตรเครดิต โดยการใช้สินเชื่อนั้น จะทำให้คุณไปจ่ายหนี้ได้เป็นก้อนเดียวคือหนี้สินเชื่อ การที่มีหนี้บัตรเครดิตหลายๆใบ และเมื่อเป็นมนุษย์ย่อมมีความผิดพลาดในการจำวันจ่ายไม่ได้ ลืมจ่าย ฯลฯ ต่างๆเหตุผล และนี่คือประโยชน์อีกข้อหนึ่งกับการโอนหนี้บัตรเครดิต นอกเหนือจาก การประหยัดดอกเบี้ย

7ไม่ใช่เฉพาะหนี้บัตรเครดิตเท่านั้น หนี้อื่นๆ ก็โอนได้

คือไม่ใช่เฉพาะบัตรเครดิตเท่านั้น ที่สามารถขอสินเชื่อโอนหนี้ได้ แต่ยังคงเป็ฯหนี้อื่นๆ ด้วยเช่น หนี้การผ่อนสินค้า ชำระค่าสินค้า หนี้จากบัตรกดเงินสด และแม้แต่หนี้นอกระบบ ที่พอกพูนขึ้นทุกวัน การโอนหนี้บัตรเครดิต เป็นเพียงแค่ชื่อ แต่จริงๆแล้วมันคือการขอสินเชื่อ ดอกเบี้ยต่ำ สำหรับนำไปชำระหนี้ที่อื่นๆเท่านั้น

6สินเชื่อโอนหนี้บางเจ้า มีค่าธรรมเนียมสุดโหด

ตอนนี้คงไม่เหมือนแต่ก่อนแล้ว ที่จะโอนหนี้กันง่ายๆ จากดอกเบี้ยสูงๆ มาดอกเบี้ยต่ำๆ เพราะตอนนี้ ธนาคารที่เค้ารับโอนหนี้บางแห่ง เค้าจะมีค่าธรรมเนียมค่อนข้างสูง ที่เค้าเรียกว่า Balance Transfer Fee โดยจะถูกกำหนดเป็น % จากยอดวงเงินอนุมัติสินเชื่อ ยกตัวอย่างเช่นหากสินเชื่ออนุมัติที่ 300,000 บาท อาจเจอค่าธรรมเนียม 1% คือประมาณ 3,000 บาท ทันที อันนี้แล้วแต่ธนาคาร

5ระวังดอกเบี้ยโอนหนี้ หลังโปรโมชั่นให้ดี

สินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต หรือสินเชื่ออเนกประสงค์ต่างๆ เค้าจะมีอัตรา % เป็นโปรโมชั่นในเดือนแรกๆ และส่วนใหญ่ก็จะเจอที่ 3 เดือนแรก ดังนั้น คุณควรจำไว้ให้ดีว่า เดือนแรกๆ จะเป็นเดือนแห่งสวรรค์ คือไม่มีดอกเบี้ย หรือดอกเบี้ยต่ำๆ แต่ก็ให้รู้ไว้ว่า ดอกเบี้ยในเดือนหลังๆ จะขึ้นเป็นเรื่องปกติ ทำใจไว้ได้เลย

4ปลดหนี้บัตรแล้ว อย่าเหลิง อย่าไปติดหนี้เพิ่ม

ส่วนใหญ่คนตกม้าตายตรงที่ว่า เมื่อเคลียร์หนี้บัตรเครดิต หมดทุกใบ ด้วยสินเชื่อเคลียร์หนี้แล้ว มักจะหันไปสร้างหนี้เพิ่มอีก เพราะอะไร? เพราะเมื่อบัตรเครดิต ที่คุณเอาสินเชื่อไปใช้หนี้เค้าหมดแล้ว วงเงินบัตรก็จะเหลือเต็มๆ และทีนี้ ก็จะกลายเป็นใจใหญ่ ซึ่งอาจจะกลับมาใช้บัตรเครดิตแบบเดิมอีก ซึ่งอาจจะเริ่มจากจุดที่ว่า เอาบัตรไปรูดผ่อนสินค้า 0% ไม่เป็นไรหรอก เพราะดอกเบี้ย 0% ซึ่งมันเป็นจุดเริ่มต้นของการติดหนี้อีกครั้ง

3เจรจาหนี้กับ บริษัทบัตรเครดิต ก่อนบอกว่ามีเงินไปปิดบัตร

โดยปกติ หากคุณติดหนี้บัตรเครดิต เค้าก็จะคิดจำนวนดอกเบี้ยเต็มๆ เงินต้นเต็มๆ และถ้าคุณไม่ได้เข้าไปเจรจาว่าไม่สามารถจ่ายได้ และไม่ได้ทำให้เค้าเห็นว่า คุณจ่ายไม่ได้ เค้าก็จะชาร์จคุณเต็มอัตรา แต่ถ้าคุณทำให้เค้าเห็นว่า คุณอาจจะเคลียร์หนี้ได้บางส่วน ซึ่งทางบริษัทบัตรเค้าก็อาจจะลดหย่อนให้คุณจ่ายได้ตามจำนวน ดังนั้น อย่าพึ่งให้เค้ารู้ว่า คุณได้สินเชื่อโอนหนี้บัตรมาใช้พร้อมปิดหนี้บัตรเครดิตแล้ว จะได้ได้ อัตราที่ถูกลงอีก

2อย่าโอนหนี้ซ้ำซ้อน ให้เช็คก่อน

บางคนก็หัวใส คือเมื่อโอนหนี้บัตรไปแล้ว หนี้อยู่ที่สินเชื่อบุคคลแล้ว บัตรเครดิตถูกปลดหนี้ทั้งหมด บังเอิญว่ามีอีกธนาคารหนึ่ง เค้ามีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และเป็นสินเชื่อแบบอเนกประสงค์เหมือนกัน ก็จะพยายามโอนหนี้ ไปอีกเจ้า เพื่อไปใช้ดอกเบี้ยโปรโมชั่นอีกเจ้าหนึ่ง แต่การปิดหนี้ของเดิมที่มีอยู่ อาจมีค่าใช้จ่าย ค่าปรับ และนี่คือผลที่อาจตามมา

  • มีหนี้อยู่กับธนาคาร A และไปขอสินเชื่อกับธนาคาร B จะทำให้คะแนนบูโรเสีย
  • ธนาคารอาจเห็นว่ามีหนี้ซ้ำซ้อน เค้าจะมองว่าคุณคือความเสี่ยง และอาจตราหน้าบัญชีนี้ว่าเสี่ยงเกินไป
  • อาจส่งผลเกี่ยวกับเรื่องการเงินในอนาคตเช่น การกู้ซื้อบ้าน หรือซื้อรถ

1อัตราดอกเบี้ยต่ำๆ สำหรับ สินเชื่อปิดหนี้บัตร เฉพาะคนเงินเดือนสูงเท่านั้น

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ความจริงก็คือความจริง คนที่มีเงินเดือนสูง โดยมากแล้ว จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า คนเงินเดือนน้อยๆ อันนี้ไม่ใช่ว่า เค้าจะเอาใจคนรวย และไม่สนคนจน แต่ธนาคารแต่ละธนาคารเค้าก็มีการมองความเสี่ยง ยกตัวอย่างเช่น คนเงินเดือน 100,000 บาท มีบ้านมีรถ มายืมเงินคุณ เปรียบเทียบกับ คนเงินเดือน 15,000 บาท ไม่มีบ้านไม่มีรถ มายืมเงินคุณ คุณจะให้ใครยืมก่อน หากมองในแง่ความสามารถในการจ่ายคืน? แน่นอนว่า คนเงินเดือน 100,000 บาท ก็มีอำนาจในการจ่ายคืนสูงกว่าอยู่แล้ว ดังนั้นความเสี่ยงจึงต่ำกว่า และทำให้ดอกเบี้ยต่ำกว่านั่นเอง