8 เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับ Pico Finance และ พิโกพลัส ก่อนไปกู้เงิน

ads

ปัญหาที่หลายๆประเทศททั่วโลกต้องเจอ เกี่ยวกับการกู้เงินที่ไม่ว่าจะทำอย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไรก็ดูเหมือนจะไม่จบไม่สิ้น นั่นก็คือปัญหาหนี้นอกระบบ ไม่เว้นแต่ในประเทศไทยที่เราเจอปัญหาลักษณะนี้มาเป็นสิบๆปี และหนึ่งในต้นเหตุของปัญหานี้ก็คือ การที่ประชาชนทั่วไปไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายได้ และไม่มีแหล่งเงินทุนสำหรับรายย่อยมาบริการให้ประชาชนที่อยู่ห่างไกล หรือขาดความรู้ ดังนั้นการหาแหล่งเงินทุนสำหรับประชาชนทั่วไปแบบถูกฎหมายอย่าง พิโกไฟแนนซ์ น่าจะเป็นอะไรที่แก้ปัญหาได้ตอบโจทย์ที่สุด

1พิโกไฟแนนซ์ คืออะไร ทำไมควรใช้บริการ?

คำว่า ไฟแนนซ์ เรารู้จักกันแล้ว เพราะมันแปลว่าการเงิน แต่คำว่า pico หล่ะ? แปลว่าอะไร และเมื่อมันมารวมกันจนกลายเป็นคำว่า pico finance มันจะหมายถึงอะไร? จริงๆแล้วคำว่า pico มาจากภาษาอิตาเลียนwiki (Italian) ซึ่งแปลว่าเล็ก และเป็นคำย่อจากคำว่า Piccolo และโดยปกติแล้วจะใช้สำหรับการวัดระยะทางของสิ่งที่มีขนาดเล็ก เช่น 10 พิโกเมตร และ พิโกเป็นหน่วยที่เล็กกว่า นาโน ไมโคร มิลลิเมตร เซนติเมตร และ เดซิ

และเมื่อคำว่า Pico มารวมกันกับ Finance แล้ว ก็จะกลายเป็น “Pico Finance” ซึ่งมีความหมายว่า การกู้ยืมเงินขนาดเล็ก หรือ ถ้าจะแปลให้ถูกก็คือ การกู้ยืมเงินสำหรับรายย่อยมากๆนั่นเอง

ดังนั้น สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ คือสินเชื่อสำหรับรายย่อยระดับจังหวัดภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง และ สศศ มีบริษัทสินเชื่อที่อยู่ภายใต้มากมาย โดยประชาชนต่างจังหวัดจะสามารถเข้าถึงเงินสินเชื่อบุคคลเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งบริษัทที่อยู่ภายใน Pico Finance นั้นจะปล่อยเงินกู้อย่างถูกกฎหมาย และรับเฉพาะลูกค้าที่เป็นคนในพื้นที่ โดยสินเชื่อนั้น จะมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือไม่มีก็ได้ ซึ่ง จะมีข้อดีต่อลูกหนี้ เพราะ จะสามารถกู้เงินแบบถูกฎหมายได้ง่ายกว่าเดิม และการกู้ยืมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อกินใช้ และไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย อ่านต่อ >>

หากจะพูดเป็นภาษาชาวบ้านให้เช้าใจง่ายมากขึ้น พิโกไฟแนนซ์ก็คือ การที่ทางภาครัฐ อนุญาตให้บริษัทรายย่อยที่อยู่ต่างจังหวัด มาเปิดเป็นบริษัทไฟแนนซ์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อปล่อยเงินกู้ให้กับประชาชนทั่วไปได้ โดยมีการควบคุมดอกเบี้ย ไม่ให้สูงเกินตามที่กฎหมายกำหนดนั่นเอง

ดังนั้นการใช้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลกับบริษัทพิโกไฟแนนซ์ ตามจังหวัดต่างๆ จะมีความปลอดภัยในในเชิงของอัตราดอกเบี้ย การคำนวณค่าใช้จ่ายต่างๆ และรวมถึงการทวงหนี้ด้วย ซึ่งพิโกไฟแนนซ์ ปัจจุบัน ถูกแบ่งออกเป็นสองประเภทหลักๆ คือ

  1. พิโกไฟแนนซ์
  2. และ พิโกพลัส

2

หลังๆมามี พิโกพลัส ต่างจาก พิโกไฟแนนซ์ ธรรมดายังไง?

จากข่าวหลายสำนักในช่วงต้นปี 2562 ที่ผ่านมานี้ ทำให้เรารู้ว่า นอกจากพิโกไฟแนนซ์ ธรรมดาแล้ว ยังมี พิโกไฟแนนซ์ พลัส ด้วย ซึ่งความแตกต่างของมันก็คือ วงเงินที่ทางบริษัทไฟแนนซ์เหล่านี้ สามารถอนุมัติให้กับลูกค้าแต่ละรายดังนี้

  1. บริษัทที่เป็นเพียงพิโกไฟแนนซ์ธรรมดา จะสามารถปล่อยกู้ให้ลูกค้าได้รายละไม่เกิน 50,000 บาท
  2. บริษัทที่เป็น พิโกพลัส (pico plus) จะสามารถปล่อยกู้ให้ลูกค้าได้รายละไม่เกิน 100,000 บาท
อ้างอิง: 1359.go.th/picodoc

จะเห็นได้ว่า พิโกพลัส จะสามารถปล่อยเงินกู้ให้กับลูกค้ารายย่อย ได้มากกว่า พิโกไฟแนนซ์ เท่าตัว คืออีก 50,000 บาท เลยทีเดียว

3

กู้ได้เต็มที่เท่าไหร่?

อย่างที่พูดถึงไปในข้อก่อนหน้า การกู้เงินกับบริษัทพิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส จะสามารถปล่อยกู้ได้เต็มที่ไม่เกิน 50,000 บาท และ 100,000 บาท ตามลำดับ อย่างไรก็ดี การกู้เงินกับบริษัทพิโกทั้งหลายไม่จำเป็นต้องกู้เต็ม 50,000 บาท หรือ 100,000 บาท เพราะสามารถกู้ได้ตามต้องการ (ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละบริษัทด้วย) แต่ไม่เกินตามที่กฎหมายกำหนด

4

พิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส เช็คเครดิตหรือไม่?

จากการตรวจสอบ บริษัทพิโกไฟแนนซ์ ในหลายๆ แห่ง ในหลายๆ จังหวัด พบว่า โดยส่วนใหญ่แล้ว ทั้งบริษัทพิโกและพิโกไฟแนนซ์ จะไม่มีการเช็คเครดิตกับทางเครดิตบูโร สาเหตุอาจเป็นเพราะว่า โดยมากแล้ววงเงินต่ำ ที่ 50,000 ถึง 100,000 บาท และบางแห่งจะมีการใช้ หลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่นเดียวกับการ จำนำทะเบียนรถยนต์ด้วยเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ดี การเช็คเครดิตไว้ก่อนการกู้ หรือการทำธุรกรรมทางการเงินใดๆก็ตามเป็นเรื่องที่ดี ซึ่งการเช็คเครดิตก็สามารถทำออนไลน์ได้แล้ว ณ ปัจจุบัน

5

ต้องมีหลักประกัน เช่น เล่มทะเบียนรถหรือเปล่า?

สำหรับสินเชื่ออเนกประสงค์อย่าง พิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส หากถามว่าจะต้องเอาหลักประกันไปค้ำหรือไม่? อันนี้ ขึ้นอยู่กับระเบียบการของบริษัทพิโกแต่ละแห่ง เพราะ กระทรวงการคลังมิได้บังคับให้ต้องมีการค้ำประกันทุกครั้ง แต่ถ้าหากว่าบริษัทพิโกจะเรียกขอหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่นทะเบียนรถยนต์ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน และคาดว่าไม่ได้รับรถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด แต่จะรับทะเบียนรถที่ปลอดภาระแล้วเท่านั้น (หากว่ารับเล่มที่ยังผ่อนไม่หมด จะมีขั้นตอนยุ่งยาก เพราะต้องโอนเงินไปปิดไฟแนนซ์เดิมก่อน และโอนมาบริษัทพิโก ซึ่งคาดว่าคงมีน้อยหรือไม่มีเลยที่จะเปิดบริการลักษณะนี้)

6

พิโก ไฟแนนซ์ VS พิโกพลัส คิดดอกเบี้ยต่างกันมั้ย?

สำหรับการคิดดอกเบี้ย ของ พิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส มีความแตกต่างกันอยู่มาก ในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เนื่องจาก พิโกไฟแนนซ์จะสามารถเรียกเก็บดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 36% ต่อปี และเป็นแบบลดต้นลดดอก แต่สำหรับ พิโกพลัส จะสามารถเก็บได้ 36% และ 28% โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • พิโกไฟแนนซ์ ปล่อยกู้ได้ 50,000 บาท เรียกอัตราดอกเบี้ยได้ 36% ต่อปี แบบลดต้นลดดอก
  • พิโกพลัส ปล่อยกู้ได้ 100,000 บาท แต่ เก็บดอกเบี้ย 50,000 บาท แรกได้ 36% แต่ 50,000 บาท ที่สองจะต้องคิดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกิน 28% ต่อปี และเป็นแบบลดต้นลดดอกทั้งหมด

ดังนั้นการคิดอัตราดอกเบี้ยต่อปี จะมีตัวอย่างดังนี้ 

คิดอัตราดอกเบี้ย 36% ต่อปี (สูงสุด ซึ่งอาจต่ำกว่านี้ก็ได้ แล้วแต่บริษัท) ยืมเงิน 50,000 บาท เวลา 1 ปี

Loan Calculation based on 50K
คำนวณเงินกู้ที่ 50,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 36% ต่อปี โดยมีการกู้ยืม 12 เดือน

อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงหากมีการกู้ยืมในระยะเวลา 1 ปี จะอยู่ที่ 17.09% โดยที่ต้องผ่อนจ่ายคืนเดือนละประมาณ 5,000 บาท ดอกเบี้ยทั้งหมด 1 ปีที่ 10,307 บาท และต้องจ่ายคืนทั้งหมดประมาณ 60,307 บาท

คิดอัตราดอกเบี้ยที่ 28% ต่อปี โดยที่มีการคิดดอกเบี้ยอีก 50,000 บาท หลัง (กรณีกู้ 100,000 บาท) กับบริษัทที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการ pico plus

loan calculation based on 50K pico plus
คำนวณอัตราดอกเบี้ย 28% จากเงินกู้ 50,000 บาท ระยะเวลา 1 ปี

จะเห็นได้ชัดว่าการกู้เพิ่มอีก 50,000 บาทกับพิโกพลัสนั้น จะมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ทำให้ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงต่ำลงไปด้วย ทำให้ จ่ายดอกเบี้ยแค่เพียงประมาณ 8,000 บาท ต่อการกู้ยืม 12 เดือน

อย่างไรก็ดี ดอกเบี้ยสำหรับ พิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัสเป็นอัตราดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก ทำให้ สามารถโปะได้ ผ่อนเกินได้ และทำให้เงินต้นถูกตัดจ่ายได้ในจำนวนที่น้อยลง เป็นผลให้มีดอกเบี้ยที่ต่ำลงทุกๆเดือน แต่อย่างไรก็ดี สำหรับอัตราดอกเบี้ยประเภทนี้ ในตอนต้น ดอกเบี้ยจะสูงกว่าในเดือนแรกๆ เมื่อเทียบกันเดือนหลังๆ ดังนั้นอย่าตกใจ และควรศึกษากติกาก่อนการกู้ยืมทุกครั้ง

อยากลองคำนวณเงินกู้ Pico คลิ๊กที่นี่

7

จะเช็คได้อย่างไร ว่าบริษัทพิโกไฟแนนซ์ไหน ถูกต้องตามกฎหมาย?

เพราะบริษัทพิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส เป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้การควบคุมของ สำนักนโยบายพัฒนาระบบการเงินภาคประชาชน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กระทรวงการคลัง ดังนั้นผู้ที่อยู่ภายใต้การกำกับจะต้องผ่านเกณฑ์ของทางกระทรวง และ แน่นอนว่า ผู้ที่ไปกู้จะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย 100% แต่ จะเช็คได้อย่างไรว่า บริษัทพิโกไฟแนนซ์ หรือ พิโกพลัส นั้นๆ ถูกกฎหมายหล่ะ? สามารถเช็คได้ที่นี่ >>

ซึ่งสถาบันการเงินพิโกไฟแนนซ์ และ พลัส ณ ปัจจุบัน มีเปิดให้บริการมากกว่า 1,000+ แห่ง ทั่วประเทศไทย โดยมีทั้งในกรุงเทพมหานคร

  • ภาคเหนือ เช่น พิษณุโลก แพร่ นครสวรรค์ อุตรดิตถ์ น่าน ลำปาง เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน สุโขทัย อุทัยธานี ตาก
  • ภาคกลาง เช่น ปทุมธานี อยุธยา สมุทรปราการ สมุทรสาคร สระบุรี สุพรรณบุรี ราชบุรี นนทบุรี กาญจนบุรี นครปฐม
  • อีสาน เช่น กาฬสินธุ์ ขอนแก่น โคราช บุรีรัมย์ มหาสารคาม ยโสธร ร้อยเอ็ด สกลนคร สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุดรธานี อุบลราชธานี อำนาจเจริญ ชัยภูมิ หนองคาย หนองบังลำภู เลย
  • ภาพตะวันออก ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี
  • ภาคใต้ ตรัง นครศรีธรรมราช พังงา กรบี่ สงขลา พัทลง สุราษฎร์ธานี

8

บริษัทพิโกไฟแนนซ์แต่ละเจ้า แม้ว่าถูกกฎหมาย แต่จะมั่นคงแค่ไหนกัน?

สำหรับบริษัทที่ประกอบกิจการพิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส อาจเรียได้ว่าเป็นสถาบันการเงินย่อยๆ ระดับจังหวัด ที่จะต้องมีเงินหมุนเวียนในกิจการค่อนข้างสูง ซึ่งต้องมีทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้วสูงตามไปด้วย โดยจะแยกตามลำดับดังนี้

  1. พิโกไฟแนนซ์ มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท และต้องเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว
  2. พิโกพลัส มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท และต้องเป็นทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว

สำหรับคนที่สงสัยว่า ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว และยังไม่ชำระต่างกันอย่างไร? โดยปกติการจัดตั้งบริษัท จะต้องมีทุนจดทะเบียนเช่น 1 ล้านบาท แต่ หุ้นส่วนหรือกรรมการ อาจยังไม่มีเงินลงทุนมากขนาด 1 ล้านบาทได้ จึงชำระไว้ แค่ส่วนหนึ่งก่อน นั่นแปลว่าเงินส่วนหนึ่งจะเป็นเงินจริงๆ ที่ลงไปในบริษัท เพื่อเป็นเงินหมุนในการทำกิจการ และสำหรับ พิโกไฟแนนซ์ และ พิโกพลัส เมื่อมีการจดทะเบียนที่ 5 ล้าน หรือ 10 ล้านบาท จะต้องมีเงินจากกรรมการ หรือหุ้นส่วนลงไปในบริษัทจริงๆ ในจำนวนนั้น (คือชำระแล้ว) สำหรับผู้ที่ยังสงสัย สามารถอ่านรายละเอียดเกี่ยวกับการชำระทุนจดทะเบียนได้ที่นี่ 


มาเช็คตัวเองกันว่า คุณเหมาะกับผลิตภัณฑ์ทางการเงินตัวไหน? >>

อ่านต่อ:

จะปลดหนี้ได้ยังไง? – 5 อย่างที่คุณควร รีไฟแนนซ์ ในปี 2562 นี้