ads

แย่แล้ว..ราคารถ ต่ำกว่าที่เป็นหนี้ไฟแนนซ์

ค่างวดรถ ก็คือการผ่อนรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์มือหนึ่งหรือมือสอง ก็ตาม และเป็นเพราะว่า เราได้ทำการซื้อรถยนต์คันนั้นๆมา โดยการจัดไฟแนนซ์ บางคนเคลียร์หนี้ทุกอย่างหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลหรือหนี้บัตรเครดิต แต่ หนี้รถยนต์ เป็นหนี้ก้อนเดียวที่ยังอยู่ในสารระบบ และต้องการเคลียร์หนี้ให้ได้ ผ่อนให้หมดเร็วๆ แต่ที่ปวดใจมากๆ เลยก็คือ มาพบว่า ราคาของรถยนต์ของตัวเองที่ซื้อมานั้น ต่ำกว่า ที่เป็นหนี้ไฟแนนซ์อยู่ซะอีก จะขายก็ขาดทุน แถมยังต้องผ่อนต่อไฟแนนซ์ จะต้องทำอย่างไรดี? คำตอบก็คือ มันคือการปิดหนี้รถยนต์ ที่ยังผ่อนไม่หมด ให้เร็วที่สุด นั่นเอง

คำถามคือ จะปิดหนี้รถยังไงให้เร็วกว่าเดิม? 

การที่รถยนต์ที่ซื้อมา เริ่มมีมูลค่าถดถอยลง เมื่อเทียบกับราคากลาง เนื่องจากค่าเสื่อม และจากหลายปัจจัยอื่นๆ เช่น เรื่องของราคาตลาด มีรถยนต์รุ่นใหม่ ใน Class เดียวกันออกมาใหม่ ทำให้ราคาของเดิมร่วงลง และอีกหลายร้อยเหตุผล วิธีการที่ดีที่สุดก็คือ พยายามลดดอกเบี้ยให้ได้เร็วที่สุด หรือ แม้กระทั่งปิดหนี้ไฟแนนซ์ให้เร็วที่สุด และนี่คือคำตอบทั้ง 6 ข้อ

1จ่ายค่างวดรถ ครึ่งหนึ่ง ทุกๆ 2 สัปดาห์ 

หลายคนสงสัยว่า ทำไมต้องจ่ายค่างวดรถบ่อยๆ ? แล้วการที่จ่ายค่างวดรถบ่อยๆ มันจะคุ้มกับค่าธรรมเนียมการจ่ายหรือเปล่า?

การจ่ายค่างวดรถ ทุกๆ 2 สัปดาห์ ใน 1 ปี จะทำให้เพิ่มจำนวนครั้งในการจ่ายจากเดิม ปีละ 12 ครั้ง เป็น 24 ครั้ง เงินที่จ่ายออกไปทุกๆครั้งจะไปตัดเงินต้น และดอกเบี้ย ในจำนวนเงินเท่าเดิม ทำให้เงินต้นลดลง เป็นผลที่ทำให้ อัตราดอกเบี้ยลดลงกว่าเดิมทุกๆ 2 สัปดาห์ ตัวอย่างเช่น

ติดหนี้ไฟแนนซ์อยู่ 200,000 บาท ค่างวดรถเดือนละ 5,000 บาท (สมมติ) หากการจ่ายปกติ เดือนละ 5,000 บาท จะเป็นลักษณะนี้

จ่าย 5,000 บาท เมื่อไฟแนนซ์ได้รับเงิน ก็จะไปหักเงินต้นส่วนหนึ่ง และดอกเบี้ยเหลือที่ต้องจ่ายอีก 195,000 บาท และไฟแนนซ์ก็จะเอาเงิน 195,000 ไปคิดดอกเบี้ยในเดือนถัดไป

แต่ถ้าจ่าย 2,500 บาท ทุกๆ ครึ่งเดือน จะเป็นลักษณะ นี้

ถ้าจ่ายไฟแนนซ์ เดือนละ 2 ครั้ง คือ ครั้งแรกต้นเดือนที่ 2,500 บาท เงินต้นก็จะเหลือที่ 192,500 พอหลังจากนั้นสองอาทิตย์ ก็จ่ายอีก 2,500 บาท ในระหว่าง 2 อาทิตย์นี้ ดอกเบี้ยจะเดินที่มูลค่าเงินต้นที่ 192,500 บาท (ไม่ใช่ 200,000 บาท) ซึ่งจะเป็นการคิดดอกเบี้ยในเงินต้นที่ต่ำกว่านั่นเอง

อย่างไรก็ดี บางบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ในประเทศไทย 
อาจไม่ได้มีการลดดอกเบี้ยให้ทุกครั้ง
เนื่องจากดอกเบี้ยมีการหารเท่าไปแล้วทุกๆเดือน ดังนั้น
ควรเช็คกับบริษัทไฟแนนซ์ก่อนการจ่าย 2 ครั้งใน 1 เดือน 

2

หากไม่มีเงินปิด จ่ายเกินยอดค่างวด ทุกครั้งที่มีโอกาส 

นอกจากจะจ่ายค่างวดให้ตรงแล้ว และจา่ยสองครั้งใน 1 เดือนแล้ว หากบริษัทไฟแนนซ์รถยนต์อนุญาตให้เราจ่ายเกินค่างวดได้ โดยดอกเบี้ยจะลดลงทุกครั้ง และไม่ได้หารเฉลี่ยทุกเดือน เราก็ควรที่จะจ่ายค่างวดให้มียอดมากกว่าที่จ่ายอยู่ ยกตัวอย่างเช่น อาจจ่ายค่างวดรถอยู่ 15,000 บาท ต่อเดือน หากเดือนไหนมีตังค์เยอะ ก็จ่ายไปซัก 17,000 หรือ 20,000 บาท ก็ได้ เช่นเดียวกัน ซึ่งมันจะทำให้ระยะเวลาการผ่อนรถลดลง (เนื่องจากเงินต้นลดลง ดอกเบี้ยลดลง) ทำให้ผ่อนหมดเร็วกว่าเดิมได้

3

โปะหนักๆ ปีละ 1 ครั้ง

ไม่สำคัญว่าทำช่วงไหนของปี แต่สำคัญว่าควรต้องทำอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และไม่จำเป็นต้องเป็นเงินก้อนใหญ่มาก ซึ่งอาจจะนำเอาเงินที่ถูกหวย หรือ ได้กำไรจากการขายของเล็กๆน้อยๆ มาโปะค่ารถ ก็จะทำให้ลดเงินต้น และลดดอกเบี้ยได้ในที่สุด โดยจำนวนเงินอาจเป็นหลักหมื่นบาท หรือ หลักพันบาทก็ได้เช่นเดียวกัน

4

ไม่ควรจ่ายช้า และควรจ่ายให้ตรง

คิดว่ารายได้ ของไฟแนนซ์มาจากดอกเบี้ยอย่างเดียวหรือเปล่า? ธนาคารหรือสถาบันการเงินเค้ามีรายได้หลายทางมาก และ ค่าธรรมเนียม ค่าปรับ เป็นหนึ่งในรายได้ที่ค่อนข้างใหญ่ของทางธนาคารเค้า ซึ่งเมื่อมีการผิดนัดชำระหนี้ จ่ายช้า หรือไม่ได้จ่าย ก็ทำให้มีค่าปรับ ค่าทวงถามหนี้ อย่างน้อยๆ ต้องเป็นหลักร้อยบาท เค้าไปแล้ว และยังทำให้มีการคิดดอกเบี้ยแบบผิดนัดชำระหนี้อีก หากไม่ได้ทำทั้งสอง

5

รีไฟแนนซ์รถยนต์ หาเจ้าใหม่ดอกเบี้ยถูกกว่าเดิม 

การรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้นจะคุ้มค่าก็ต่อเมื่อ เจ้าของรถ หาดอกเบี้ยได้ถูกกว่า และ จ่ายค่างวดได้สูงกว่าเดิมเท่านั้น เพราะการรีไฟแนนซ์หมายถึง การย้ายเจ้าหนี้ ซึ่งในเบื้องต้นจะไม่ได้ทำให้เงินต้นลดลง แต่อัตราดอกเบี้ยจะลดลงกว่าเดิมเท่านั้น

6

หาสินเชื่อส่วนบุคคล ที่มีดอกเบี้ยต่ำกว่ามาปิดหนี้รถ

จริงๆแล้ว คล้ายๆกันกับข้อ 5 นั่นแหละ เพียงแต่เปลี่ยนจากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ มาเป็น การใช้สินเชื่อส่วนบุคคลแทน และ เป็นการย้ายเจ้าหนี้เช่นเดียวกัน สินเชื่อส่วนบุคคล หากผู้กู้มีเงินเดือนที่สูง จะได้รับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า และในบางครั้งอาจต่ำกว่า สำหรับผู้ที่สงสัยว่ามันทำได้อย่างไร? สามารถอ่านต่อได้ที่ >> ปิดหนี้รถยนต์ ด้วยสินเชื่อส่วนบุคคล

7

ต่อรองกับบริษัทไฟแนนซ์เดิม

จริงๆแล้ว นี่อาจเป็นอีกวิธีที่ดีที่สุดในการผ่อนรถให้หมดเร็ว โดยที่ไม่ต้องย้ายไฟแนนซ์ หรือ กู้เงินมาโปะเพิ่มแต่อย่างใด เพียงแค่ เข้าไปคุยกับบริษัทไฟแนนซ์เดิม ในเรื่องของการลดอัตราดอกเบี้ย หรือ แม้กระทั่งการร่นระยะเวลาในการผ่อนโดยการเพิ่มค่างวดในแต่ละเดือนทำให้สามารถผ่อนได้หมดเร็ซกว่าเดิมได้อีกด้วย

อ่านต่อ