ads

การที่จะมีสมาชิกเพิ่มเข้ามาในบ้าน แน่นอนว่าไม่ใช่คุยกันถึงแต่เรื่องความน่ารักของเด็ก โรงเรียน อาหารการกิน ฝากครรภ์  แต่สิ่งที่จะต้องพูดถึงอีกอย่างหนึ่งก็คือเรื่องของ “การเงิน” หรือ Finance นั่นเอง

ซึ่งถึงแม้ว่าหากครอบครัวหนึ่งๆ พ่อแม่จะมีรายได้เป็นหลักแสนบาทต่อเดือนก็ตาม แต่อะไรก็ไม่ยั่งยืน การเงิน พลิกผันได้ทุกเมื่อ และการวางแผนทางการเงินนั้นเป็นสิ่งจำเป็นพอๆกันกับการมีเจ้าตัวน้อย เพราะนั่นคือกาารกำหนดอนาคตของลูกไปถึงหลานเลยทีเดียว เพราะการเงินอาจเป็นปัจจัยหลักๆที่จะกำหนดว่า ลูกหลานจะกินดี อยู่ดี หรือไม่ จะใส่เสื้อผ้าอะไร จะเข้าโรงเรียนอะไร สังคมจะเป็นแบบไหน ฯลฯ

และหลายคนหากพูดถึงการวางแผนทางการเงินเกี่ยวกับลูกแล้ว อาจเบือนหน้าหนีความจริง แต่จริงๆแล้ว ความจริงก็คือ การตัดสินใจเรื่องเงินๆทองๆ ก่อนการมีลูก และหลังจากลูกออกมาลืมตาดูโลกแล้ว และเป็นอะไรที่หนีไม่ได้เลยทีเดียว และนี่คือ 7 หัวข้อที่จะต้องคุยกัน ระหว่างสามี ภรรยา เกี่ยวกับการเงินก่อนการมีลูก

การใช้จ่ายในปีแรกของการตั้งครรภ์ ถึงตอนลูกคลอดจะเป็นยังไง?

ต้องบอกว่าสมัยนี้ ไม่เหมือนกับแต่ก่อน เงิน เป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต และแน่นอนว่าปัจจัยสำคัญสำหรับการมีลูกไปแล้ว และค่าใช้จ่ายในปี แรก หรือ 12 เดือนแรกเมื่อตรวจพบว่ามีอีกชีวิตกำเนิดขึ้นมาแล้วในครรภ์มารดา นั้น ค่อนข้างสูงมาก เริ่มต้นตั้งแต่การฝากครรภ์กับโรงพยาบาล การตรวจเช็ค อัลตร้าซาวด์ อาหารการกิน เสื้อผ้า ครีมบำรุง ฯลฯ ค่าใช้จ่ายสูงมาก จนมาสูงที่สุด ตอนซื้อ package คลอดลูก และหากมีความผิดปกติค่าใช้จ่ายยิ่งจะสูงขึ้นไปอีกหลายเท่าตัวเลยทีเดียว ดังนั้นใน 12 เดือนแรกเมื่อพบว่ามีลูกน้อยมากำเนิด จะมีค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดฝันตามมา ควรศึกษาและปรึกษาพูดคุยกันให้ถี่ถ้วน

จะใช้ผลิตภัณฑ์ทางการเงินอะไร มาตัดค่าใช้จ่าย หรือมาช่วยค่าใช้จ่ายได้บ้าง?

ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มีเช่น บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หรือสินเชื่อ แต่โดยมากแล้ว ในต่างประเทศ การมีบัตรเครดิต ที่เหมาะสมกับสถานการณ์แบบนี้ นั้นกลายเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บัตรเครดิตโรงพยาบาล หรือ บัตรเครดิตประเภท Cashback ที่มี Rewards ค่อนข้างสูง

บัตรเครดิตที่ใช้ในโรงพยาบาลจะช่วย “Save Cost” ในการไปตรวจแต่ละครั้ง ลดค่ายา และท้ายที่สุด สามารถ Upgrade ห้องพักฟื้นหลักคลอดได้ และยังสามารถใช้ในการจ่ายค่ารักษาโดยมีคะแนนสะสม ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ ในการแลกของต่างๆให้ลูกน้อยได้ด้วย และสำหรับบัตร Cashback ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นเงินคืน อย่างน้อยๆ ก็ใช้่สำหรับเพื่อให้มีเงินกลับคืนเข้ามาในบัญชีได้มากขึ้น เร็วขึ้น ทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

สามารถจ่ายค่าพี่เลี้ยงได้หรือไม่?

ถามว่าเงินกับเวลา ตอนเลี้ยงลูกแบเบาะ อะไรสำคัญที่สุด? คำตอบคือพอๆกัน หากคุณมีเงินก็จะสามารถจ้างผู้มาช่วยดูแลลูกน้อยได้ แต่ถ้าไม่มีคุณก็จะต้องเลี้ยงเองหรือพึ่งญาติ แต่ถ้าคุณสามารถมีเงินเพียงพอที่จะจ้างวาน ผู้ช่วยเลี้ยง คุณก็จะมีเวลาไปทำอะไรอย่างอื่นๆได้ และเหมาะกับพ่อแม่ที่ค่อนข้างยุ่ง ธุรกิจรัดตัว ซึ่งจะทำให้งานเดินต่อได้ แม้ว่าจะไม่ราบรื่นเท่ากับตอนไม่มีลูกก็ตาม ซึ่งค่าจ้างที่เหมาะสมกับพี่เลี้ยงเด็กจากประสบการณ์ก็คือ ประมาณ 15,000 – 20,000 บาทต่อเดือน ต้องมานั่งคุยกันว่า พี่เลี้ยงเด็กจะเป็นหนึ่งในแผนทางการเงินที่ควรจ่ายหรือไม่?

ราคาสินค้าเด็ก แหล่งซื้อ การวางแผนการซื้อ 

ใครบอกว่าของยิ่งเล็กยิ่งราคาถูก? ของเล่นเด็ก เสื้อผ้าเด็ก แต่ละยี่ห้อนั้น ถ้าไม่ได้ซื้อตามตลาดนัด ก็มีราคาแพงมาก เสื้อตัวเล็กๆ ราคาหลักพัน สินค้าเด็กทุกประเภท ก็มีราคาสูงมาก การวางแผนทางการเงิน คุณอาจต้องหย่อน Budget ลงไปในหมวดหมู่นี้ด้วย ซึ่งอาจกินพื้นที่การเงินของคุณไม่ควรเกิน 5% ของ ทุนการเลี้ยงลูกทั้งหมดที่มี เพราะของเหล่านี้ เป็นของที่ใช้ได้เพียงไม่นานและก็หยุดใช้งาน แต่ก็เป็นของสิ้นเปลืองที่ขาดไม่ได้ เพราะยกตัวอย่างของเล่นเสริมพัฒนาการ ก็จำเป็นต้องมีไว้ แต่ก็เล่นได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น

การวางแผนการซื้อของเหล่านี้ แนะนำให้ซื้อในงานลดราคา อย่าง Baby Best Buy หรือ จากช่องทางออนไลน์ ที่ชอบมีงาน ลดราคาสินเค้าเด็ก จะได้ราคาถูกลง และต้องวางแผนให้ไกล อย่าซื้อของที่ยังไม่ต้องใช้ (ยังไม่ถึงอายุ) ให้ดูนิสัยความชอบลูกของตัวเองก่อนตอนโตขึ้นมาระดับหนึ่ง

พาลูกเที่ยวต่างจังหวัด? ต่างประเทศ? มีเงินพอหรือเปล่า?

การพาลูกเที่ยวเป็นสิ่งที่ดี และเป็นสิ่งที่ทุกบ้านต้องมีอย่างน้อยๆ ปีละครั้ง ถึง 2 ครั้งเลยทีเดียว การเดินทางพร้อมลูกน้อย แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายแพงกว่า การเดินทางแบบหนุ่มสาว เพราะโรงแรมต้องเอื้อต่อการเลี้ยงเด็ก ต้องสะดวก ร้านอาหารต้องดี ฯลฯ อีกหลายปัจจัยที่ควรนั่งคุยกันว่า จะตั้ง งบประมาณเหล่านี้ในระดับไหน และที่สำคัญเที่ยวที่ไหน ราคาเท่าไหร่ มีประโยชน์กับลูกมั้ย? เราจะเห็นได้ว่า บางธนาคารมี แคมเปญ สินเชื่อสำหรับท่องเที่ยว ออกมา นั่นแปลว่า หลายบ้านไม่ได้มีการวางแผนกันล่วงหน้า และมีความอยากเที่ยว แม้ว่าจะไม่ได้มี Budget ในส่วนนี้ก็ตาม

เข้าโรงเรียน Inter? English Program? โรงเรียนธรรมดา ตังค์ถึงมั้ย?

ปีแรกอาจถึง แต่ถ้าตกงานหล่ะ? เศรษฐกิจไม่ดีหล่ะ? ใครจะจ่าย? ต้องกู้หนี้ืยืมสินเหรอ? การวางแผน การศึกษาลูก นั้นเป็นสิ่งสำคัญ จำเป็นหรือไม่ที่จะต้องเข้าโรงเรียนแพงๆ ต้องได้ accent ภาษาอังกฤษที่ดี ต้องเหมือนเจ้าของภาษาหรือเปล่า? ถ้าไม่เหมือนจบการศึกษาไป หางานทำได้มั้ย? โรงเรียนดีจริงหรือเปล่า? ถ้าไม่ได้ หาเรียนภาษาเสริมได้มั้ย? และที่สำคัญ โรงเรียนที่โฆษณาว่า Perfect หมดทุกอย่าง ค่าเทอมกระฉูดมากถึง 500,000 บาท ต่อเทอม คือ เกิน 1 ล้านบาทต่อปี ไหวหรือไม่? สามี และ ภรรยา ควรนั่งจับเข่าคุยกัน และ กำหนด direction ให้ชัดเจน และอย่า “เกินตัว” จนเกินไป เพราะเด็กจะเก่งหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโรงเรียน แต่ขึ้นอยู่กับ ความสนใจของเด็ก พรสวรรค์ ฯลฯ และปัจจัยอื่นๆอีกมากมาย

ถ้าลูกเกิดมา เป็นเด็กพิเศษ ค่าใช้จ่ายสูงกว่าเดิมมาก

หากเด็กที่เกิดมามีความผิดปกติ นั่นคือจุดที่ต้องคิดแล้ว ว่าต้องใช้เงินในค่ารักษามากกว่าเดิมหลายเท่า สิ่งนี้ถึงแม้ว่าไม่อยากพูดถึงกัน แต่ควรต้องมียกประเด็นนี้ขึ้นมาพูดซักครั้ง เพราะจะได้รู้ว่า การเงินของครอบครัว เอื้อต่อเรื่องนี้ด้วยหรือไม่?

คำแนะนำจากคุณแม่นักผู้ถนัดเรื่องการเงิน : การตัดสินใจเรื่องการวางแผนการเงินของครอบครัวก่อนการมีลูกนั้น เป็นอะไรที่ซับซ้อนแต่ก็ไม่ได้ยากจนเกินกว่าการคาดคะเนได้ แม้ว่าการวางแผน อาจคลาดเคลื่นเปลี่ยนไปตามสถานการณ์แต่ยังปลอดภัยกว่าที่ไม่ได้มีการวางแผนใดๆเลย สุดท้ายการวางแผนการเงินไม่ได้แปลว่า หากแผนออกมาไม่ดี หรือดูแล้วไม่น่าจะเป็นไปได้ จะทำให้ครอบครัวเปลี่ยนใจในการที่จะไม่มีลูกน้อย แต่มันทำให้คุณเตรียมตัวและระวังมากกว่าเดิม

เช็คสินเชื่อและผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ก่อนการมีลูก >> https://promotions.co.th/money