ads

เมื่อรถยนต์ป้ายแดง หรือ มือสองคันหนึ่งที่ชอบมากเป็นสิ่งที่หอมหวลที่สุดหากได้มันมาจอดไว้ที่บ้าน กลิ่นใหม่ของเบาะหนัง และรูปทรงรถยนต์ ที่ชอบ เป็นอะไรที่เกินหักห้ามใจ และ ไม่ว่าการซื้อรถมือหนึ่ง หรือ มือสอง นั้นเป็นอะไรที่ทุกๆครอบครัว ต้องการนอกเหนือจากการซื้อบ้าน ไม่ว่าจะเป็นประเทศไหนก็ตาม

ใครจะบอกเทคนิค? ในเมื่อธุรกิจเค้ามีดอกเบี้ยเป็นรายได้?

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

ดังนั้นเราจะเห็นรายจ่ายเกี่ยวกับรถยนต์ของแต่ละบ้าน และกลายเป็นเรื่องปกติในการผ่อนรถไปแล้ว โดยที่ แต่ละบ้านนั้นจะมีระยะเวลาการผ่อนรถตั้งแต่ 3 ปี ขึ้นไป จนถึง 5-7 ปีเลยทีเดียว และค่ายรถยนต์ก็จะมีโปรโมชั่นหรือเทคนิคการผ่อนจ่ายค่างวดรถ เช่นพวกผ่อนแบบบอลลูน หรือ ฟรีดาวน์ ฯลฯ เพื่อให้คนที่มีรายได้น้อยมีโอกาสได้ซื้อรถยนต์กันมากขึ้น

สาเหตุนี้ ทำให้ ธนาคารแห่งประเทศไทยเริ่มออกกฎคุมสินเชื่อรถยนต์ เพราะเราจะเห็นได้ว่า หนี้จากสินเชื่อรถยนต์นั้นพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆปี ซึ่งหลายคนก็พยายามผ่อนรถให้หมดเร็วที่สุด แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้ง่ายอย่างที่พูด เพราะสินเชื่อรถยนต์นั้น มักจะมีดอกเบี้ยหารเฉลี่ยทุกๆเดือนอยู่แล้ว ซึ่งไม่ว่าจะโปะด้วยเงินก้อน ก็จะเสียดอกเบี้ยเท่าเดิมอยู่ดี แต่บริษัทไฟแนนซ์บางแห่ง ก็อนุญาตให้ปิดบัญชีหนี้ก่อนได้ ซึ่งก็อาจจะมีค่าปรับ หรือการลดดอกเบี้ยที่อาจไม่คุ้มค่าเอาซะเลย

ดังนั้นจึงเป็นการดีสำหรับเรา ที่จะเผยแพร่ข้อมูลที่น่าจะเป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังผ่อนรถอยู่ ซึ่งไม่ว่าจะเป็นมือหนึ่ง หรือ มือสอง เทคนิค หรือ วิธีใดวิธีหนึ่งเหล่านี้ จะช่วยให้ประหยัดค่างวด ค่าประกันรถ หรือแม้แต่ทำให้ผ่อนรถหมดเร็วกว่าเดิมได้หลายเท่าเลยทีเดียว

มาทำความเข้าใจตัวที่ทำให้ผ่อนรถหมดช้า ดอกเบี้ยแบบ Pre-Computed

คำถามคือ ทำไมผ่อนรถให้หมดเร็วๆ มันยากจัง? คำตอบง่ายๆ ก็คือ เพราะมันมีดอกเบี้ยที่เป็นแบบ Compound Interest หรือ แบบทบต้นทบดอก อย่างไรก็ดี บางเจ้าเค้าก็ใช้แค่การคิดดอกเบี้ยธรรมดา (Non-compound) หรือ ที่เรียกว่า Simple Interest แต่ว่าหาได้น้อยมาก

การคิดดอกเบี้ยแบบทบต้นนั้น ทางสถาบันการเงินจะคิดดอกเบี้ยจาก เงินต้น คือราคารถยนต์ รวมถึงดอกเบี้ยคงค้างด้วย ทำให้ต้องมีการยืดระยะเวลาการผ่อนจ่าย ยาวไปถึง 6-7 ปี ในปัจจุบัน (สามารถทดลองคิดดอกเบี้ย Compound ได้ที่นี่ >> คำนวณสินเชื่อรถยนต์)

ที่ซ้ำร้ายไปกว่านั้น ดอกเบี้ยที่ทำให้ผู้ซื้อรถเสียประโยชน์มากที่สุด นั่นก็คือดอกเบี้ยแบบ Pre-Computed ซึ่งเป็นการคิดดอกเบี้ยล่วงหน้า ซึ่งจะได้ เงินต้น + ดอกเบี้ยมา แล้วจะหารเฉลี่ยทุกๆเดือน ซึ่งจะเป็นรูปแบบที่ ไม่ว่าจะจ่ายค่างวดเกินไปเท่าไหร่ ก็จะไม่ได้ไปตัดเงินต้น แต่จะเก็บเงินส่วนเกินที่จ่ายมา ไปหักค่างวดเดือนถัดไปนั่นเอง

จ่ายค่างวดรถ ไปตัดเงินต้นอย่างเดียวได้มั้ย? ดอกเบี้ยจะได้ไม่สูงมาก

บริษัทไฟแนนซ์บางเจ้าในไทย จะให้เราสามารถจ่ายเงินค่างวดรถ เพื่อไปตัดเงินต้นเพียงอย่างเดียวได้ แต่โดยมากแล้ว 99.99% จะไม่ยอมให้ไปตัดเงินต้นอย่างเดียว เนื่องจากบริษัทไฟแนนซ์ เสียผลประโยชน์ เพราะหากตัดเงินต้นเพียงอย่างเดียว เงินต้นที่เหลือจะน้อยลงเพื่อไปคิดดอกเบี้ยเพิ่มไม่ได้ นั่นเอง

คำถามคือ แล้วถ้าหากว่า เราไม่สามารถจ่ายค่างวดรถเพื่อตัดเงินต้นเพียงอย่างเดียว จะสามารถทำอะไรได้บ้าง เพื่อที่จะประหยัดได้มากขึ้น? คำตอบของปัญหานี้ก็คือ การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ ที่ยังผ่อนไม่หมด (จัดไฟแนนซ์ตอนต้นก่อน แล้วมารีไฟแนนซ์อีกที)

ในการณ์นี้ มีบริษัทไฟแนนซ์ หลายบริษัท ที่รับ รีไฟแนนซ์รถยนต์ เพื่อทำให้ ดอกเบี้ยถูกลง หรือ ทำให้ยืดระยะเวลาผ่อนจ่าย ทำให้ค่างวดต่ำลง พอที่จะผ่อนได้ยาวขึ้นนั่นเอง


วิธีที่จะช่วยให้ “รถ” “ลด” เงินในกระเป๋าน้อยที่สุด 5 วิธี 

ในเมื่อตอนนี้ทุกคนเข้าใจกันแล้ว ว่าทำไมการผ่อนรถให้มันหมดเร็วๆ มันยากขนาดนั้น และเข้าใจการทำงานของดอกเบี้ยกันเรียบร้อยแล้ว เราจึงรวบรวมเทคนิค หรือ วิธีที่คอยเสริม ให้ผ่อนรถยนต์หมดเร็วที่สุด เพื่อเก็บเงินที่ประหยัดได้ เอาไปใช้จ่ายอย่างหรือ หรือนำไปลงทุนในเรื่องอื่นๆแทน

1ต่อรองกับไฟแนนซ์ เรื่องการจ่ายค่าดอกเบี้ย เปลี่ยนความคิดซะใหม่! (กรณี ยังไม่ได้ซื้อรถ)

จัดไฟแนนซ์ผ่าน ทุกคน Happy กันหมด และพุ่งเป้าความสนใจไปที่รถที่ตัวเองอยากได้ จนลืมถามไฟแนนซ์ ลืมต่อรอง ซึ่งหลายคนอาจรู้สึกไปเลยว่า เป็นหนี้บุญคุณ บริษัทไฟแนนซ์ เจ้านี้ ที่ทำให้เราผ่านไฟแนนซ์ได้

แต่จริงๆแล้ว การจัดไฟแนนซ์ผ่าน เราเป็นลูกค้า ที่จะทำรายได้ให้เค้าเพิ่ม ไม่ใช่เค้าเอาเงินมาให้เรา (เพราะเงินเป็นสินค้าตัวหนึ่งของเค้า) และ บริษัทไฟแนนซ์ ไม่ได้หาลูกค้าอย่างคนที่จัดไฟแนนซ์ผ่านได้ง่ายๆ และก่อนที่จะเซ็นต์เอกสารไฟแนนซ์ใดๆก็ตาม ให้โทรคุยกับทางบริษัทก่อนเลยเป็นอันดับแรก

เมื่อติดต่อไฟแนนซ์ได้แล้ว ให้คุยขอลดอัตราดอกเบี้ยก่อนเลยเป็นอันดับแรก  ซึ่งแน่นอนว่า ส่วนใหญ่ไม่มีที่ไหนยอมเจรจาด้วย ซึ่งเค้าก็จะพูดเหมือนๆกันว่า “อันนี้เป็น ดอกเบี้ยที่ถูกที่สุดแล้วครับ” แต่อย่ายอมแพ้ ให้ ต่อรองเรื่อยๆจนกว่าเค้าจะยอม และอาจให้ผู้ขายรถให้เราช่วยกดดันให้ด้วย เนื่องจาก หากว่าผู้ขายเป็นคนเอาไฟแนนซ์มาให้เรา ให้รู้ไว้เลยว่า เค้าได้ค่าคอมมิชชั่น คันละหลักพัน ถึงหลักหมื่นบาท และเค้าต้องช่วยให้จัดให้ผ่าน ให้ได้ 

หากว่าเค้าไม่ยอมจริงๆ ให้ยกหู โทรหา บริษัทไฟแนนซ์เจ้าอื่นๆ เพื่อสอบถามอัตราดอกเบี้ย ที่จะเอามาเปรียบเทียบกัน เพื่อหาให้ได้ว่า ดอกเบี้ยเจ้าไหนถูกที่สุด หรือเปรียบเทียบดอกเบี้ยไฟแนนซ์รถ ออนไลน์ ก็ได้เช่นเดียวกัน

2

รีไฟแนนซ์ หาที่ใหม่ ที่ให้ดอกเบี้ยดีกว่า (กรณี ซื้อรถไปแล้ว)

อย่าคิดว่า จัดไฟแนนซ์ไปแล้ว เจอดอกเบี้ยแพงๆไปแล้ว จะไม่สามารถกลับตัวได้ การรีไฟแนนซ์รถยนต์ เพื่อที่จะทำให้ดอกเบี้ยถูกกว่านั้นเป็นที่นิยมมากขึ้นสำหรับคนไทย เพราะการศึกษาข้อมูลในอินเตอร์เน็ต และความรู้จากเพื่อนๆ ทำให้เรารู้ว่า การรีไฟแนนซ์รถยนต์ ทำให้รถผ่อนหมดเร็วได้

ดังนั้น ทุกคนสามารถหาบริษัทที่รับรีไฟแนนซ์รถยนต์ ได้หลังจากการผ่อนมาระยะหนึ่งแล้ว (มากกว่า 50% เช่น ผ่อนรถ 6 ปี ควรผ่อนมาแล้วอย่างน้อย 3 ปี) อย่างไรก็ดี การ รีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ถูกต้อง ไม่ควรลดค่างวด และไม่ควรยืดระยะเวลาการผ่อน ยกตัวอย่างเช่น หากผ่อนมาเหลืออีก 3 ปี แล้วรีไฟแนนซ์รถ ให้เลือกผ่อนอีก 3 ปี หรือ 2 ปี เพื่อที่จะจ่ายแพงกว่า แต่ในดอกเบี้ยที่ต่ำกว่านั่นเอง

3

จ่ายค่างวด เดือนละ 2 ครั้ง (ในกรณีที่เป็นแบบลดต้นลดดอก)

การจ่ายค่างวด คนทั่วไป ก็จะจ่ายครั้งเดียวหลังจากเงินเดือนออก แต่บางคนที่เค้ารับเงินเดือน ทุกครึ่งเดือน ก็มีเทคนิคที่จะจ่ายนค่างวดรถ และทำให้ดอกเบี้ยถูกลงได้ หากเจอดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอก เพราะเมื่อจ่ายต้นเดือนทีนึง เงินที่จ่ายจะไปตัดต้นและดอก ทำให้กลางเดือน มีต้นที่ถูกนำไปคิดน้อยลง ทำให้ดอกน้อยลงตามไปด้วย นั่นเอง

มันคือการจ่ายค่างวดรถ ทุกๆ 2 สัปดาห์ ให้เข้าใจง่ายๆ และจะสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้ทุกๆ 2 สัปดาห์อีกด้วย

4

ไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำประกันรถ กับบริษัทไฟแนนซ์ (แพงมากๆ)

ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์มือหนึ่ง หรือ มือสอง หากซื้อมาระยะหนึ่งแล้ว บริษัทไฟแนนซ์ เค้าก็จะติดต่อมาทุกปี เพื่อเก็บค่าเบี้ยประกันรถยนต์ ซึ่งหากใครไม่ฉุกคิด หรือ ปล่อยผ่านไป ขอให้รู้ไว้เลยว่า ค่าประกันรถที่ทำ ไม่ว่าจะเป็นชั้น 1 หรือ ชั้น 2 ที่กำลังจ่ายอยู่นั้นแพงกว่า ราคาตลาด 100% เพราะ บริษัทไฟแนนซ์ จะเป็นนายหน้าขายประกันรถอีกทีหนึ่ง และจะต่อประกันให้เราอัติโนมัติ ในค่าเบี้ยที่สูงกว่าตลาด

วิธีที่ฉลาดก็คือ โทรไปหาบริษัทไฟแนนซ์ก่อน ว่าปีนี้จะดูเรื่องประกันเอง และ ทดลองไปเปรียบเทียบราคาประกันรถยนต์ออนไลน์ หรือติดต่อ Broker (เช่น TQM) เพื่อที่จะขอดูเบี้ยประกันที่ถูกลงได้ด้วย

จากประสบการณ์ตรง บริษัทไฟแนนซ์เสนอเบี้ยประกัน 2+ ที่ราคา 24,000 บาท แบบระบุคนขับ ทุนประกัน 1 ล้านบาท ซึ่งได้ลองไปเช็คราคาประกันที่อื่นๆ พบว่า ข้อเสนอเดียวกัน อู่เยอะกว่า ประกัน 2+ เหมือนกัน ซื้อได้ในราคา 13,000 บาท เท่านั้น ด้วยทุนประกันเท่ากันคือ 1 ล้านบาท แบบไม่ระบุคนขับ!!! หากใครรู้ตัวว่าต้องต่อประกันเมื่อไหร่ รีบโทรไประงับการต่อประกันกับบริษัทไฟแนนซ์ก่อนได้เลย

ไปดูหน้าที่สามารถเปรียบเทียบเบี้ยประกันได้ถูกกว่า >> https://promotions.co.th/insurance/เช็คเบี้ยประกันรถยนต์ 

5

ภาษีคืน เงินเดือนขึ้น โบนัส อย่าพึ่งไปใช้อย่างอื่น เคลียร์หนี้ก่อน

เป็นเหมือนกันหมดทุกคน การที่เราได้เงินเพิ่มขึ้นมาในแต่ละเดือน ไม่ว่าจะเป็นภาษีคืน หรือการได้โบนัส เงินส่วนใหญ่ก็อาจถูกใช้ไปในเรื่องที่ไม่จำเป็น และโดยมากคิดว่าการปิดหนี้ก่อนกำหนด เช่นหนี้รถยนต์ ควรเอาไว้ทีหลังสุด แต่จริงๆแล้ว การปิดหนี้สินเชื่อรถยนต์ โดยเฉพาะพวกลดต้นลดดอก นั้นจำเป็ฯมาก และควรนำมาใช้โปะ หรือ ปิด เพื่อลดหนี้ในแต่ละเดือนต่อไป

ในตอนไหนที่ไม่ควร ปิดบัญชีค่างวดรถ ก่อนกำหนด?

  1. เมื่อการโปะ หรือ ปิด ไม่ได้ทำให้ดอกเบี้ยลดลง
  2. เมื่อสามารถนำเงินที่มี ไปลงทุนเพื่อได้ ปันผล หรือ กำไร ที่สามารถนำมาใช้จ่ายได้
  3. เมื่อมีหนี้สินที่มีดอกเบี้ยแพงกว่า การผ่อนรถ

อ่านต่อ: