ads

คงไม่ต้องอธิบายอะไรมากสำหรับคนที่มีการขอสินเชื่อโอนหนี้ เนื่องจากมีหนี้บัตรเครดิตหลายใบ ไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ สินเชื่อส่วนบุคคลสำหรับการ “debt refinancing” เนื่องจากการโอนหนี้มีความละเอียดอ่อนตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงจุดประสงค์ของการโอนหนี้ก็คือการรวบยอดหนี้มาไว้ที่เดียว และจ่ายดอกเบี้ยต่ำกว่า แต่ต้องมีการใช้หนี้ตรงเวลา ไม่มีการผิดนัดชำระ จึงจะทำให้เคลียร์หนี้สำเร็จได้ ซึ่งนั่นไม่ใช่สิ่งเดียวที่จะมุ่งไป แต่จะต้องมีการตรวจสอบรายละเอียดระหว่างทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อสินเชื่อโอนหนี้ได้รับการอนุมัติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ยังมีจุดสำคัญๆที่จะต้องมานั่งตรวจสอบก่อนจะไปนั่งสบายใจทุกๆเดือน เพื่อกันพลาด

เช็คยอดหนี้บัตรเครดิต ว่าต้องเหลือ 0 บาท จริงๆ

เมื่อมีการทำเรื่องโอนหนี้บัตรเครดิต ทางธนาคารที่ปล่อยสินเชื่อโอนหนี้ มักจะทำการโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทเจ้าของบัตรเครดิตโดยตรง ซึ่งเรามักคิดกันเอาเองว่า เมื่อโอนแล้วจะไปปิดยอดหนี้ให้เหลือ 0 บาท ทุกครั้ง ซึ่งในหลายๆครั้งอาจมีดอกเบี้ยคงค้างอยู่ ที่เรียกว่า Residual Interest ซึ่งอาจพลาดในการจ่ายได้ และ หากยังค้างจ่ายจำนวนนี้ ก็จะถูกทบไปคิดดอกเบี้ยอีกทีในรอบบิลหน้า

สำหรับ Residual Interest เป็นดอกเบี้ยที่ถูกคิดขึ้น ระหว่างรอบบิล (ดอกเบี้ยค้างจ่าย) เช่นเดือนที่ 1 ไป เดือนที่ 2 ก็อาจมีการคิดดอกเบี้ยหากว่าเงินต้นยังชำระไม่หมด ดังนั้น ต้องคอยเช็คยอดคงค้างบัตรเครดิตต่อซักประมาณ 2-3 เดือน เพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มียอดคงค้างเหลืออยู่แล้ว

จ่ายค่างวดที่รีไฟแนนซ์ใหม่ แบบตัดบัญชีธนาคารไปเลย

การตัดจ่ายค่างวดแบบอัติโนมัติไปเลยเป็นหนึ่งในวิธีการที่ดีที่สุด เพื่อวินัยทางการเงินที่ดี โดยเหตุการ์คือ เมื่อทำการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตไปเรียบร้อยแล้วกับสถาบันการเงินใหม่ และเมื่อบัตรเครดิตทุกใบถูกใช้หนี้ไปหมดแล้ว หน้าที่ต่อไปก็คือการจ่ายค่างวดกับเจ้าหนี้ใหม่ที่รวบยอดก้อนหนี้มาให้ การจ่ายนั้น ควรจะเป็นการหักบัญชีเงินเดือนไปเลยในทุกๆเดือนเพื่อป้องกันไม่ให้นำเงินตรงนั้นไปใช้จ่ายอย่างอื่นๆ ที่อาจทำให้ใช้หนี้ไม่ได้

การจ่ายค่างวดรีไฟแนนซ์ ควรตัดจ่ายอย่างน้อยๆ 2-5 วัน ก่อน ถึงรอบจ่าย เพื่อป้องกันความผิดพลาดหรือความล่าช้าของการจ่ายเงินได้

ตรวจสอบค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

เมื่อมีการโอนหนี้มาเจ้าหนี้ใหม่ โดยที่หนี้บัตรเครดิตใบเก่าทุกใบได้รับการเคลียร์เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่สำคัญมากๆเลยก็คือ การเคลียร์หนี้เจ้าใหม่ให้ได้ ดังนั้นการตัดรายจ่ายทุกอย่างที่เคยใช้บัตรเครดิตใบเดิมรูด เป็นสิ่งที่ควรทำ การกำหนด budget ในการใช้เงินในแต่ละเดือนสำคัญมาก ที่จะทำให้เพียงพอต่อการจ่ายหนี้รีไฟแนนซ์บัตรเครดิตได้  และหันมาใช้เงินสดในการจ่ายแทน

อย่าลืมยกเลิกบัตร หรือ ยกเลิกบริการตัดผ่านบัตรเครดิตอัติโนมัติ

หนึ่งในค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ฮิตมากที่สุดคือ การตัดค่าน้ำค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นรายเดือนผ่านบัตรเครดิตนั่นเอง และการตัดแบบนี้ ในหลายๆครั้งมีแรงจูงใจมาจากบริษัทบัตรเครดิต เพราะเมื่อตัดแล้วจะได้คะแนนสะสมเพิ่มเติม แต่เมื่อทำการรีไฟแนนซ์บัตรเครดิตแล้ว บัตรที่ได้รับการเคลียร์หนี้ ควรที่จะถูกยกเลิก เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ใช้บัตรใบนั้นได้อีก (ตัดบัตรทิ้ง) ซึ่งในบัตรก็อาจมีการตัดยอดอัติโนมัติ จากค่าใช้จ่ายที่กล่าวไปข้างต้น ก็ควรที่จะย้ายค่าใช้จ่ายเหล่านั้นไปเป็นการจ่ายเงินสดชั่วคราว

คำนวณเงิน เพิ่มแผนสำรอง ให้ถึงวันจ่ายหนี้หมด

การจ่ายหนี้ให้หมดในครั้งนี้สำคัญมาก เพราะเมื่อโอนหนี้มาแล้ว จะต้องไม่ทำพลาดอีกครั้ง การวางแผนเกี่ยวกับการจ่ายเงินค่ารีไฟแนนซ์ ต้องให้แม่นยำ และควรมีการคำนวณรายจ่ายรายเดือน กับ รายรับรายเดือน ให้สอดคล้องกัน เพื่อไม่ให้พลาดในการจ่ายคืน

ฟังวิธีลัด ..ใช้ “สินเชื่อรถแลกเงิน” ต่าง ๆ มาปิดหนี้บัตรเครดิต