5 สิ่งที่ควรทำ เมื่อรู้ตัวว่าเริ่มจ่ายหนี้บัตรเครดิตไม่ไหวแล้ว

ads

ในทุกๆปี เมื่อถึงกลางปี เป็นเรื่องปกติที่การเงินของหลายๆคนจะค่อนข้างไม่คงที่ เพราะเจ็บหนักจากการใช้จ่ายต้นปีมา เช่นการท่องเที่ยว การช้อปปิ้งในช่วงไปเที่ยว การจ่ายค่าภาษีรถยนต์ จ่ายค่าประกันรถยนต์ ซึ่งโดยมากแล้วก็ใช้บัตรเครดิตจ่ายไป ซึ่งจะเจ็บหนักจริงๆก็ตอนเดือน มกราคม ถึง เมษายนของทุกปี และการจ่ายค่าบัตรมักจะยืดยาวมาจนถึงกลางปี สำหรับคนที่ผ่อนหนักๆ และนั่นเป็นสาเหตุที่ในช่วงกลางปีของทุกๆปี มันจะชักหน้าไม่ถึงหลังกันซะมาก และนั่นเป็นเหตุผลที่เราเห็น หลายคนติดหนี้บัตรเครดิตกันในช่วงนี้ บางคนจ่ายแต่ขั้นต่ำ บางคนจ่ายเกินขั้นต่ำแต่ไม่เต็ม ซึ่งเรื่องนี้ หากรู้ตัวก่อนสามารถแก้ทางกันทันได้ แต่ถ้ารู้ตัวช้าไป อาจติดหนี้บัตรเครดิตเป็นล้าน และอาจกู่ไม่กลับแล้วก็เป็นได้

ไม่เพียงแต่เรื่องของหนี้บัตรเครดิตที่เป็นประเด็นร้อน เพราะยังมีหนี้ประเภทอื่นๆอีกเยอะเช่น หนี้บัตรกดเงินสด สินเชื่อส่วนบุคคล รวมถึงพวกหนี้สินจากไฟแนนซ์รถยนต์ มอเตอร์ไซด์ ฯลฯ ที่ควรต้องสนใจโดยเร่งด่วน และวันนี้เรามีเทคนิคดีๆ 5 ข้อ ที่ควรทำมาฝากกันหากเริ่มรู้ตัวว่า จะจ่ายหนี้บัตรเครดิต และหนี้ต่างๆไม่ไหวแล้ว

5 สิ่งที่ต้องทำโดยเร่งด่วน 

โทรหาบริษัทบัตรเครดิตทันที

เป็นการดีที่จะปรึกษาใครซักคน และจะดีกว่าหากให้เจ้าหนี้รู้ว่า เราอาจจะมีปัญหาในการจ่ายเงินคืนให้กับเค้าแล้ว อันนี้จริงๆแล้ว ลูกหนี้ทุกคนจะได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และเป็นเรื่องที่ฉลาดที่จะโทรหาทางบริษัทฯเค้าก่อน เริ่มแรกควรต้องถามเกี่ยวกับหนี้สินที่ค้างอยู่ อาจถามเรื่องรายจ่ายที่อยู่ในใบแจ้งหนี้ว่าถูกต้องจริงหรือเปล่า? ต้องมีค่าปรับเท่าไหร่หากจ่่ายได้ไม่ครบ หรือจ่ายขั้นต่ำมานาน เมื่อไหร่จะหมด หรือมีทางเลือกอื่นๆที่จะทำให้เราจ่ายทางบริษัทบัตรได้ทันหรือไม่?

พยายามอย่าจ่ายขั้นต่ำในงวดต่อไป รีบตัดให้จบๆ

ถึงคราวที่จะต้องใช้ไม้ตายอะไรซักอย่างในการตัดหนี้บัตรเครดิตแล้ว และนั่นหมายถึงทุกวิธีที่สามารถทำได้ เช่นการขายของบางอย่างที่เคยซื้อมา การหยิบยืมเพื่อน หรือ ญาติ การหยุดใช้บัตร และควรต้องจ่ายให้มากกว่าขั้นต่ำเพื่อลดภาระหนี้ไปให้ได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่นการนำเอาของใช้ส่วนตัวที่ไม่จำเป็นมาขายในตลาดมือสอง เพื่อนำเงินมาปิดหนี้ให้ได้ นั่นเอง

หารายได้เสริม 

จุดนี้ต้องห้ามขี้เกียจแล้ว เพราะหนี้หลักหมื่น อาจกลายเป็นหลักแสน หลักล้าน ได้ภายในไม่กี่เดือน หากไม่รีบเคลียร์ให้จบ ทางที่ดีที่สุดคือต้องหยุดใช้จ่าย และ ต้องหารายได้เสริมเพิ่ม เช่นการรับจ้าง การทำงานพิเศษช่วงเสาร์อาทิตย์ งานนี้ อย่าอาย เพราะคำที่เค้าพูดกันมาตั้งแต่โบราณใช้ได้เสมอนั่นก็คือ “ด้านได้ อายอด” และการหางานทำพิเศษ ไม่ได้เป็นเรื่องน่าอายอะไร แต่เป็นเรื่องที่ดีมากๆด้วยซ้ำ เดี๋ยวนี้ ใน Pantip ก็มีข้อมูลแนะนำการหารายได้พิเศษ เยอะมาก และนี่คือข้อมูลเกี่ยวกับการหารายได้เสริม

ลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น

เมื่อไม่อายในการทำงานเพิ่ม หารายได้เพิ่มมาจ่ายบัตรเครดิต หรือหนี้สินแล้ว การลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเป็นเรื่องที่ต้องทำเป็นอันดับต้นๆเช่นเดียวกัน โดยมาก คนที่ติดหนี้บัตรเครดิตเยอะๆ จะติดนิสัยการใช้จ่ายโดยไม่ได้คำนึงถึงผลลัพธ์ คืออยากได้ของนั่นนี่ มีบัตรก็รูดไป การลดรายจ่ายตัวอย่างเช่น การกินข้าวแบบพอดีๆ ไม่ต้องกินห้างทุกครั้ง ลดเที่ยวลงบ้าง ลดการสังสรรค์ลงบ้าง ใช้ของไม่ต้องแพงมาก ฯลฯ แบบนี้จะช่วยลดรายจ่ายได้เยอะพอสมควร

ถ้ามีหนี้หลายใบ ควรรวมหนี้ไว้ที่เดียว

การรวมหนี้เอาไว้ที่เดียว ส่วนใหญ่จะรู้จักกันในคำว่าการขอสินเชื่อโอนหนี้ มันคือการเดินไปบอกอีกธนาคารว่า คุณๆ ชั้นติดหนี้บัตรเครดิตหลายธนาคาร ชั้นขอกู้ไปปิดบัตรพวกนั้นได้มั้ย? หลายธนาคารมีบริการนี้ เช่น สินเชื่อโอนหนี้ Citi, Cimb Thai, UOB, และอื่นๆอีกมาก โดยที่เค้าจะเรียนสินเชื่อประเภทนี้ว่า สินเชื่ออเนกประสงค์ สำหรับไว้ใช้จ่ายได้หลายๆแง่มุม คือไม่ได้จำกัดว่าจะไปใช้อะไร แต่โดยมากแล้ว หากผู้ขอสินเชื่อ มีหนี้เยอะๆ ภาระหนี้จะสูง และหากธนาคารที่ให้สินเชื่อโอนหนี้อนุมัติเงินออกมา เค้าจะจ่ายให้กับเราเองเลย โดยที่เงินไม่ต้องผ่านมือเรา เพื่อเป็นการการันตีว่าเราเอาไปปิดหนี้จริงๆ

Read More :

  1. สินเชื่อโอนหนี้บัตรซิตี้ ลดดอกเบี้ยแล้ว 3%
  2. มีข้อปรึกษา สินเชื่อซิตี้แบงก์ ต้องโทรไปที่ไหน?
  3. 10 สินเชื่อส่วนบุคคล ไม่ต้องใช้คนค้ำ 2018 จากธนาคาร
  4. วาร์ปเงินสดจากบัญชีโดยไม่ต้องพกไปเมืองนอก
  5. 5 ชื่อเรียกของสินเชื่อซิตี้ ที่มีเงื่อนไขเหมือนกัน