4 วิธี รีไฟแนนซ์รถให้ได้วงเงินสูงสุด สถาบันการเงินไม่ค่อยบอก

ads

ปัจจุบันเงินก็เป็นปัจจัยหลักที่ใช้ในการดำรงชีวิต แต่หากว่าปัจจัยหลักจากเงินเดือนมันไม่เพียงพอในการใช้จ่ายทั้งเดือน เราเองผู้ใช้จ่ายเงินก็ต้องหาแหล่งปัจจัยมาช่วยสนับสนุน แล้วเราลืมอะไรที่ใกล้ตัวไปหรือเปล่า “รถยนต์” เฮ้ยเรามีรถอยู่นิครับ รถที่เราใช้ขับไปทำงาน ไปไหนมาไหนนี่แหละครับ มีรถแล้วก็มีแต่จ่ายให้กับมัน ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่ายาง ค่าประกัน ค่าน้ำมัน แม้กระทั่งค่าพวงมาลัยที่ซื้อมาไหว้แม่ย่านางรถให้คุ้มครองตลอดการขับขี่ มีแต่ค่าใช้จ่ายขนาดนี้ แต่ผมคงไม่ได้บอกให้ผู้อ่านทุกท่านเอารถไปขายหรอกนะครับ แต่อยากให้เปลี่ยนรถมาเป็นเงินดูบ้างครับ

    ใช่แล้วครับมันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินให้เรานำไปใช้สร้างอนาคตหรือหักลบโปะหนี้ได้ และรถก็ยังมีขับได้เหมือนเดิม เขาเรียกกันว่า “สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์” ยิ่งตอนนี้มีหลากหลายเจ้าทั้งสถาบันทางการเงิน หรือผู้ให้บริการสินเชื่อรายเล็ก รายใหญ่ ก็เริ่มมีสินเชื่อประเภทนี้แล้ว แต่สิ่งที่เราต้องการคือได้วงเงินที่สูง และดอกเบี้ยในการผ่อนชำระที่ต่ำ มันก็มีวิธีการที่จะได้ตามที่เราต้องการอยู่ เพียงลองทำไม่กี่ข้อนี้ครับ

  1. เราต้องเช็คราคาตลาดรถ ณ ปัจจุบันก่อน คือเราต้องนำ ยี่ห้อ รุ่น ปีรถของเราเข้าไปเช็คราคาในตลาดรถสะก่อนว่า จากข้อมูลรถยนต์ของเรา ตลาดตีเป็นเงินได้สูงสุดเท่าไหร่ และนี่ก็เป็นตัวเลขที่เราจะนำมาบวกลบในการยื่นขอสินเชื่อ เช่น ในตลาดรถ รถของคุณมีมูลค่า 300,000 บาท คุณก็จะมีตัวเลขในใจในการขอกู้กับผู้ให้บริการสินเชื่อแต่ก็ต้องเผื่อใจว่าอาจจะได้น้อยกว่าตัวเลขตลาดรถที่ประเมินออกมา เนื่องจากอาจมีปัจจัยอื่นที่สถาบันทางการเงินหรือผู้ให้บริการสินเชื่ออาจไม่ได้ให้เต็มจำนวน
  2. ลองยื่นขอกู้ไปหลายๆที่ เพื่อเปรียบเทียบวงเงินตามที่เราพอใจ เอกสารที่ใช้ในการขอกู้ และความรวดเร็วในการได้รับเงิน ตอนนี้จะก้าวไปสู่ 5G แล้วการเดินเข้าออกที่สาขาอาจจะเอ้าท์ไปแล้ว บางที่เขาเปิดให้ส่งเอกสารขอสินเชื่อ Online ได้ตลอด 24 ชั่วโมงด้วยตัวเองได้แล้ว
  3. เช็คดอกเบี้ยในการขอกู้ ความต้องการได้เงินกับดอกเบี้ยที่เราต้องแบกรับตลอดระยะเวลาการผ่อนชำระ บางที่ก็จำกัดอายุรถ และตัวอายุรถเองจะเป็นข้อกำหนดของดอกเบี้ย ถ้าปีรถใหม่ๆดอกเบี้ยก็จะถูก ส่วนรถอายุเยอะๆดอกเบี้ยก็จะแพงพอสมควร แต่ก็มีบางที่ที่ดอกเบี้ยคงที่ทุกปีรถอีกด้วย แล้วต้องเช็คค่าใช้จ่ายอื่นๆด้วยก่อนที่คุณจะขอสินเชื่อว่ามีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหรือไม่ หรือถ้าต้องโอนเล่ม อย่าลืมนะ มี VAT อีก ง่ายๆคือเช็คว่าถ้าต้องขอสินเชื่อ 100,000 บาทต้องผ่อนเท่าไหร่ต่อเดือน
  4. ดูประวัติหนี้เสีย หรือเช็คตัวเองว่ามีประวัติหนี้เสีย (เครดิตบูโร) หรือไม่ กับข้อมูลเครดิตแห่งชาติ ซึ่งมีวิธีการตรวจสอบและช่องทางการตรวจสอบหลากหลายมากมาย แต่หากพบว่าตนเองมีประวัติเครดิตไม่ดี ควรติดต่อสถาบันการเงินนั้นๆ เพื่อขอเจรจาต่อรองกับเจ้าหน้าที่ในการผ่อนชำระหนี้ และบางเจ้าก็ไม่มีการตรวจเช็คเครดิตบูโรในการพิจารณาขอกู้อีกด้วย

    สองข้อแรกคงตายตัวที่เราควบคุมได้ แต่ ข้อ 3. และข้อ 4. เป็นแต้มต่อให้หลายสถาบันทางการเงินหรือผู้ให้บริการสินเชื่อใช้กลยุทธ์โปรโมชั่นต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าได้ประโยชน์มากที่สุด บางเจ้าก็ออกโปรโมชั่นแข่งขันทางธุรกิจดอกเบี้ยถูกจริง แต่พอเข้ามาเงื่อนไขเต็มไปหมด กำหนดอายุรถ กำหนดอาชีพบ้างแหละ แต่ละเจ้าก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกันไป อันนี้อาจต้องลองศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติม

อย่างที่ ได้เงิน เรื่องอายุรถกับดอกเบี้ยก็ไม่มีผล เพราะดอกเบี้ยเรตเดียวเพียง 0.69% ต่อเดือนเท่านั้น ไม่เช็คเครดิตบูโร ไม่ค้ำ ไม่โอนเล่ม โดยที่มียอดวงเงินสูงสุด คือขอแค่มีรถยนต์ก็นำมาขอสินเชื่อได้แล้ว รถยังมีขับได้สบาย ทั้งหมดทั้งมวลคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดคือผู้บริโภคที่รอขอสินเชื่อนั่นเอง

สำหรับผู้ที่สนใจ ขอสินเชือรีไฟแนนซ์รถยนต์ กับ Daingern.com ไม่เช็คเครดิตบูโร

สามารถ เช็คได้ที่นี่ >> https://www.daingern.com/check

ความรู้เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด

ผ่อนมือถือ 40 เดือน 0%

กดเงินสดดอกเบี้ยฟรี 0% 3 รอบบัญชีแรก รับกระเป๋าเดินทาง Premium Trolley Bag 20 นิ้ว และสามารถใช้ผ่อน Smartphone ได้ยาวถึง 40 เดือน แบบ 0% กับร้านค้าที่ร่วมรายการ (เช่น AIS)

More Less