ads

การซื้อรถยนต์ซักคันหนึ่ง หรือ แม้แต่การรีไฟแนนซ์รถยนต์ จะต้องยุ่งเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่เราเรียกว่า บริษัทไฟแนนซ์ทั้งนั้นวันยังค่ำ เพราะการซื้อรถด้วยเงินสดอาจไม่ใช่วิธีการใช้เงินที่ถูกต้องเสมอไป และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณสมบัติของผู้ซื้อหรือผู้รีไฟแนนซ์ไม่ผ่าน ทางสถาบันการเงิน ก็จะต้องขอผู้ค้ำประกันที่เป็นบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะต้องใช้ญาติ ใช้พ่อแม่ และสุดท้ายนั่นก็คือการใช้ชื่อแฟน มาเป็นผู้ค้ำ แต่อย่างไรก็ดี หากมีเรื่องที่ต้องร้างรา หรือเลิกกันไป มันมีความเสี่ยงที่ตามมา และไม่ใช่ว่า การเลิกคบกันจะทำให้สัญญาไฟแนนซ์หมดสิ้นลงในทันที ดังนั้น เราควรมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ความหมายของการค้ำประกัน และ ข้อมูลอื่นๆกันก่อน

ทำความเข้าใจพื้นฐานของผู้ค้ำ และ สิทธิ์ตามกฎหมาย

การที่จะเป็นผู้ค้ำประกันได้นั้น ไม่ว่าจะเป็นแฟน พ่อแม่ ญาติพี่น้องหรือใคร ก็จะต้องมีคุณสมบัติพื้นฐานตามที่บริษัทไฟแนนซ์กำหนด โดยเฉพาะอย่งยิ่งต้องไม่มีประวัติค้างชำระหนี้ (ที่เรียกว่า Black List) และจำเป็นจะต้องมีรายได้เพียงพอที่จะจ่ายหนี้คืนทางไฟแนนซ์ได้ หากผู้กู้หลักไม่สามารถจ่ายคืนได้

หน้าที่ของผู้ค้ำประกันการจัดไฟแนนซ์รถยนต์ หรือการรีไฟแนนซ์รถยนต์นั้น หลักๆ ก็คือช่วยให้ผู้กู้ กู้ผ่านได้ และในกรณีนี้ก็คือการกู้เงินซื้อรถ หรือ การกู้เงินจากการรีไฟแนนซ์รถยนต์ แต่อย่างไรก็ดี เนื่องจากเป็นผู้ค้ำประกันรถ และไม่ได้มีสิทธิ์ครอบครอง ชื่อของผู้ค้ำก็จะไม่ปรากฎอยู่บนเล่มทะเบียน และนี่ก็คือจุดที่มันมีประเด็นกันอยู่เป็นประจำ

แม้ว่าผู้ค้ำจะไม่ได้มีสิทธิ์เป็นเจ้าของรถยนต์ แต่ถ้าผู้ที่ทำเรื่องกู้เงินมีปัญหาไม่ได้จ่าย ธนาคาร หรือ สถาบันการเงินก็จะมาทวงหนี้กับผู้ค้ำ ถ้าผู้ค้ำไม่จ่าย รถจะถูกยึด ผู้ค้ำก็จะเสียคะแนนเครดิต และถูกฟ้องร้องด้วย นั่นเป็นเพราะผู้ค้ำก็คือ “Co-Signer” หรือผู้กู้ร่วมกับผู้กู้หลัก นั่นเป็นเหตุผลที่ว่า หลายๆคนไม่อยากเป็น “คนค้ำประกัน” ให้กับผู้กู้หลักแม้แต่คนเดียวเลยทีเดียว ซึ่งในกรณีนี้ การนำแฟน ไม่ว่าจะเป็นแฟนหนุ่ม แฟนสาว มาเป็นผู้ค้ำ ก็คงต้องอธิบายกันให้ดี ให้เข้าใจก่อนการเซ็นต์เอกสารใดๆ เพราะหากต้องเลิกกันไป หรือไม่ได้อยู่ด้วยกันด้วยแล้ว มันจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน

เลิกกับแฟน จะเอาชื่อออกจากผู้ค้ำประกันได้มั้ย? ยากหรือเปล่า?

แน่นอนว่าถ้าเลิกรากันไป ไม่มีใครอยากจะอยู่รับผิดชอบสิ่งใดๆที่ทำให้ตัวเองต้องลำบากแน่นอน รถก็ไม่ได้ใช้ ค้ำประกันก็ทำไปแล้วจะทำยังไงดี? และขอแสดงความเสียใจด้วย หากคุณเลิกกับแฟนไปแล้ว แต่ยังเป็นผู้ค้ำอยู่ คุณไม่สามารถเดินไปบอกไฟแนนซ์ว่า ให้เอาชื่อคุณออกได้ง่ายๆ

วิธีที่นิยมทำกัน ในการเอาชื่อออกจากผู้ค้ำประกันก็คือ บริษัทไฟแนนซ์จะให้ ผู้กู้หลักทำการรีไฟแนนซ์รถยนต์ใหม่อีกรอบหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่า การรีไฟแนนซ์แบบนี้เป็นการรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด ถึงจะสามารถนำเอาชื่อของผู้ค้ำออกได้ แต่หากว่าผู้กู้หลักไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ หรือยังมียอดหนี้ที่เยอะอยู่ ก็จะไม่สามารถรีไฟแนนซ์ได้เช่นเดียวกัน

ทางออกอีกทางหนึ่งในเรื่องนี้ก็คือ บอกแฟนเก่าให้ย้ายชื่อรถมาเป็นชื่อของผู้ค้ำเอง และ ทำการรีไฟแนนซ์เพื่อผ่อนต่อ เพราะอย่างน้อยๆ ผู้ค้ำ ก็จะกลายเป็นเจ้าของรถ และมีสิทธิ์เต็มที่ในรถคันนั้นๆ นั่นเอง

สรุปทั้งหมดนี้ ควรทำยังไง ถ้าแฟนขอให้เป็นผู้ค้ำ

การจะเป็นผู้ค้ำให้แฟนได้ อย่างแรกๆเลยคือต้องรู้ความเสี่ยงทั้งหมด และความรับผิดชอบในเรื่องของการเงินในฐานะที่เป็นผู้ค้ำก่อน และหากไม่แน่ใจ ให้ทำสัญญาฉบับหนึ่งเอาไว้ ระหว่างสองคน เช่น หากต้องเลิกกัน หรือ หากอีกฝ่ายหนึ่งไม่ผ่อนต่อ จะต้องมีขั้นตอนต่อไปอย่างไร เช่นการขายรถทิ้ง หรือ การรีไฟแนนซ์รถมาให้ผู้ค้ำ (อีกฝ่าย) เป็นเจ้าของแทน เพราะเรื่องนี้ ดูเหมือนกับว่า ผู้ค้ำประกันจะเป็นผู้รับความเสี่ยงมากกว่าผู้ซื้อรถ ทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้เป็นเจ้าของเลยแม้แต่นิดเดียวนั่นเอง

♥♥♥ ไปเช็คผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เหมาะกับคุณที่สุด คลิ๊ก ♥♥♥ >>

อ่านต่อ