25 รายจ่ายที่ลดหย่อนภาษี ปี 2561 ได้

ads

วิธีการลดหย่อนภาษี ตรวจสอบสิทธิ์ เตรียมยื่น ภงด. 90/91

ก้าวล่วงมาเกือบเต็มปีแล้ว รายได้ต่าง ๆ ที่เริ่มเข้ามาก็ทำให้คุณสามารถคำนวณยอดใช้จ่ายที่ต้องเสียภาษีส่วนบุคคลในปี 2561 นี้ได้แล้ว และสำหรับท่านที่กำลังหารายจ่ายเพื่อลดหย่อนภาษี วันนี้เราพามาดูกับ 25 รายการ ที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้ชัวร์ ๆ พร้อมแล้วมาดูกันเลย

 1  ค่าใช้จ่ายส่วนตัว / สูงสุด 60,000 บาท

แน่นอนว่าแต่ละเดือนคุณต้องมีค่าใช้จ่ายส่วนตัว อย่างน้อยเดือนละ 5,000 บาท แต่ก็ใช้สิทธิ์นี้ลดหย่อนได้เพียง 60,000 บาท ต่อปี เท่านั้น

 2  ดูแลคู่สมรสที่ไม่มีรายได้ / สูงสุด 60,000 บาท

ในกรณีคู่สมรสไม่มีรายได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสามี หรือ ภรรยา ที่อุปการะ ก็ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีในส่วนค่าใช้จ่ายของคู่สมรสได้ไม่เกิน 60,000 บาท ต้องเป็นคู่สมรสที่จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมายเพียงคนเดียว ถ้ามีคู่สมรสหลายคนนั้นทำไม่ได้

 3  บุตรที่ยังไม่มีรายได้ / สูงสุด 30,000 บาท ต่อคน

ในส่วนการลดหย่อนเพื่ออุปการะบุตรนั้น รวมไปถึงบุตรบุญธรรมด้วย ต้องไม่เกิน 3 คน (รวมไปถึงบุตรที่ศาลสั่งให้เป็นคนไร้ความสามารถ หรือ เสมือนไร้ความสามารถที่ดูแลตัวเองไม่ได้ด้วย) บัตรอายุไม่เกิน 20 ปี และยังไม่มีรายได้ หรือ 25 ปี ที่ยังไม่มีรายได้  แต่ถ้าบุตรทำงานมีรายได้บรรลุนิติภาวะด้วยการสมรสไปแล้วนำมาลดหย่อนไม่ได้

 4  ค่าคลอดบุตร / สูงสุด 60,000 บาท 

เป็นเนื้อหาใหม่ที่ถูกนำมาใช้กับปีงบประมาณ 2561 เนื่องจากอนาคตประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมคนชราแล้ว เพราะอัตราการเกิดน้อยมากจนน่าเป็นห่วง ทางรัฐบาลจึงกำหนดให้ว่า ใช้สิทธิ์ค่าคลอด เป็นค่าลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 60,000 บาท (ตามใบเสร็จโรงพยาบาล เขียนตัวเลขเองไม่ได้)

 5  บิดามารดา ที่ไม่มีเงินได้ / 30,000 บาท ต่อคน

หากต้องดูแลอุปการะบิดา มารดาที่อายุ 60 ปี ขึ้นไป ใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกินท่านละ 30,000 บาท ต่อคน ถ้าหากคุณพ่อคุณแม่มีลูกหลายท่าน ก็ต้องตกลงกันในครอบครัวว่า จะใช้ชื่อคุณพ่อคุณแม่ลดหย่อนแก่บุตรคนใด

 6  ค่าดูแลอุปการะผู้พิการ / ไม่เกิน 60,000 บาท ต่อคน

หากคุณเป็นผู้ดูแล อุปการะผู้พิการ ไม่มีเงินได้ ก็ใช้สิทธิ์ลดหย่อนได้ไม่เกิน 60,000 บาท ต่อคน เช่นกัน

 7  ประกันชีวิต / ไม่เกิน 100,000 บาท

เป็นเบี้ยประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปี ขึ้นไป ประกันแบบรายปีนั้นไม่นับ

 8  ประกันสุขภาพ / ไม่เกิน 15,000 บาท

เพื่อช่วยเหลือภาครัฐในด้านค่ารักษาพยาบาลแก่ประชาชน จึงให้ลดหย่อนภาษีจากเบี้ยที่จ่ายเพื่อประกันสุขภาพแก่ผู้ที่ทำประกันสุขภาพให้แก่ตัวเอง ไม่เกินปีละ 15,000 บาท ตามที่จ่ายจริง

 9  ประกันสุขภาพพ่อแม่ / ไม่เกิน 15,000 บาท

เมื่อทำประกันสุขภาพให้แก่บิดาหรือมารดา ก็ลดหย่อนภาษีได้ไม่เกิน 15,000 ตามที่จ่ายจริง ด้วยเหตุผลเดียวกับข้อ 8 และยังหักลดหย่อนได้จากเบี้ยประกันสุขภาพของคู่สมรสได้อีกด้วย

 10  ประกันชีวิตแบบบำนาญ (มีเบี้ยบำนาญ) / 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 200,000 บาท

เป็นเบี้ยประกันแบบที่จ่ายเงินบำนาญให้แก่ผู้เอาประกันตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป

 11  กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ – กบข. / 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท

ผู้ที่ทำกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไว้กับบริษัท ย่อมได้รับเงินส่วนลดหย่อนภาษี ซึ่งแต่ละปีจะลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของรายได้พึงประเมิน หรือ ไม่เกิน 500,000 บาท ต่อการลดหย่อนภาษีในปีนั้น

 12  กองทุนการออมแห่งชาติ / ไม่เกิน 13,200 บาท

เช่นเดียวกัน ผู้ที่ทำกองทุนการออมแห่งชาติไว้กับทางรัฐบาล โดยจ่ายสูงสุด เดือนละ 1,000 บาท ก็นำมาใช้ลดหย่อนภาษีของปีนั้นได้เช่นกัน

 13  RMF / 15% ของเงินได้ ไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุนระยะสั้น ก็ใช้ลดหย่อนภาษีเช่นเดียวกับกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่อยู่คนละเงื่อนไข อย่างไรก็ดีหากมีกองทุนหรือประกันชีวิตที่ลดหย่อนขอคืนภาษีได้เพียงพออยู่แล้วไม่ต้องทำหมดก็ได้

 14   LTF / ไม่เกิน 500,000 บาท

กองทุนระยะยาวบางตัวคืนเงินใน 5 – 7 ปี หรือมากกว่านั้น ก็ใช้มาลดหย่อนภาษีสำหรับท่านที่มีฐานเงินได้สูง ๆ ได้เช่นเดียวกัน

 15  ประกันสังคม / สูงสุด 9,000 บาท

ผู้ที่มีประกันสังคม แม้เงินเดือนไม่ถึง 15,000 บาท ก็ใช้ลดหย่อนภาษีได้ หรือผู้ที่มีเงินเดือนเกิน 15,000 บาท ก็ใช้ลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 9,000 บาท ต่อปี

 16  เงินบริจาคเพื่อการศึกษา กีฬา สังคม / 2 เท่าของยอดจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายลดหย่อน

ผู้ที่บริจาคเงินให้กับสถาบันการศึกษา หรือ เพื่อสังคม ก็ขอใบเสร็จมาลดหย่อนภาษีได้

 17  เงินที่บริจาคให้แก่สถานศึกษาของรัฐ โรงเรียนเอกชน สถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือสถาบันอุดมศึกษาที่มีศักยภาพสูง  / 2 เท่าของยอดจ่ายจริง ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายลดหย่อน

นอกจากนี้ยังมีสถาบันการศึกษาประเภทที่มีศักยภาพสูงในการผลิตบุคลากร เหล่านี้คุณขอใบเสร็จเพื่อมาขอลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

18 เงินที่บริจาคทั่วไป /  ไม่เกิน 10% ของเงินได้หลังจากหักค่าใช้จ่ายลดหย่อน

เงินบริจาคให้แก่หน่วยงานมูลนิธิที่มีการจดทะเบียนนิติบุคคลอย่างถูกต้อง เช่น  มูลนิธิเพื่อคนตาบอด หรือ มูลนิธิดูแลเด็กและสตรีต่าง ๆ ก็นำมาลดหย่อนภาษีได้ 10% ของรายได้หลังจากหักภาษีอื่น ๆ ไปแล้ว

 

ค่าใช้จ่ายที่ลดหย่อนภาษีได้เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ

 19  เที่ยวเมืองรอง / ไม่เกิน 15,000 บาท

ปีนี้ ใครที่ไปเที่ยวเมืองรองทั้ง 55 จังหวัด ก็ขอเก็บใบเสร็จค่าอาหาร ค่าที่พัก ไว้เพื่อขอลดหย่อนภาษีได้

 20  ดอกเบี้ยจากการซื้อที่อยู่อาศัย / ไม่เกิน 100,000 บาท

ซื้อบ้านปีนี้ ดอกเบี้ยนำมาลดหย่อนภาษีได้

 21  ค่าธรรมเนียมจากการรับชำระด้วยบัตรเดบิต จากค่าเช่า ค่าแรง หรืออื่น ๆ / 1 ท่าของรายจ่ายจริง

ท่านที่มีรายได้จากการติดตั้งเครื่องรับชำระเงินด้วยบัตรเดบิต ตามกระแส Thailand 4.0 ก็ใช้มาเป็นส่วนลดลดหย่อนภาษีได้

 22  ค่าใช้จ่ายในการลงทุนกับธุรกิจ Start Up / ไม่เกิน 100,000 บาท

ผู้ที่สนับสนุนกิจการ Start Up ก็นำมาเป็นรายจ่ายที่ใช้ลดหย่อนภาษีได้เช่นกัน

 23   โครงการบ้านหลังแรก / ไม่เกิน 120,000 บาท

คาดว่าจะสิ้นสุดในปีภาษี 2562 นี้ เนื่องจากโครงการบ้านหลังแรกจะลดหย่อนภาษีให้แก่ผู้มีเงินได้ที่เสียภาษี 5 ปี เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558

24 บริจาคให้แก่โรงพยาบาล

25 ช็อปช่วยชาติ / ไม่เกิน 15,000 บาท

ต้องมาดูว่าปลายปีนี้จะมีโครงการ ช็อปช่วยชาติ มาให้ได้ลดหย่อนภาษีกับทุกฐานระดับรายได้ที่ต้องเสียภาษีหรือเปล่า? ซึ่งจะประกาศในช่วงราวเดือน พฤศจิกายน – สิงหาคม ของทุกปี

(อ่านเพิ่มเติม : ดูข้อมูลการขอคืนภาษีได้ที่นี่ )

ไม่พลาดทุกส่วนลดโดย เพิ่ม Promotions.co.th เป็นเพื่อนได้ที่
Line ID : @jlj3569u