16 นิสัยการใช้เงิน ที่จะไม่กระทบกับคะแนนเครดิตของคุณ

ads

หลายคนอาจมานั่งนอยด์เองทีบ้านเพียงแค่ พลาดการจ่ายเงิน หรือ จ่ายเงินค่างวดรถ หนี้บัตรเครดิต เพียงไม่กี่สัปดาห์ เพราะคิดว่าตัวเองคงจะโดนลดคะแนนเครดิตลง แต่จริงๆแล้ว การเสียคะแนนเครดิตจะไม่เกิดขึ้น หากว่าทาง ธนาคาร หรือสถาบันการเงินไม่ได้แจ้งเรื่องการชำระหนี้ล่าช้าให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่เฉพาะในไทยเท่านั้น ในต่างประเทศก็มีความเข้าใจผิดแบบแปลกๆแบบนี้เช่นเดียวกัน ซึ่งบางคนเชื่อว่า ไม่ควรจ่ายหนี้บัตรเครดิตเต็มวงเงิน และควรเหลือหนี้ไว้เล็กๆน้อยๆเพื่อยกไปเดือนถัดไป เพื่อที่จะทำให้คะแนนเครดิตดีขึึ้น หรือการผิดนัดชำระหนี้เพียงแค่ไม่กี่วัน จะทำให้คะแนนเครดิตเสียหายอย่างรุนแรง แต่จริงๆแล้ว นี่คือสิ่งที่เข้าใจผิดทั้งหมด ซึ่งจริงๆแล้วทาง เครดิตบูโรก็มีข้อแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ ที่ประชาชนควรอ่านและทำความเข้าใจ แต่อย่างไรก็ดี นี่คือ 16 ข้อกังขา เกี่ยวกับการใช้เงิน การทำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน การจ่ายหนี้สิน ที่หลายคนเข้าใจว่า อาจมีผลต่อคะแนนเครดิตของตัวเอง

16 กิจกรรมทางการเงิน ที่ไม่ได้มีผลกระทบต่อคะแนนเครดิตของคุณ
สินเชื่อบุคคล
  1. การขอหรือการเช็คคะแนนเครดิต ของตัวเอง ไม่มีผลต่อ คะแนนเครดิต – บางคนยังคงคิดว่า การขอคะแนนเครดิต หรือ ที่เค้าเรียกว่า “soft inquiries” มีผลต่อ credit score ของบัญชีผู้ขอ จริิงๆแล้ว ไม่มี สบายใจได้
  2. การเลือกธนาคารสำหรับดอกเบี้ยบ้านที่ดีที่สุด – เช่นการ เลือกรีไฟแนนซ์บ้าน คือในต่างประเทศ การยื่นเรื่องของกู้บ้าน หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน เค้าจะมีเวลาให้ 30-45 วัน ที่เป็นระยะเวลาที่จะไม่กระทบต่อคะแนนเครดิต และของในไทยก็เช่นเดียวกัน
  3. จ่ายหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อขั้นต่ำ – การจ่ายหนี้บัตรเครดิต หรือ หนี้สินเชื่อขั้นต่ำ หลายคนกลัวว่า จะทำให้คะแนนเครดิตเสีย และอาจยื่นกู้ไม่ได้ในอนาคต แต่จริงๆแล้ว หากเงินขาดมือ สามารถจ่ายขั้นต่ำไปก่อนได้ เพื่อรักษาคะแนนเครดิต และไม่ทำให้คะแนนได้รับผลกระทบแต่อย่างใด เพราะไม่ได้ผิดนัดชำระหนี้
  4. จ่ายเงินปิดหนี้บ้าน – อันนี้รวมถึงการจ่ายเพื่อปิดหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อต่างๆด้วย การปิดบัญชีโดยการจ่าย ไม่มีผลต่อคะแนนเครดิตแต่อย่างใด
  5. การถือบัตรเครดิตไว้ แต่ไม่ได้ใช้ – การถือไว้ และไม่ได้ใช้งานเป็นประจำ ไม่มีผลต่อคะแนนเครดิต แต่มีผลต่อ การคำนวณภาระหนี้สิน ของแต่ละคน
  6. จ่ายค่าเช่าไม่ตรง หรือค่าโทรศัพท์ – การที่จ่ายค่าเช่าไม่ตรง หรือ จ่ายบิลค่าโทรศัพท์ หรือค่าน้ำค่าไฟช้า ไม่มีผลกับ Credit Score ของคุณเอง
  7. ค่าประกัน หรือค่ารักษาพยาบาล – ในเมืองนอกก่อนหน้านี้เคยมีเคสเกี่ยวกับการผ่อนค่ารักษาพยาบาล และค่าประกันหากมีการชำระล่าช้าจะทำให้เสียคะแนนเครดิต แต่ในปัจจุบัน ไม่ได้นำมาคิดค่า credit score ใดๆ
  8. ทำสัญญาหนี้สิน ไว้กับเพื่อน หรือหนี้นอกระบบ – การชำระหนี้สินที่ได้ทำสัญญาไว้กับพวกหนี้นอกระบบ หรือ ทำสัญญาไว้กับเพื่อน ญาติ สิ่งเหล่านี้จะไม่กระทบคะแนนเครดิตของคุณ
  9. ตกงาน ไม่มีงานทำ – การตกงาน โดนไล่ออก หรือ ว่างงาน ไม่เกี่ยวข้องกับคะแนนเครดิตของคุณ
  10. ถูกปฎิเสธการให้กู้ยืม – คะแนนเครดิตจะไม่ได้ถูกลดลงหรือเพิ่มขึ้น หากคุณได้รับการอนุม้ติสินเชื่อ หรือบัตรเครดิต ในทางกลับกันคือการถูกปฎิเสธ ก็ไม่ได้ทำให้คะแนนลดลงแต่อย่างใด ซึ่งแม้ว่าจะขอสินเชื่อโอนหนี้บัตรเครดิต หากไม่ผ่านก็ยังไม่มีผลอะไรเช่นกัน
  11. สอบถามการปรับเปลี่ยนคะแนน – เมื่อคุณได้เช็คคะแนนเครดิตของตัวเองในเครดิต บูโร หากเพียงแค่สอบถาม หรือ มีข้อสงสัย มันจะไม่ได้ทำให้คะแนนเครดิตของคุณเสียแต่อย่างใด
  12. ยกเลิกบัตรเครดิต – การยกเลิกบัตรเครดิตไม่ได้ทำให้คุณเสียคะแนน credit ไป เว้นแต่ว่า คุณไม่ได้ใช้บัตรเครดิตเป็นระยะเวลานาน และทางธนาคารผู้ออกบัตร จะลดวงเงิน หรือ มีมาตรการใดๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับคะแนนเครดิต ซึ่งอาจมีผลกระทบได้
  13. จ่ายเช็คและเช็คเด้ง – เงินในบัญชีไม่พอจ่าย แต่เขียนเช็คไป อันนี้ เป็นอีกเรื่องนึง คือเรื่องคดีเกี่ยวกับเช็ค ซึ่งยังไม่เกี่ยวข้องกับคะแนนเครดิต
  14. ปรึกษา ผู้รู้ทางการเงิน หรือแคมเปญของรัฐบาลเช่นแคมเปญ คลินิคแก้หนี้ ของรัฐบาล อันนี้ไม่ได้มีผลกระทบกับคะแนนเครดิต
  15. เข้าแคมเปญไกล่เกลี่ยหนี้ – อัันนี้ ธนาคารเค้ายิ่งชอบ เพราะเค้าอาจจะได้หนี้คืน จุดนี้ไม่มีผลต่อคะแนนเครดิต
  16. ผิดนัดชำระกับกรมสรรพากร – ในปัจจุบัน หากมีผู้เสียภาษี ทำการจ่ายภาษีที่ยังไม่ครบ หรือผิดนัดชำระหนี้กับกรมสรรพากร คะแนนเครดิต “อาจจะไม่เกี่ยวข้อง” กับเคสแบบนี้