ads

พบเจอปัญหากันเป็นประจำ สำหรับคนที่ต้องการเอารถไปแลกเงินสำหรับการหาเงินทุนหมุนเวียน หรือแม้แต่ต้องการจะรีไฟแนนซ์รถเพื่อที่จะทำให้หนี้หมดเร็ว ซึ่งจะต้องเจอกับคำว่า “ไม่เข้าเงื่อนไข” หรือ “Reject” จากสถาบันการเงิน ต่างๆ ที่เปิดให้มีการรีไฟแนนซ์ และ การจำนำทะเบียนรถยนต์ และมอเตอร์ไซค์ หลายคนเบื่อ และเหนื่อยหน่ายกับเรื่องแบบนี้ และไม่รู้จะหันไปทางไหนดี

สิ่งต่อมาเมื่อรู้ว่า รีไฟแนนซ์รถ ไม่ผ่าน ก็คือ อยากรู้เหตุผลที่โดนปฏิเสธ

เห็นกันเป็นประจำ คนที่เจอมาจะรู้ดี เพราะการยื่นเอกสารรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ หากจะพูดให้ถูก ตั้งแต่เริ่มต้นสมัคร มันมีขั้นตอนที่ค่อนข้างยาวนานพอสมควร และ ใจของคนที่ต้องการใช้เงิน ก็จะเป็นใจที่เฝ้ารอความหวังจากบริษัทไฟแนนซ์ แต่เมื่อบริษัทไฟแนนซ์เงียบไป ก็ต้องโทรตาม และ ได้พบกับคำตอบที่น่าผิดหวังที่สุด นั่นก็คือ “คุณไม่ผ่านการพิจารณานะคะ” ซึ่งแทบทุกคนก็คงอยากทราบเหตุผล ว่าตัวเองบกพร่องตรงไหน หรือต้องปรับปรุงตัวอย่างไร จึงจะทำให้มันผ่านได้ในครั้งต่อๆไป? และวันนี้เรามีการรวบรวม เหตุผลระดับท๊อป ของ ผู้ที่รีไฟแนนซ์รถ ไม่ผ่านมาให้อ่านกัน

ถ้ามี 1 ใน 11 ข้อนี้ จะรีไฟแนนซ์กี่รอบ ก็ไม่ผ่านชัวร์

1ไม่ใช่รถยนต์ส่วนบุคคล

ในปัจจุบัน มีผู้ใช้รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ ที่ ใช้ในการพาณิชย์ หรือการหาเงินมากขึ้น เช่นรถแท๊กซี่ รถสนามบิน รถตู้ ขนส่ง ฯลฯ และไม่ใช่แค่บุคคลเท่านั้นที่มี แต่เป็นในรูปแบบบริษัทที่ใช้รถเหล่านี้ในการดำเนินกิจการด้วย และ บริษัทไฟแนนซ์ส่วนใหญ่ จะไม่รับรถที่เป็นรถสาธารณะ ซึ่งอันนี้เป็นเหตุผลอันดับต้นๆ ที่เจอมา

เหตุผล ที่ไม่รับรถสาธารณะ : เนื่องจากธนาคาร และ สถาบันการเงิน 
ต้องแน่ใจว่า หากลูกค้าเบี้ยวเงิน จะสามารถขายรถยนต์ทอดตลาดเพื่อใช้หนี้ได้ 
และรถยนต์สาธารณะ มักจะได้ราคาไม่ดี และติดเงื่อนไขในการขายเยอะกว่ารถยนต์ส่วนบุคคล
 ลองคิดดู หากเป็นเราบ้าง เราจะทำเหมือนกันมั้ย?

2

รถเกิน 15 ปี

รถที่เกิน 15 ปี แปลว่าอะไร? มันแปลว่า รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ คันนั้น มีอายุการใช้งานมานานมาก และ จะไม่เข้าเงื่อนไขของทางธนาคารและสถาบันการเงิน ที่โดยมากแล้ว รับรถอายุไม่เกิน 15 ปี เนื่องจาก รถที่อายุเกิน 15 ปี มักจะมีมูลค่าที่ต่ำเกินไปที่จะนำมารีไฟแนนซ์นั่นเอง

เหตุผล ที่ไม่รับรถเก่าเกิน 15 ปี : ขายยาก ไม่ได้ราคา โทรม

3

ครอบครองไม่ถึง 3 เดือน

ในบางครั้ง การโอนชื่อรถยนต์มาจากบริษัทไฟแนนซ์ หรือการรับโอนมาจากญาติ ระยะเวลาหลังจากการครอบครองรถ มีผลในการอนุมัติการรีไฟแนนซ์รถยนต์เป็นอย่างมาก เพราะโดยปกติจะต้องรอมากถึง 2 ถึง 3 เดือน เพื่อที่จะทำให้รีไฟแนนซ์รถได้อีกครั้งหนึ่ง

เหตุผลที่ต้องถึง 3 เดือน : เกี่ยวกับเรื่องของมิจฉาชีพ
บริษัทที่ไม่ต้องรอครอบครองรถถึง 3 เดือน เช่น
เงินติดล้อ
Somwang เงินสั่งได้ >> สมัครที่นี่

4

วงเงินอนุมัติน้อยกว่ายอดปิด (under water)

เมื่อใครก็ตามที่จะไปทำการรีไฟแนนซ์รถ ทางบริษัทไฟแนนซ์ จะต้อง มีการประเมินราคารถ ซึ่ง นอกจากประเมินราคารถแล้ว จะต้องมีการ เช็คว่าไฟแนนซ์เจ้าเดิมติดอยู่เท่าไหร่ และเมื่อไหร่ก็ตามที่ ราคาประเมิน หรือ วงเงินอนุมัติรีไฟแนนซ์ น้อยกว่ายอดปิดไฟแนนซ์เจ้าเก่า นั่นก็คือ Under Water ซึ่งจะไม่สามารถรีไฟแนนซ์ผ่านได้

เหตุผล : เช่น หากอนุมัติวงเงิน 100,000 บาท 
แต่ มีหนี้อยู่ 150,000 ก็จะไม่เพียงพอสำหรับปิดหนี้

5

ไม่มีหลักฐานแสดงรายได้

หนึ่งในความต้องการของธนาคาร และ บริษัทไฟแนนซ์ ก็คือพวกเอกสารต่างๆ เพื่อยืนยันความถูกต้อง และ หนึ่งในเอกสารที่จะต้องนำมาแสดงได้ก็คือ สลิปเงินเดือน หรือที่เรียกว่า หลักฐานแสดงรายได้ หากว่าไม่มีตรงนี้ ก็รู้ไว้เลยว่าไม่น่าจะผ่านได้แน่นอน ดังนั้น ผู้ค้าขาย ที่ไม่มีเงินเดือน หรือ ร้านค้าที่ไม่สามารถยืนยันรายได้ ก็มักจะไม่ผ่านเช่นเดียวกัน

เหตุผล : ถ้าไม่รู้ว่ามีรายได้เท่าไหร่ จะรู้มั้ยว่าผ่อนไหวหรือเปล่า?

6

ไม่ใช่เจ้าของรถ

รถไม่ใช่ชื่อเรา จะเอาเข้าไฟแนนซ์ ก็ต้องลำบากหน่อย เพราะการรีไฟแนนซ์รถ กฎหมาย กำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะจำนำทะเบียน หรือ รีไฟแนนซ์รถนั้น จะต้องมีชื่ออยู่บนเล่มทะเบียนรถคันนั้นๆ อย่างน้อย 3 เดือน ขึ้นไป ดังนั้น ถ้าไม่ได้เป็นเจ้าของรถ จำนำทะเบียน หรือ รีไฟแนนซ์ ไมได้แน่นอน

เหตุผล : เพื่อป้องกันเรื่องมิจฉาชีพ รถขโมย ฯลฯ

7

อาชีพกลุ่มเสี่ยง

การที่จะรีไฟแนนซ์ให้ผ่านได้ บุคคลเจ้าของรถ ต้องเป็นผู้ที่มีความเสี่ยงต่ำ และ อาชีพ ของบุคคลคนนั้น ต้องเป็นอาชีพที่ไม่เสี่ยง และอาชีพที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงเช่น ทหาร ตำรวจ พนักงานชั่วคราว พนักงานในบ่อน และพ่อค้าแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย

เหตุผล : อาชีพเหล่านี้มีความเสี่ยงในการเสียชีวิต ตกงาน สูง 
อาจไม่มีเงินพอจ่ายหนี้ได้

8

ติดต่อไม่ได้ ปิดเครื่อง ไม่ตอบไลน์

ทุกๆวัน จะมีผู้นำรถเข้ารีไฟแนนซ์รถยนต์ หลักร้อย หลักพัน คน โดยจะมีมาตลอด ซึ่ง พนักงาน หรือ เจ้าหน้าที่ Call Center ก็จะทำการติดต่อเพื่ออธิบายให้เข้าใจ และติดตามเรื่องเอกสาร หากติดต่อไม่ได้ เกินจำนวนครั้ง ก็จะถือว่าผู้นั้นไม่ได้มีความสนใจแล้ว

เหตุผล : เวลามีจำกัด จะต้องบริการลูกค้าท่านอื่นๆก่อน

9

ไม่รับสายเกิน 3 ครั้ง

จำนวนครั้งในการติดต่อลูกค้าของทางบริษัทไฟแนนซ์ จะมีจำกัด เพราะ หากเสียเวลาโทรตามคนๆเดียว ใช้เวลามากวกว่านี้ จะทำให้คนอื่นๆรอนาน และคนอื่นๆก็อาจหมายถึงคนที่มีสิทธิ์ที่จะกู้ผ่านได้

เหตุผล : จำนวน Call Center มีจำกัด และ จำกัดเรื่องเวลา

10

อยู่นอกพื้นที่ให้บริการ

รถต่างจังหวัดที่ไม่ค่อยมีสาขาของธนาคาร หรือ บริษัทไฟแนนซ์รถยนต์ รถที่มีทะเบียนอยู่จังหวัดนั้นๆ ก็มักจะผ่านยาก หรือ แม้แต่ผู้ที่มีที่อยู่ต่างจังหวัดนอกเขตพื้นที่บริการของทางสถาบันการเงินก็จะผ่านยากเช่นเดียวกัน เพราะ พื้นที่ให้บริการของทางธนาคารนั้นจะมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งแม้ว่าเราจะมี Application ของธนาคารที่สามารถใช้ได้ทุกที่แล้ว แต่การให้บริการนั้นอาจไม่ครอบคลุม

เหตุผล : ยากต่อการทวงถามหนี้ การให้บริการ

11

มีประวัติค้างชำระหนี้ (หรือที่เรียกผิดๆกันว่าติดแบล็คลิสต์)

การมีประวัติค้างชำระหนี้ ทำให้เสียหมดทุกอย่าง แม้แต่การรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ เพราะ ประวัตินี้จะติดตัวไปตลอด จนกว่าจะได้รับการแก้ไข หากมีประวัติค้างชำระหนี้ (ที่คนชอบเรียกกันว่า Black List หรือ ติดบูโร) มันคือนิสัยการใช้เงินส่วนบุคคลที่ไม่เกี่ยวกับบูโร ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงเช่นการไม่สร้างหนี้เพิ่ม การชำระหนี้ให้หมดทุกเจ้า ก่อนที่จะไปหาหนี้ก้อนใหม่

เหตุผล : การมีประวัติค้างชำระหนี้ ส่อให้เห็นถึงความไม่รับผิดชอบในหนี้ 

อย่างไรก็ดี มีบริษัทรีไฟแนนซ์รถยนต์ ที่ไม่เช็คเครดิตอยู่เช่น

Daingern.com สามารถสมัครรีไฟแนนซ์ได้ที่นี่

>> https://www.daingern.com/check

อย่างไรก็ดี เหตุผลที่ไม่ผ่านอาจมีในเรื่องอื่นๆเช่น รถยนต์ หรือ มอเตอร์ไซค์ ไม่เข้าเกณฑ์ ยกตัวอย่างเช่นรถประเภทรถนำเข้าอิสระ ซึ่งเป็นรถหรูที่ไม่มีตัวแทนจำหน่าย ซึ่งทำให้ยากต่อการอนุมัติมากขึ้น รวมถึงการประเมินราคารถก็มีส่วน เพราะหากรถสภาพแย่มาก ก็อาจได้วงเงินที่ต่ำไม่พอปิดหนี้ไฟแนนซ์ได้ด้วย ดังนั้น การรีไฟแนนซ์รถยนต์ เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน และมีปัจจัยค่อนข้างมาก ซึ่งต้องหาความรู้ก่อน และทุกคนสามารถเข้าไปอ่าน ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ได้ที่นี่ >> https://promotions.co.th/auto-refinance

ความรู้เกี่ยวกับการรีไฟแนนซ์รถยนต์ที่ยังผ่อนไม่หมด

ความรู้เกี่ยวกับการจำนำทะเบียนรถยนต์ มอเตอร์ไซค์