สมัครบัตรเครดิต สินเชื่อ ไม่ผ่าน 2017

เคยไหม? สงสัยจังว่าทำไม  สมัครบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อ แล้วไม่ผ่านสักที  ไม่ว่าจะยื่นเอกสารกี่รอบ  ก็ยังไม่ผ่าน  ยื่นนาน  โทรไปถามแล้วก็บอกว่าจะส่งเอกสารมา  ซึ่งอาจจะมีสาเหตุมาจาก 10 ข้อต่อไปนี้ ที่ทำให้คุณสมบัติของคุณตกหล่นไป จนกระทั่งไม่สามารถสมัครบัตรเครดิต หรือ สินเชื่อ ได้อีก มาดูกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

 

อาชีพพนักงานชั่วคราว

1

ตกสกอร์เพราะเครดิตไม่ชัดเจน

ทางระบบของธนาคารฝ่ายอนุมัติสินเชื่อ จะมีผู้ที่คอยดูแล คำนวณ จัดการอนุมัติสินเชื่อ ให้ว่าคุณมีคุณสมบัติ สมัครสินเชื่อเหล่านี้ได้หรือไม่  ซึ่งของทุกธนาคารก็มีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน 100%  แต่ก็จะมีคร่าวๆ เช่น เอกสารสำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สลิปเงินเดือน  Statement ต้องมี  ไม่อย่างนั้นแล้วเจ้าหน้าที่ต้องขอเรียกเอกสารจนกว่าจะครบ เพื่อยื่นส่งต่อฝ่ายสินเชื่อประเมินต่อไป  ที่นี้หากเราสงสัย ก็โทรไปสอบถามได้ว่า “ทำไมผม/ดิฉัน  ถึงสมัคร.. ไม่ผ่าน”  บางธนาคารใจดีหน่อยก็จะบอกเห็นผลที่แท้จริงของการตก Credit Score

2

มีผิดนัดชำระโดยไม่รู้ตัว (จ่ายค่างวดช้าไม่รู้ตัว)

จริงๆ ข้อนี้ต้องเรียกว่า “ติดประวัติค้างชำระหนี้” เนื่องจากบางเดือนคุณอาจจะไม่ได้ไปจ่ายบัตรเครดิต หรือ ค่าผ่อนรถ ตรงตามเวลาที่กำหนด เช่น คุณมีกำหนดต้องจ่ายค่างวดรถในวันที่ 13 เมษา  แต่คุณกลับว่างไปจ่ายช่วงเย็นวันที่ 13 กับทางตัวแทนที่ไม่ใช่เคาน์เตอร์ธนาคารโดยตรง  ซึ่งตัวแทนอย่าง Counter Service, Mpay, Family Mart อาจจะนำเงินเข้าบัญชีคุณช้า  แม้ว่าคุณคิดว่าจะจ่ายตรงแล้ว แต่ก็ลืมไปว่าเมื่อจ่ายกับตัวแทน ก็ต้องมีความช้าเพิ่มขึ้น 2-3 วัน

3

ธนาคารโทรมาที่บ้านแล้วไม่มีใครรับสาย

ประเด็นนี้เหมือนจะเป็นเรื่องเล็กๆ  บางธนาคารต้องการโทรเข้าเบอร์บ้าน  แต่ดันไม่มีใครรับสาย  แผนสำรองคือเขาจะโทรเข้าออฟฟิศของคุณ  ถ้ามีคนรับสาย และยืนยันตัวตนของคุณได้ก็แล้วไป  แต่หากยืนยังไม่ได้ ก็จะกลายเป็นว่าคุณจะตกเครดิตสกอร์อีกข้อ ด้วยเงื่อนไขที่ว่า “ไม่สามารถระบุตัวตน และ ที่ตั้ง ของผู้สมัครได้”

4

ที่อยู่ปัจจุบันไม่ใช่ของตัวเอง

หากคุณสมัครสินเชือ แล้วขอวงเงินสูงมากๆ เกือบหลักล้าน  แล้วขอวงเงินไม่ผ่าน เพราะว่ามีเงินเดือนสูง แต่บ้านที่อยู่ของตัวเองเป็นของพ่อแม่ หรือ ของญาติ ทำให้ธนาคารไม่เชื่อมั่นได้ว่าคุณจะมีสินทรัพย์พร้อมดอกเบี้ยมาคืนหรือเปล่า จะกลายเป็นว่า ทางธนาคารจะไม่กล้าปล่อยกู้ให้

5

ธนาคารโทรหาคนอ้างอิง แล้วคุณกับเขาไม่ได้เตี๊ยมกันมาก่อน

ธนาคารขอเบอร์บุคคลหนึ่งไว้เป็นผู้อ้างอิงเสมอ แต่เบอร์ที่คุณบอกดันเป็นบุคคลที่ไม่ใช่ญาติของคุณ หรือไม่ใช่คนที่สนิท เมื่อคุณไม่ได้บอกเขาก่อนว่าคุณใช้ชื่อเขาเพื่อเป็นการอ้างอิงตัวตน  หากเขารับสายจากปลายทางก็จะกลายเป็นว่าแสร้งทำเป็นไม่่รู้จักคุณซะอย่างนั้น เพื่อบอกปัดไป  เพื่อช่วยป้องกันข้อมูลอ้างอิงรั่วไหล  ดังนั้นหากคุณจะใส่ชื่อใครเป็นบุคคลอ้างอิง ก็ต้องบอกเขาก่อนไว้เนิ่นๆ

6

บริษัทที่จดทะเบียนเป็นบริษัทลูก

ข้อนี้เป็นส่วนน้อยที่เจอ ปัญหาที่พบคือ ลูกค้าผู้สมัครดำรงตำแหน่งในบริษัทที่เป็นสาขาย่อยของกลุ่มนิติบุคคลหลัก ในข้อนี้ธนาคารใช้ประเมินคู่กับสินทรัพย์ ธนาคารใช้ข้อนี้เพื่อดูว่าคุณสามารภชำระเงินคืนได้หรือไม่ ในกรณีที่่ยังเป็นบริษ้ทเล็กๆ จะต้องถูกจับตามองมากกว่า

7

ขอหนังสือรองรับเงินเดือนไม่ได้ (เพราะทำงานพาร์ทไทม์)

อาชีพที่เป็นพาร์ทไทม์ ขอหนังสือรองรับเงินเดือนไม่ได ้เพราะไม่ใช่ลูกจ้างประจำ และสวัสดิการน้อยกว่า ทำให้ธนาคารไม่สามารถมั่นใจได้ว่าคุณจะหาสินทรัพย์มาคืนได้อย่างไร  ธนาคาร Non Bank หลายแห่งเขาเลยระบุเลยว่า เป็นอาชีพที่ขอสินเชื่อไม่ได้

8

รายได้ไม่แน่นอน

นอกจากคุณจะประกอบอาชีพอิสระและเป็นอาชีพที่ไม่แน่นอน แล้วรายได้ยังไม่แน่นอนอีก ยกตัวอย่างเช่น “ผู้รับเหมา” สร้างบ้าน กู้ยังก็ไม่ผ่านแน่นอน)

9

เหตุผลการกู้ไม่ชัดเจน (กู้ไปทำอะไรแปลกๆ)

เหตุผลในการกู้ก็เป็นอีกประเด็นสำคัญที่ทาง ธนาคาร จะใช้อนุมัติ หรือ ไม่อนุมัติ ยกตัวอย่างเช่น ต้องการกู้เงินมาลงทุน หรือ เปิดร้านขายของ แต่เงินเดือนน้อย อย่างนี้ไม่สอดคล้องกัน ธนาคารก็ไม่ให้กู้

10

ไม่ผ่านเพราะเหตุผลอื่นๆ

เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกประเด็นหนึ่งนั้น เช่น เอกสารการกู้ที่คุณยื่นมีสำเนาไม่ชัดเจน เช่น หน้า BookBank Statement จางมากๆ มองไม่เห็นตัวเลข หรือ เอกสารสำเนาบัตรประชาชนถ่ายเอกสารมาแล้วหน้าดำจนมองไม่เห็นว่าเป็นใคร ทั้งหมดนี้ก็เป็นผลให้กู้ไม่ผ่าน

รู้อย่างนี้แล้ว คุณเองควรจะหาวิธีแก้ปัญหา  เพื่อให้การยื่นเอกสารรอบหน้า ผ่านฉลุย  ไม่อย่างนั้นแล้ว ต่อให้ไปตั้งคำถามใน พันทิป สิบกระทู้ ก็ไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้  หากใจร้อนอยากรู้ว่ามีโปรโมชั่นบัตรเครดิตไหนที่สมัครเร็ว อนุมัติไวใน 1 วัน ลองกดเข้ามาอ่านข้อมูลข่าวสารการเงินได้ที่ลิ้งค์ด้านล่างนี้ได้เลยจ้า

อัพเดทข้อมูลข่าวสารการเงินทั้งหมดได้ ที่นี่