ads

การไม่มีหนี้ เป็นลาภอันประเสริฐ

ในหน้านี้มีอะไรบ้าง?

หลายๆคนในช่วงวัย 30 ขึ้นไป เริ่มที่จะมีการวางแผนการลงทุน และการเก็บมรดกไว้ให้ลูกหลานกันแล้ว เราจึงเห็นธุรกิจที่ปรึกษาทางการเงินผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด แต่ยังมีอีกหลายชีวิตที่ยังคงจมปลักไปกับหนี้สินรอบตัว ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต ที่เกิดจากการใช้แบบไม่ยั้ง หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่กู้มาใช้แบบไม่ระวัง หรือแม้แต่หนี้ที่เกิดจากการซื้อของจำเป็นอย่างรถยนต์ หรือ บ้าน

สำหรับผู้ที่มีหนี้น้อย ที่ทำให้เกิดประโยชน์ได้ เช่นเอาไปหักภาษี ก็คงมีการจัดการที่ดีกันอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้วิธีการจัดการกับสิ่งเหล่านี้ บทความนี้อา่จช่วยได้ เพราะนี่คือ 12 วิธีการจัดการ การเงิน ที่จะทำให้ปลดหนี้ได้เร็วที่สุด และทำให้มีหนี้น้อยที่สุด

1เช็คเงินสดในธนาคาร กับดอกเบี้ยสินเชื่อ และ บัตร ก่อนเลย

ปัจจุบัน พึ่งจะเริ่มมีข่าวว่าทางกรมสรรพากร อาจต้องเก็บภาษีดอกเบี้ยเงินฝากด้วย และหากบัญชีธนาคารไม่มีความเคลื่อนไหว ก็จะมีการหักเงินเช่นเดือนละ 50 บาท สิ่งเหล่านี้ เราไม่ควรปล่อยให้หลุดรอดไปได้ แม้จะเป็นเงินเพียงน้อยนิด แต่การอุดช่องโหว่ เรื่องเกี่ยวกับเงินๆทองๆ ที่ต้องเสียไปแบบไม่รู้ตัว ก็อาจทำให้เกิดประโยชน์มหาศาลได้ เช่นเดียวกันกับบัตรเครดิต และสินเชื่อต่างๆ พยายามเช็คให้แน่ใจว่า ดอกเบี้ยที่มีนั้นเป็นดอกเบี้ยที่ถูกต้อง และควรน้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้

2

ทำตาราง Excel ค่าใช้จ่ายรายเดือน

เมื่อรู้รายรับ แต่ไม่รู้รายจ่าย ก็เหมือนตาบอดไปข้างนึง การทำบัญชีรายจ่าย จะทำให้รู้ว่า เรามีรายได้เพียงพอหรือไม่ และในท้ายที่สุดก็จะตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น หรือ จำเป็นน้อยที่สุดออกไปได้

ลองดูตัวอย่างบัญชีรายรับรายจ่าย Download ได้ที่นี่ (ข้อมูลจาก cd.ktb.co.th)

3

ตรวจดูในสิ่งที่จ่ายไป และหาว่าจะประหยัดเพิ่มได้ยังไง?

เมื่อทำตาราง รายรับ รายจ่าย เสร็จแล้ว ก็มาดูในตาราง เพื่อที่จะเช็คว่ามีการใช้จ่ายอะไรที่จำเป็นหรือไม่จำเป็น เช่นการกินข้าวนอกบ้าน การจ่ายค่าฟิตเนส การจ่ายเงินเติมเกม หรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ทำให้เกิดรายได้

หากเห็นจากในตารางแล้วว่า มีหนี้สินหรือมีการขาดดุลย์ จากการใช้จ่ายเหล่านั้น นั่นกำลังบอกว่า เรากำลังใกล้จะเป็นหนี้แล้ว ดังนั้นการตัดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นเหล่านั้นออกไป เช่น ลดการกินข้าวนอกบ้าน ลดการซื้อของจุกจิกที่ไม่ได้ใช้ การซื้อบัตรคอนเสิร์ต หรือแม้แต่การผ่อนมือถือ

แม้แต่ค่างวดผ่อนรถยนต์ หรูๆ หรือแพงๆ ก็ควรที่จะต้องตัดใจเช่นเดียวกัน โดยการขายทิ้ง ซื้อคันใหม่ ที่มีราคาถูกกว่าเดิม และอีกมากมายหลายมุมที่สามารถทำได้

4

พยายามหักห้ามใจกับของไม่จำเป็น

สิ่งเหล่านี้คือตัวดูดเงินในกระเป๋า และทำให้เกิดหนี้ได้ เราจะเห็น โปรโมชั่นผ่อนมือถือ 36 เดือน ที่เรียกได้ว่ายาวที่สุดในประวัติศาสตร์เลยทีเดียว แต่หารู้ไม่ว่า การผ่อนมือถือที่มีราคาแพงๆ อย่าง iPhone นั้น ยิ่งยาวเท่าไหร่ ดอกเบี้ยยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น และการซื้อรถยนต์ ในราคาแพงๆ อยากได้รถจนตัวสั่น เราก็เห็นกันมามากแล้ว ของเหล่านี้ถ้าตัดทิ้งไปได้ จะทำให้บริหารการเงิน และบริหารหนี้ได้ดีขึ้น

5

จ่ายหนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง (หนี้แพงๆ) ก่อนเป็นอันดับแรก

หนี้ที่มีดอกเบี้ยแพงๆ เช่น หนี้สินเชื่อส่วนบุคคลแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เพราะหนี้เหล่านี้ มีราคาแพงกว่าหนี้แบบมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่นหนี้ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ หรือ บ้าน และหนี้อีกประเภทหนึ่งที่มีดอกเบี้ยสูงก็คือ หนี้บัตรเครดิต

หนี้ที่มีดอกเบี้ยสูง ควรจะถูกจัดเป็นหนี้ที่มีความสำคัญอันดับต้นๆ และควรจ่ายก่อน และจ่ายให้เร็ว ซึ่งถ้าสามารถโปะได้ให้รีบโปะ เพราะดอกเบี้ยจะแพงกว่ามาก

6

โอนหนี้ได้ให้รีบโอน หากมีดอกเบี้ยที่ถูกกว่า อย่าผ่อนยาว เลือกผ่อนสั้น

การโอนหนี้ ก็คือการทำ Balance หรือ Debt Transfer เพื่อเอาหนี้ที่มีดอกเบี้ยแพง ไปยังดอกเบี้ยที่ถูกกว่า ยกตัวอย่างเช่นการรีไฟแนนซ์บ้าน หรือ การรีไฟแนนซ์รถยนต์ เพราะการรีไฟแนนซ์ หมายถึง เราจะมีเจ้าหนี้เจ้าใหม่ ที่สามารถทำให้อัตราดอกเบี้ยต่ำลงกว่าได้ แต่ อย่าดีใจหากสถาบันการเงินเจ้าใหม่ ยืดระยะเวลาผ่อนให้ ไม่ควรรับข้อเสนอนั้น ควรผ่อนให้หมดเร็ว ดอกเบี้ยจะได้ถูกกว่า เพราะหลายคนตกม้าตายตรงที่ว่า มีการรีไฟแนนซ์บ้าน หรือ รถ และ สุดท้าย ต้องจ่ายดอกเบี้ยแพงกว่า เพราะเค้ายืดระยะเวลาให้มากกว่า หากอยากเห็นภาพชัดเจนขึ้น ลอง คำนวณสินเชื่อ และปรับระยะเวลาให้ยาวขึ้น จะรู้ได้เลยว่า ดอกเบี้ยที่ผ่อน 5 ปี กับ ดอกเบี้ย 10 ปี มันต่างกันหลายสิบเท่าเลยทีเดียว

7

ตัดจ่ายบัตรเครดิต หรือ ค่างวด อัติโนมัติ

เมื่อมีค่างวดรถยนต์ หรือ ค่างวดบ้าน วิธีการไปจ่ายรายครั้งอาจทำให้ลืม หรือ เลยเวลาได้ การตัดจ่ายด้วยบัญชีธนาคารรายเดือน หรือ การตัดจากบัตรเครดิต และ มาเคลียร์บัตรทีเดียวสิ้นเดือน ด้วยการตัดจ่ายอัติโนมัติ เป็นอะไรที่ดีที่สุด เพราะสามารถรับคะแนนบัตรเครดิตได้ด้วย และ จะไม่ผิดนัดชำระหนี้ด้วย

8

เปรียบเทียบดอกเบี้ย สินเชื่อ บัตรเครดิต และ บัตรกดเงินสด ก่อนการใช้

หากรู้ตัวว่าจะต้องผ่อนสินค้า หรือ ต้องใช้เงินก้อนจริงๆจังๆ ให้เปรียบเทียบ ดอกเบี้ยแต่ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ก่อนที่จะเลือกใช้ เพราะแค่ดอกเบี้ยห่างกัน 0.5% ต่อเดือน จะหมายถึง 6.17% ต่อปี ได้เลยทีเดียว

9

จะกู้เงินปีนี้ ให้นึกถึง สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถ หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน และ P2P

เนื่องจาก การขอสินเชื่อแบบไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แบบสินเชื่อส่วนบุคคล นั้นผ่านยากขึ้น และหากมีเงินเดือนที่ต่ำ ก็จะมีดอกเบี้ยสูงตามไปด้วย การใช้ สินเชื่อรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ รีไฟแนนซ์บ้าน (ในกรณีต้องใช้เงินด่วน) จะมีดอกเบี้ยที่ถูกกว่า หากนำมาใช้ในระยะสั้น และสามารถโปะได้โดยมีการลดดอกเบี้ยได้ด้วย อย่างไรก็ดี เริ่มต้นปีนี้ สินเชื่อ P2P นั้นกำลังมาแรง ซึ่ง จะมีดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า ก็คงต้องมาหา สถานที่ปล่อยสินเชื่อ P2P กันอย่างละเอียด เพราะจะสามารถประหยัดดอกเบี้ยได้เยอะเลยทีเดียว

10

ตั้งเป้าหมายในการลดหนี้สิน

ไม่ใช่แค่เพียงลดหนี้สินเพียงอย่างเดียว หากยับยั้งชั่งใจได้ ที่จะไม่ซื้ออะไร ให้เอาเงินก้อนนั้นไปลงทุนในแห่งที่มีความเสี่ยงต่ำๆ จะได้รู้ว่าการที่เอาเงินไปสร้างประโยชน์ ทำให้งอกเงยนั้น มันสนุกมากกว่าที่ได้ของใหม่มาจากการซื้อ จากความอยากได้ แล้วซักพักก็เบื่อ ซึ่งการนำเงินที่จะไปใช้สุรุ่ยสุร่าย มาทำให้มันเกิดผล ย่อมดีกว่าในทุกกรณีอยู่แล้ว และเมื่อไม่ซื้อเพิ่มในสิ่งที่ไม่จำเป็น หนี้สินก็ลดลง หรือ ไม่มีเลย แต่ได้กำไรจากการลงทุนมาอีกต่างหาก

11

ไม่มีหนี้แบบไหนในโลกที่ไม่มีทางแก้

ทางแก้นั้นมีอยู่แล้ว เหมือนยาขมที่ต้องกลืน เพียงแต่ว่าใจเราจะเริ่มทำหรือไม่?

12

เริ่มต้นให้เร็ว เริ่มต้นให้หนักแน่น ทำตามแผน

การเริ่มต้นเคลียร์หนี้ แน่นอนว่า ต้องเริ่มจากการทำแผน และ การทำแผน ควรที่จะต้องเริ่มตั้งแต่วันนี้ และหลังจากนั้นควรที่จะต้องปฎิบัติตามแผนอย่างเคร่งครัด อย่าลืมว่าต้องเริ่มวันนี้เลย