Home Investment Finance เตือนสติผู้ที่เริ่มมีเงิน อย่าตกเป็นทาส “Lifestyle Creep”

เตือนสติผู้ที่เริ่มมีเงิน อย่าตกเป็นทาส “Lifestyle Creep”

Thomas C Corley เป็นนักบัญชีที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา เค้ามีโอกาสได้ทำบัญชีให้กับคนรวยในประเทศ และได้เป็นผู้เห็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปสำหรับคนรวยเหล่านั้นทั้งหมด สิ่งที่เค้าได้สังเกต ปัจจัยที่ทำให้คนรวย ยังคงรวยอยู่ และคนรวย บางคนก็กลับมาจน และต้องขายทรัพย์สินทิ้งไปเรื่อยๆ จนหมดตัว และนี่คือสิ่งที่เค้าอยากจะแชร์

Lifestyle Creep หรือการดำเนินชีวิตแบบเสี่ยงๆ เรื่องการเงินนั้น โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นกับ ผู้ที่ อยู่ดีๆก็มีรายได้เยอะ จากไม่เคย ได้มาก่อนนั่นเอง

คนที่ใช้เงินไม่เป็น เมื่อ 5 ปี ก่อนหน้านี้ สิ่งแรกที่เค้าทำเมื่อได้รับเงินมาเยอะๆ ก็คือ การซื้อของแพงๆ หรูๆหราๆ มาใช้ และซื้อบ้านในราคาหลายสิบล้านบาท หลังจากนั้น คนกลุ่มนี้ที่นาย Thomas เค้าทำบัญชีให้ ก็ได้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มในการบำรุงดูแลรักษาบ้าน หลายล้าน และในจุดตรงนั้นเอง มันทำให้ คนรวยเหล่านี้ จมอยู่กับ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น เช่น ภาษีบ้าน ภาษีรถ ค่าน้ำค่าไฟที่แพงหูฉี่ และค่าบำรุงรักษาบ้าน

คนที่มีเงิน และใช้เงินไม่เป็น บางกลุ่ม ใช้เงินไปกับการซื้อรถ Sport หรูๆ และเมื่อเศรษฐกิจซบเซาลง ก็ต้องขายรถเหล่านั้นไปในราคาถูกกว่าที่ซื้อมามาก และแย่ไปกว่านั้นก็คือ ต้องออกจากงาน และ ต้องทำให้ครอบครัวตัวเองอยู่รอดได้

Mr. Corley เรียกนิสัยแบบนี้ว่า “Lifestyle Creep” คำว่า Creep ย่อมาจากคำว่า Creepy คือน่ากลัว คือการใช้ชีวิตแบบเสี่ยง หวาดเสียว และน่ากลัวนั่นเอง เค้ากล่าวต่อไปว่า เค้าเคยได้ทำการสัมภาษณ์ บุคคลร่ำรวย มากกว่า 233 คน และ 177 คนในนั้น เป็นผู้ที่มีความสามารถที่ทำให้ตัวเองร่ำรวย โดยมีรายได้หลายสิบล้านบาทต่อปี และมีทรัพย์สินอื่นๆอีก และ Lifestyle Creep หรือการดำเนินชีวิตแบบเสี่ยงๆ เรื่องการเงินนั้น โดยมากแล้วจะเกิดขึ้นกับ ผู้ที่ อยู่ดีๆก็มีรายได้เยอะ จากไม่เคย ได้มาก่อนนั่นเอง

นี่คือบ้านและรถของ Warren Buffet ผู้ซึ่งเป็นนักลงทุนระดับโลก ที่ถือว่าเป็นเศรษฐี ติดอันดับต้นๆของโลก ดูขนาดบ้านและรถสิ หรูหรือเปล่า? ภาพจาก today.com

ทีนี้มาดูกันว่า คนที่มี lifestyle ที่ปลอดภัย และส่วนใหญ่ เป็นคนรวย และยังรวยถึงทุกวันนี้ เค้าเป็นยังไง? อย่างแรกๆ เลยก็คือ เมื่อเค้ามีเงิน เค้าอดใจรอที่จะไม่ซื้อของที่อยากได้ ไม่ทำตัวหรูหรา และนำเงินทั้งหมด ไปเก็บไว้ และลงทุน เพื่อเพิ่มมูลค่าของเงินนั้นๆ และที่สำคัญก็คือ ไม่ว่าเค้าจะร่ำรวยขนาดไหน เค้ายังคงใช้ชีวิตแบบปกติเหมือนเดิม และสิ่งที่ คนรวยส่วนใหญ่ทำ เค้าใช้ชื่อเรียกว่า “Delay Gratification” หรือแปลว่า หากอยากได้อะไรวันนี้ ก็เก็บเอาไว้ก่อน และค่อยมีอีกทีในวันหน้า

ในทางกลับกัน หลายคนที่เริ่มมีเงินจะเริ่มใช้เงิน ที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยลืมนึกถึงการเก็บเงิน และการนำเงินไปลงทุน และสุดท้ายจะต้องขายของที่มีทั้งหมดเพื่อให้ตัวเองอยู่รอด เมื่อไม่มีรายได้เหมือนเมื่อก่อน และนี่คือสิ่งที่ เค้าแนะนำ มา ให้จำให้ขึ้นใจ

เมื่อคุณเริ่มมีเงิน ให้คุณ

“อยู่ที่บ้านเดิม อยู่กับคู่สมรสคนเดิม ใช้รถคันเดิม”

จริงๆแล้ว มันมีความหมายที่ลึกซึ้ง มากในคำพูดเหล่านี้ แต่แปลโดยรวมว่า ไม่ว่าคุณจะมี รายได้เยอะเพิ่มขึ้นมากขนาดไหน ในปัจจุบัน อาจจะมีโชคลาภ ถูก lottery หรือเผอิญได้ project ใหญ่เข้ามา อย่าเปลี่ยนวิถีชีวิตของตัวเอง อย่าพองจนเกินตัวโดยการซื้อของที่คุณไม่จำเป็นต้องใช้จริงๆ

บทความนี้แปลมาจาก Businessinsider.com ผู้เขียน Thomas C Corley


10 อุปนิสัยที่คนรวยมักมีกัน

  1. หากมีสินค้าหรือบริการเพื่อขาย ให้เพิ่มมูลค่าให้กับสิ่งๆนั้น
  2. คุณต้องมีจุดแตกต่างจากคู่แข่ง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี
  3. คุณต้องมีความรอบรู้ เกี่ยวกับการแข่งขันทางด้านธุรกิจ
  4. คุณต้องมี ความรู้ ที่ทำให้คุณแตกต่างจากคู่แข่ง
  5. คุณต้องสามารถทำสิ่งๆหนึ่งได้เป็นชั่วโมงๆ นั่นคือมีสมาธิในการทำงาน
  6. คุณต้องมี ความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับคู่ค้าอย่างแน่นแฟ้น
  7. คุณต้องมีเพื่อนคู่ใจในการทำงานในบริษัท
  8. คุณต้องมีจุดยืนในการทำงานอย่างชัดเจนและไม่เปลี่ยน
  9. คุณต้องมีโชคเข้าข้างคุณด้วย

Thomas C. Corley